กล้องวงจรปิด

รูปภาพของฉัน
บริการให้คำปรึกษา ออกแบบ ติดตั้ง รับประกันผลงานตลอดอายุการใช้งาน กล้องวงจรปิด รั้วไฟฟ้า สัญญาณกันขโมย สอบถามได้ที่ Line ID : @CctvBangkok.com

วันจันทร์ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2562

ช่วยนายจ้างใช้ข้อบังคับวิธีการทำงานด้านความปลอดภัย (กล้องวงจรปิด)

 กล้องวงจรปิด camera   

ช่วยนายจ้างใช้ข้อบังคับวิธีการทำงานด้านความปลอดภัย

                   กล้องวงจรปิด Camera  กับนายจ้างจะต้องจัดให้มีข้อบังคับเกี่ยวกับวิธีการทำงานด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้า

ให้มีมาตรฐานไม่ต่ำกว่าที่กำหนดไว้ในกฏกระทรวงนี้เพื่อเป็นคู่มือสำหรับลูกจ้างปฏิบัติ จัดให้มีการฝึกอบรมให้กับลูกจ้างที่ทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้าให้มีความรู้ความเข้าใจ

และทักษะที่จำเป็นอย่างปลอดภัยตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และจัดให้มีแผนผังวงจรไฟฟ้าที่ติดตั้งภายในสถานประกอบกิจการทั้งหมดที่ได้รับการรับรองจากวิศวกรหรือการไฟฟ้าประจำท้องถิ่น 

 จัดให้มีแสงสว่างในบริเวณที่ลูกจ้างทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้าอย่างเพียงพอที่จะทำงานได้อย่างปลอดภัย จัดให้มีป้ายเตือนอันตรายที่มีขนาดที่มองเห็น

ได้อย่างชัดเจนและติดตั้งไว้อย่างเปิดเผยในบริเวณที่อาจเกิดอันตรายจากกระแสไฟฟ้า

ห้ามนายจ้างให้ลูกจ้างทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้าหรือนำสิ่งที่เป็นตัวนำไฟฟ้าที่ไม่หุ้มฉนวนที่เหมาะสมกับแรงดันไฟฟ้าเข้าใกล้สิ่งที่มีกระแสไฟฟ้า 

เว้นแต่นายจ้างได้ดำเนินการดังนี้ ให้ลูกจ้างสวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล จัดให้มีวิศวกรควบคุมการทำงานของลูกจ้าง 

 ห้ามนายจ้างไม่ให้ลูกจ้างทำงานซึ่งไม่เกี่ยวข้องเข้าใกล้สิ่งที่มีกระแสไฟฟ้า นายจ้างจะต้องดูแลไม่ให้ลูกจ้างสวมใส่เครื่องนุ่งห่มที่เปียก

หรือเป็นสื่อไฟฟ้าทำงานเกี่ยวกับสิ่งที่มีกระแสไฟฟ้า และในกรณีที่นายจ้างให้ลูกจ้างทำงาน

โดยใช้อุปกรณ์ในการทำงานเกี่ยวกับกระแสไฟฟ้าจะต้องจัดหาอุปกรณ์ชนิดที่เป็นฉนวนไฟฟ้าที่เหมาะสมกับแรงดันไฟฟ้าสำหรับการทำงาน 

 ฉนวนไฟฟ้าที่ลูกจ้างใช้ทำงานต้องจัดให้มีความต้านทานของฉนวนไฟฟ้าที่วัดระหว่างสายเส้นไฟกับสายเส้นไฟโดยต้องเป็นไปตามข้อกำหนด

 นายจ้างจะต้องจัดให้มีแผ่นภาพพร้อมคำบรรยายติดไว้ที่บริเวณที่ทำงานให้ลูกจ้างสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน จัดให้มีการตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบไฟฟ้า

ให้ใช้งานได้อย่างปลอดภัยอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และจดบันทึกผลการตรวจสอบไว้เพื่อให้พนักงานตรวจแรงงานตรวจสอบได้ตลอดเวลา


ระบบรักษาความปลอดภัย  :   กล้องวงจรปิด



 

บริภัณฑ์ไฟฟ้า

ถ้านายจ้างจะทำการติดตั้งบริภัณฑ์ไฟฟ้าจะต้องทำตามมาตรฐานของการติดตั้งที่การไฟฟ้ากำหนด และถ้าหากว่ายังไม่มีการกำหนดตามมาตรฐานให้นายจ้างทำให้เป็นไปตามมาตรฐานของสมาคมวิศกรรมสถานแห่งประเทศไทย

กรณีที่นายจ้างให้ลูกจ้างทำการติดตั้ง ตรวจสอบ หรือซ่อมแซมบริภัณฑ์ไฟฟ้า นายจ้างจะต้องทำการปลดสวิตช์และแขวนป้ายไว้ที่สวิตช์ โดยมีข้อความ “ห้ามสับสวิตช์” หรือใส่กุญแจป้องกันการสับสวิตช์

ถ้านายจ้างต้องการให้ลูกจ้างใช้เครื่องเป่าลมที่มีกำลังดันสูง ทำความสะอาดบริภัณฑ์ไฟฟ้าที่มีกระแสไฟฟ้า จะต้องจัดให้ลูกจ้างใช้ท่อและหัวฉีดที่เป็นฉนวนไฟฟ้าที่เหมาะสมกับแรงดันไฟฟ้านั้น

ในส่วนของบริภัณฑ์ไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้าเกินกว่า 50 โวลต์ นายจ้างจะต้องจัดให้มีการปิดกั้นอันตรายหรือจัดให้มีแผ่นฉนวนไฟฟ้าปูไว้ที่พื้นเพื่อป้องกันการเกิดอันตรายจากการสัมผัส

กรณีที่นายจ้างมีการใช้หม้อแปลงเครื่องวัดที่มีแรงดันไฟฟ้าเกินกว่า 600 โวลต์ จะต้องปฏิบัติดังนี้

- จะต้องมีสายต่อลงดิน เว้นแต่สายนั้นเป็นสายหุ้มฉนวนไฟฟ้าชนิดมีเปลือกโลหะที่ต่อลงดิน และร้อยอยู่ในท่อโลหะที่เหมาะสมที่ต่อลงดิน

- หม้อแปลงไฟฟ้าประเภทแปลงกระแสวงจรต้องต่อให้เป็นวงจรปิด

ในกรณีที่นายจ้างใช้เครื่องกำเนิดไฟฟ้านายจ้างจะต้องปฏิบัติตามนี้

- จะต้องติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าในบริเวณพื้นที่กว้างพอที่จะทำงานได้

- และจัดให้มีการระบายอากาศอย่างเพียงพอ ถ้าติดตั้งภายในห้องหากมีไอเสียจากเครื่องยนต์ให้ต่อท่อไอเสียออกสู่ภายนอก

- จัดให้มีเครื่องป้องกันกระแสไฟฟ้าไหลเกิน

- และจัดให้มีเครื่องดับเพลิงที่ใช้ดับเพลิงที่เกิดจากไฟฟ้าอย่างเพียงพอ และสามารถดับเพลิงที่เกิดจากน้ำมันภายในห้องเครื่องได้

- กรณีที่มีเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง จะต้องจัดให้มีเครื่องป้องการใช้ผิด หรือสวิตช์สับโยก 2 ทาง เพื่อไม่ให้มีโอกาสต่อขนานกับระบบไฟฟ้าของการไฟฟ้าได้ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจาการไฟฟ้านั้น

นายจ้างจ้ะต้องติดตั้งเต้ารับไว้ให้เพียงพอแก่การใช้งาน เพื่อไม่ให้การต่อไฟโดยวิธีที่ไม่ปลอดภัย และในกรณีที่มีการใช้เต้ารับที่เกินกำลังไฟฟ้า 

 จะต้องรีบเปลี่ยนแปลงขนาดของเต้ารับ สายไฟฟ้า อุปกรณ์ และเครื่องป้องกันให้เหมาะสมตามประเภทที่ใช้งาน และรวมถึงสภาพการใช้งานตามมาตรฐาน

การติดตั้งที่การไฟฟ้ากำหนด และถ้าหากยังไม่มีข้อกำหนดให้นายจ้างทำตามมาตรฐานของสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย

ระบบป้องกันฟ้าผ่า

อาคารสถานประกอบการหรือโรงงานนายจ้างจะต้องติดตั้งระบบป้องกันฟ้าผ่า หรือบริเวณที่มีถังเก็บของเหลวไวไฟหรือก๊าซไวไฟ ตามหลักมาตรฐานของสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย 

 และต้องติดตั้งระบบล่อฟ้าที่ปล่องควัน ซึ่งไม่อยู่ในกรวยรัศมีคุ้มกันของระบบป้องกันฟ้าผ่า ให้มีรัศมีที่พื้นดินเท่ากับความสูงของหลักล่อฟ้า

ถ้าปล่องควันทำด้วยโลหะให้นายจ้างจัดให้มีการป้องกันอันตรายจากฟ้าผ่าดังนี้ ให้ต่อสายนำประจุจากปล่องควันลงหลักดิน 

 และให้ต่อสายลวดโลหะที่ยึดปล่องควันทุกเส้นด้วยสายลวดโลหะนั้นลงหลักดิน ถ้าปล่องควันทำด้วยอิฐหรือคอนกรีตต้องจัดให้มีการป้องกันอันตรายดังนี้ 

จะต้องมีการติดตั้งหลักล่อฟ้าความสูงของหลักต้องเหนือขอบปล่องควัน มีการต่อสายนำประจุไม่น้อยกว่า 2 สายตรงข้ามกันต่อจากสายที่ต่อเชื่อม

ครบวงจรจากส่วนบนของปล่องไปยังดิน และปล่องควันที่บุผิวด้วยโลหะหรือมีบันไดเป็นโลหะจะต้องต่อสายนำประจุเข้ากับผิวโลหะหรือบันไดทั้งส่วนบนและส่วนล่าง

สายนำประจุที่ใช้สำหรับป้องกันอันตรายที่เกิดจากฟ้าผ่าจะต้องมีลักษณะดังนี้

- เป็นทองแดงมีขนาดพื้นที่หน้าตัดของเนื้อทองแดง มีคุณสมบัติใช้ในงานไฟฟ้าที่นำกระแสไฟฟ้าได้ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม

- สายนำประจุที่เป็นท่อกลวง เป็นทองแดงที่มีความหนาและมีขนาดพื้นที่หน้าตัดของเนื้อทองแดงและนำกระแสไฟฟ้าได้ไม่น้อยกว่ามาตรฐานตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม

- สายนำประจุที่เป็นแผ่นยาวหรือสายถักจะต้องเป็นทองแดงและมีขนาดพื้นที่หน้าตัดของเนื้อทองแดงและนำกระแสไฟฟ้าไม่น้อยกว่ามาตรฐานตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม

สายนำประจุจะต้องมีรอยต่อน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ และรอยต่อต้องมีความแข็งแรงรับแรงดึงได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของความแข็งแรงของสาย 

 และต้องไม่มีการหักมุม สายนำประจุที่สูงจากพื้นดินจนถึงระยะ 2.5 เมตร นายจ้างจะต้องป้องกันการกระทบกระแทกโดยใช้ไม้หรือวัสดุที่ไม่เป็นสารแม่เหล็กห่อหุ้ม 

 สายนำประจุต้องต่อเชื่อมปลายด้านบนและด้านล่างของท่อเข้ากับสายนั้นด้วย ตัวจับยึดสายนำประจุต้องเป็นทองแดงหรือโลหะผสมทองแดง และมีระยะห่างระหว่างตัวจับยึดไม่เกิน 12 เมตร ตามแนวตั้ง และ 60 เซนติเมตรตามแนวนอน



 

อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล และอุปกรณ์ป้องกันอันตรายจากไฟฟ้า

นายจ้างจะต้องจัดหาอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลที่เหมาะสมกับลักษณะงานให้กับลูกจ้างที่ทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้าสวมใส่ตลอดระยะเวลาที่ทำงาน 

 และจัดให้มีอุปกรณ์ป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าที่เหมาะสมกับลักษณะงานเช่นกันให้กับลูกจ้างด้วย และในกรณีที่ลูกจ้างทำงานในที่สูงตั้งแต่ 4 เมตรขึ้นไป

ให้จัดให้ดผมีเข็มขัดนิรภัยและหมวกนิรภัยชั้นคุณภาพตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมให้แก่ลูกจ้างสวมใส่ตลอดเวลาการทำงาน

 เว้นแต่เข็มขัดนิรภัยและหมวกนิรภัยจะทำให้ลูกจ้างเสี่ยงต่ออันตรายมากขึ้นนายจ้างจะต้องจัดให้มีอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยอย่างอื่นแทน

ส่วนอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลและอุปกรณ์ป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าต้องมีคุณสมบัติดังนี้ เป็นอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัย

ส่วนบุคคลและอุปกรณ์ที่ใช้ป้องกันกระแสไฟฟ้าต้องเหมาะสมกับแรงดันไฟฟ้าสูงสุดในบริเวณที่ทำงานหรือบริเวณใกล้เคียงที่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ 

 ถุงมือยางป้องกันไฟฟ้าต้องมีลักษณะสวมกับนิ้วมืได้ทุกนิ้ว และถุงมือหนังที่ใช้สวมทับถุงมือยางต้องมีความยาวหุ้มถึงข้อมือและมีความคงทน

ต่อการฉีกขาดได้ดี ในการใช้ถุงมือยางจะต้องใช่คู่ถุงมือหนังทุกครั้งที่ทำงานให้เป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม

กรณีที่บริเวณที่ทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้าอยู่ใกล้หรืออยู่เหนือน้ำที่อาจทำให้ลูปกจ้างเกิดอันตรายจากการจมน้ำ นายจ้างจะต้องจัดให้ลูกจ้างสวมใส่เครื่องชูชีพกันจมน้ำ 

 เว้นแต่ถ้าการสวมใส่เครื่องชูชีพนั้นอาจทำให้ได้รับอันตรายมากกว่าเดิมก็ให้นายจ้างจัดหาวิธีการอื่นที่มีความปลอดภัยแทน

นายจ้างจะต้องจัดให้มีอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลและอุปกรณ์ป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าอยู่ในสภาพที่ปลอดภัยตลอดการใช้งาน รวมทั้งต้องตรวจสอบ บำรุงรักษาและทดสอบตามมาตรฐานและวิธีที่ผู้ผลิตกำหนด

ความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับสารเคมี

อันตรายที่เกิดจากสารเคมีทำให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อมุนษย์ และสิ่งแวดล้อม กฏระเบียบของการใช้สารเคมีกำหนดให้มีฉลาก

แสดงถึงความเป็นพิษของสารเคมีซึ่งเป็นพิษอย่างมากต่อสิ่งที่มีชีวิต และเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม การกำจัดแบบธรรมชาติโดยแสงแดด น้ำ 

 หรือการใช้สารเป็นกลางในการกำจัดทางชีวภาพ อาจจะแสดงความเป็นพิษและกลายเป็นสารที่สร้างความเสียหายได้ในระยะยาว 

 การที่ไม่แสดงความเป็นพิษในมนุษย์ทันทีไม่ได้หมายความว่าสารนั้น ๆ จะไม่ทำอัตรายต่อสิ่งแวดล้อม แต่สามารถก่อให้เกิดความเสียหายของระบบนิเวศน์ของแหล่งน้ำในท้องถิ่นนั้น ๆ ได้

ลักษณะของสารเคมีที่ฟุ้งกระจายในอากาศ เราสามารถแบ่งออกได้ 2 ลักษณะ ได้แก่

- สารเคมีฟุ้งกระจายในรูปอนุภาค เป็นสารเคมีที่อยู่ในรูปของเหลวหรือของเข็ง เช่น หมอกควันเป็นสภาวะมลพิษในอากาศที่เกิดจากสภาวะอากาศเย็น

มีหมอกเกิดการปนเปื้อนกับกลุ่มควัน ฝุ่นเป็นของแข็งที่ฟุ้งกระจายในอากาศเกิดจากการทำงานของกรด จะมีฝุ่นทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็ก เมื่อหายใจเข้าปอดจะเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจส่วนปลายได้ ฟูม

และจัดทำคู่มือเกี่ยวกับแนวทางและขั้นตอนในการทำงานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย คำแนะนำเกี่ยวกับการป้องกันอันตราย 

 รวมถึงข้อมูลความหมายที่มีบนฉลากและเอกสารข้อมูลความปลอดภัยของสารเคมีอันตราย ลูกจ้างต้องทำตามวิธีการทำงานที่ถูกต้องและปลอดภัยตาม

คู่มือการทำงานที่นายจ้างจัดทำขึ้น และเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย ลูกจ้างจะต้องบรรเทาเหตุและแจ้งให้หัวหน้างานทราบทันที

ฉลากและป้าย

สถานประกอบการหรือโรงงานจะต้องจัดให้นายจ้างทำการปิดฉลากที่เป็นภาษาไทยที่มีขนาดใหญ่พอสมควร อ่านง่าย คงทน ไว้ที่หีบห่อบรรจุภัณฑ์ ภาชนะบรรจุ หรือวัสดุสารเคมีอันตราย และต้องมีรายละเอียดเกี่ยวกับรายการดังนี้

- ชื่อผลิตภัณฑ์

- ชื่อสารเคมีอันตราย

- รูปสัญลักษณ์

- คำสัญญาณ

- ข้อความแสดงอันตราย

- ข้อควรระวังหรือข้อปฏิบัติเพื่อป้องกันอันตราย

ถ้าไม่สามารถปิดฉลากได้เนื่องจากขนาดหรือลักษณะของหีบห่อบรรจุภัณฑ์ ให้นายจ้างกำหนดวิธีการที่มีประสิทธิภาพเพื่อให้ลูกจ้างได้รู้ถึงรายละเอียดของสารเคมีอันตราย 

 ในบริเวณที่มีการทำงานเกี่ยวกับสารเคมีอันตรายนั้น และให้จัดให้มีป้ายห้าม ป้ายให้ปฏิบัติ หรือป้ายเตือน ในการทำงานเกี่ยวกับสารเคมีอันตรายไว้ในที่เปิดเผยเห็นได้ชัดเจนที่สถานที่ทำงานของลูกจ้าง


ระบบรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด :  รั้วไฟฟ้า




และให้ทำการปิดประกาศหรือจัดทำป้ายแจ้งข้อความ “ห้ามสูบบุหรี่ รับประทานอาหาร หรือเครื่องดื่ม ประกอบอาหาร หรือเก็บอาหาร” 

 ด้วยตัวอักษาขนาดที่เห็นได้ชัดเจนในบรเวณที่ทำงานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย สถานที่เก็บสารเคมีอันตราย หรือในยานพาหนะขนส่งสารเคมีอันตราย และจะต้องควบคุมดูแลไม่ให้มีการฝ่าฝืนข้อห้ามดังกล่าว

การคุ้มครองความปลอดภัย


สถานประกอบการหรือโรงงานนายจ้างจะต้องจัดให้บริเวณที่ลูกจ้างทำงานเกี่ยวกับสารเคมีอันตรายจะต้องมีสภาพและคุณลักษณะ ดังนี้

- สะอาดถูกสุขลักษณะ และเป็นระเบียบเรียบร้อย พื้นที่ทำงานต้องเรียบ สม่ำเสมอ ไม่ลื่น และไม่มีวัสดุเกะกะกีดขวางทางเดิน

- มีระบบระบายอากาศแบบทั่วไป หรือแบบที่ทำให้สารเคมีอันตรายเจือจาง หรือแบบที่มีเครื่องดูดอากาศเฉพาะที่ ที่เหมาะสมกับประเภทของสารเคมีอันตราย โดยให้มีออกซิเจนในบรรยากาศไม่ต่ำกว่าร้อยละ 19.5 โดยปริมาตร

- มีระบบป้องกันและกำจัดอากาศเสียโดยใช้ระบบระบายอากาศเฉพาะที่ ระบบเปียก การปิดคลุม หรือระบบอื่น เพื่อไม่ให้สารเคมีอันตรายในบรรยากาศเกินปริมาณกำหนด และป้องกันไม่ให้อากาศที่ระบายออกไปเป็นอันตรายต่อผู้อื่น

สถานประกอบการหรือโรงงานนายจ้างจะต้องจัดให้ในบริเวณที่ลูกจ้างทำงานเกี่ยวกับสารเคมีอันตรายมีสถานที่และอุปกรณ์เพื่อคุ้มครองความปลอดภัย ดังนี้

- จัดที่สำหรับชำระล้างสารเคมีอันตรายที่ลูกจ้างสามารถใช้ได้ทันทีในกรณีฉุกเฉิน อย่างน้อยจะต้องมีที่ล้างตาหรือฝักบัวสำหรับชำระล้างร่างกายจากสารเคมีอันตราย

- ที่สำหรับล้างมือล้างหน้า ไม่น้อยกว่า 1 ที่ต่อลูกจ้าง 15 คน และให้เพิ่มจำนวนขึ้นตามสัดส่วนของลูกจ้าง

- จัดให้มีห้องอาบน้ำเพื่อใช้ชำระล้างร่างกายไม่น้อยกว่า 1 ห้องต่อลูกจ้าง 15 คน และให้เพิ่มจำนวนตามสัดส่วนและส่วนที่เกิน 7 คนขึ้นไป

ให้ถือเป็น 15 คน จะต้องจัดของใช้ที่จำเป็นสำหรับการชำระล้างสารเคมีอันตรายออกจากร่างกายให้เพียงพอและใช้ได้ตลอดเวลา

- จัดเตรียมอุปกรณ์และเวชภัณฑ์ที่จำเป็นสำหรับการปฐมพยาบาลให้กับลูกจ้างที่ได้รับอันตรายจากสารเคมีอันตราย

- จัดอุปกรณ์ดับเพลิงที่เหมาะสมกับสารเคมีอันตรายแต่ละชนิด และเพียงพอสำหรับการผจญเพลิงเบื้องต้น

- จัดชุดทำงานเฉพาะสำหรับลูกจ้างที่ทำงานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย และที่เก็บชุดทำงานที่ใช้แล้วให้เหมาะสมกับสารเคมีอันตรายประเภทนั้น

นายจ้างจะต้องจัดเตรียมอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลตามลักษณะอันตรายและความรุนแรงของสารเคมีอันตราย หรือลักษณะของงานให้ลูกจ้างใช้หรือสวมใส่

เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดแก่ชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพอนามัยของลูกจ้าง ให้ลูกจ้างที่ทำงานเกี่ยวกับสารเคมีอันตรายใช้หรือสวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล 

 กรณีที่ลูกจ้างไม่ใช้หรือไม่สวมใส่อุปกรณ์นั้น ให้นายจ้างสั่งลูกจ้างให้หยุดทำงานทันที จนกว่าลูกจ้างจะได้ใช้หรือสวมใส่อุปกรณ์ดังกล่าว


และนายจ้างจะต้องดูแลสถานที่ทำงานเกี่ยวกับสารเคมีอันตรายและตรวจสอบอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยที่จัดไว้ให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยตลอดเวลา 

 ในกรณีที่มีการร้องเรียนด้านความไม่ปลอดภัยในการทำงานให้นายจ้างดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงและหากพบว่ามีผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม

ในการทำงานหรือสุขภาพอนามัย ให้ดำเนินการแก้ไขให้เกิดความปลอดภัยในทันที

การเก็บรักษา การบรรจุ และการถ่ายเทสารเคมีอันตราย

สถานประกอบการหรือโรงงานและนายจ้างจะต้องจัดสถานที่เก็บรักษาสารเคมีอันตรายให้มีสภาพและคุณลักษณะ ดังนี้

- ต้องสามารถทนไฟได้ไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง แต่ถ้าในกรณีที่เป็นที่เก็บรักษาสารเคมีอันตรายที่มีคุณสมบัติเป็นตัวทำปฏิกิริยารุนแรง เป็นตัวเพิ่มออกซิเจน

 อาจทำให้เกิดการระเบิดหรือไฟไหม้ต้องสามารถทนไฟได้ไม่น้อยกว่า 180 นาที หากสถานที่ดังกล่าวมีระบบน้ำดับเพลิงอัตโนมัติ

- พื้นเรียบไม่ขรุขระ ไม่เปียกไม่ลื่น สามารถรับน้ำหนักได้ และไม่ดูดซับสารเคมีอันตราย ต้องดูแลปรับปรุงสถานที่ไม่ให้ชำรุด ผุ กร่อน และรักษาความสะอาดพื้นไม่ให้มีเศษขยะ หรือสิ่งที่เป็นเชื้อเพลิง

- มีระยะห่างจากอาคารที่ลูกจ้างทำงานในระยะที่ปลอดภัยตามที่อธิบดีปรกาศกำหนด

- ทางเดินภายในและภายนอกกว้างเพียงพอที่จะนำเครื่องมือและอุปกรณ์ดับเพลิงมาใช้ได้อย่างสะดวก ไม่มีสิ่งกีดขวาง เพื่อให้เกิดความปลอดภัยตลอดทาง

- มีทางเข้าออกสถานที่เก็บรักษาสารเคมีอันตรายไม่น้อยกว่า 2 ทาง และใช้ประตูทนไฟเป็นชนิดเปิดออกสู่ภายนอก และปิดกุญแจทุกครั้งทุกห้องเมื่อไม่มีการทำงาน

- มีระบบระบายอากาศที่เหมาะสม และเกิดความปลอดภัยแก่ลูกจ้างที่ทำงานและจัดการป้องกันไม่ให้อากาศที่ระบายออกมาเป็นอันตรายแก่ผู้อื่น

- มีการป้องกันสาเหตุที่อาจทำให้เกิดไฟไหม้ในบริเวณสถานที่เก็บรักษาสารเคมีอันตราย

- จัดทำเขื่อน กำแพง ทำนบ ผนัง หรือสิ่งอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายกัน เพื่อไม่ให้สารเคมีอันตรายที่เป็นของเหลวไหลออกภายนอกบริเวณสถานที่เก็บรักษาสารเคมีอันตราย

และมีรางระบายสารเคมีที่รั่วไหลไปยังที่ที่สามารถรวบรวมนเพื่อนำไปกำจัดได้อย่างปลอดภัย จัดทำรั้วรอบสถานที่เก็บรักษาสารเคมีอันตรายที่อยู่นอกอาคาร

- จัดให้มีป้ายข้อความ “สถานที่เก็บรักษาสารเคมีอันตราย ห้ามเข้าโดยไม่ได้รับอนุญาต” ปิดประกาศไว้ที่ทางเข้าให้เห็นได้ชัดเจนตลอดเวลา

- มีแผนผังแสดงที่ตั้งของอุปกรณ์ดับเพลิง อุปกรณ์ผจญเพลิง ในกรณีฉุกเฉินติดไว้บริเวณทางเข้าออกให้เห็นได้ชัดเจนตลอดเวลา

นายจ้างจะต้องจัดให้มีมาตรการป้องกันอันตรายที่อาจเกิดจากสารเคมีอันตรายในบริเวณสถานที่เก็บรักษาสารเคมีอันตราย และมาตรการเบื้อต้นในการแก้ไขเยียวยาอันตรายที่เกิดขึ้น ในการจัดเก็บสารเคมีอันตรายให้นายจ้างปฏิบัติ ดังนี้

- เก็บรักษาสารเคมีอันตรายตามมาตรฐานการเก็บรักษาที่อธิบดีประกาศกำหนด

- จะต้องจัดทำบัญชีรายชื่อ ปริมาณสารเคมีอันตรายทุกชนิดที่จัดเก็บในสถานที่เก็บรักษาแต่ละแห่งอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

- ระมัดระวังไม่ให้หีบห่อ ภาชนะบรรจุ หรือวัสดุห่อหุ้มสารเคมีอันตรายชำรุดหรือพังทลาย

- จะต้องจัดให้มีมาตรการการป้องกันความเสียหายหรืออันตรายที่เกิดจากการขุดเจาะ หรือมีเครื่องหมายตำแหน่งให้งเห็นชัดเจนในกรณีที่เก็บไว้ใต้ดิน

นายจ้างจะต้องจัดดำเนินการเกี่ยวกับหีบห่อ ภาชนะบรรจุ หรือวัสดุห่อหุ้มสารเคมีอันตราย ดังนี้

- จะต้องใช้วัสดุที่แข็งแรง ไม่ชำรุด ผุ กร่อน และสามารถเคลื่อย้ายได้ด้วยความปลอดภัย สามารถรองรับความดันของสารเคมีอันตรายได้ในสภาพการใช้งานปกติ

- ตรวจสอบ และบำรุงรักษาให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้อย่างปลอดภัยตลอดเวลา หากพบว่ามีสารเคมีอันตรายรั่วไหลต้องทำการแยกเก็บไว้ต่างหากในที่ที่ปลอดภัยและทำความสะอาดสิ่งรั่วไหลโดยเร็ว

- บรรจุสารเคมีอันตรายไม่เกินพิกัดที่กำหนดไว้สำหรับภาชนะนั้น ๆ

- จะต้องมีมาตรการการป้องกันไม่ให้ยานพาหนะหรือสิ่งอื่นใดที่ขนส่งกระแทกหีบห่อ หรือวัสดห่อหุ้มสที่มีสารเคมี้งการ

- ควบคุมดูแลหีบห่อ ภาชนะบรรจุ หรือวัสดุห่อหุ้มสารเคมีอันตรายบรรจะไม่ให้เปิดทิ้งไว้ เว้นแต่เพื่อการตรวจสอบหรือใช้ประโยชน์

การบรรจุสารเคมีอันตรายที่มีคุณสมบัติไวไฟหรือระเบิดได้ จะต้องให้ห่างจากแหล่งที่ก่อให้เกิดประกายไฟหรือแหล่งความร้อนในระยะที่ปลอดภัย 

 ในกรณีที่ไม่สามารถทำฉนวนหุ้มโดยรอบได้ให้จัดทำป้ายเตือน การต่อท่อหรืออุปกรณ์ต่าง ๆ เข้ากับภาชนะบรรจุ หากมีลิ้นปิดเปิด ต้องจัดให้อยู่ในตำแหน่งที่ผู้ทำงานสามารถปิดเปิดได้อย่างรวดเร็วในกรณีฉุกเฉิน


การถ่ายเทสารเคมีอันตรายไปยังภาชนะหรือเครื่องมืออื่น ต้องติดชื่อสารเคมีอันตรายและสัญญลักษณ์เกี่ยวกับความปลอดภัยบนภาชนะหรือเครื่องมือที่บรรจุใหม่ด้วย 

 นายจ้างจะต้องเก็บหีบห่อ ภาชนะที่บรรจุ หรือวัสดุห่อหุ้มที่ใช้แล้วซึ่งปนเปื้อนและยังไม่ได้กำจัด ให้อยู่ในที่ปลอดภัยและเหมาะสมกับชนิดของสารเคมีอันตราย

การขนถ่าย การเคลื่อนย้าย หรือการขนส่ง

สถานประกอบการหรือโรงงานจะต้องปฏิบัติเกี่ยวกับการขนถ่าย เคลื่อนย้าย หรือขนส่งสารเคมีอันตราย ดังนี้

- จัดให้มีมาตรการป้องกันการฟุ้งกระจายรวมทั้งการกระเด็น หก รั่ว ไหล ของสารเคมีอันตราย

- ควรตรวจสอบความพร้อมของลูกจ้างที่ขับยานพาหนะ และยานพาหนะที่ใช้ในการขนถ่าย เคลื่อนย้าย ขนส่งสารเคมีอันตรายให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อมที่จะทำงานได้อย่างปลอดภัย

- จัดให้มีคู่มือข้อปฏิบัติในการแก้ไขปัญหากรณีฉุกเฉินได้อย่างปลอดภัยเป็นภาษาไทยไว้ในยานพาหนะและพร้อมจะนำมาใช้ได้ทันที จัดให้มีการฝึกอบรมและฝึกซ้อมวิธีการแก้ไขปัญหา เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

- และจะต้องจัดให้มีเครื่องดับเพลิงชนิดเคลื่อนย้ายได้ที่มีคุณสมบัติสามารถดับเพลิงจากสารเคมีอัมนตรายได้ตามความเหมาะสม จัดให้มีหน้ากากหรือเครื่องช่วยหายใจตามความจำเป็นติดไว้ที่ยานพาหนะอย่างเพียงพอพร้อมที่จะใช้ได้ทันที

- หีบห่อ ภาชนะบรรจุ หรือวัสดุห่อหุ้มที่บรรทุกในยานพาหนะต้องยึดแน่นกับฐานรองรับและยานพาหนะเพื่อไม่ให้เคลื่อนที่หรือลอยตัวได้

- ห้ามบรรทุกสารเคมีอันตรายที่อาจเกิดปฏิกิริยาต่กันไว้รวมกันในยานพาหนะ เว้นแต่จัดให้มีมาตรการขนส่งที่ปลอดภัยตามกฏหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

นายจ้างจะต้องปฏิบัติในการส่งสารเคมีอันตรายโดยการใช้ท่อ ดังนี้

- ให้ใช้ท่อและข้อต่อที่แข็งแรง ไม่ชำรุด ผุ กร่อน หรือรั่ว

- จะต้องตรวจสอบและบำรุงรักษาท่อและข้อต่อที่ใช้ในการส่งสารเคมีอันตรายให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อมใช้งานได้อย่างปลอดภัย

- ติดตั้งหรือวางท่อในลักษณะที่มีการป้องกันที่จะไม่ทำให้เกิดการชำรุดเสียหายจากการชน การทับ หรือกระแทก จากยานพาหนะหรือสิ่งอื่นใด

- การวางท่อใต้ดินหรือใต้น้ำ ต้องใช้ท่อหรือข้อต่อที่ทนทานต่อการกัดกร่อนและต้องมีเครื่องหมายแสดงตำแหน่งตลอดระยะแนวท่อให้เห็นได้ชัดเจน

- การส่งสารเคมีอันตรายต่างชนิดกัน ต้องใช้ท่อที่มีสีที่ต่างกัน และทำเครื่องหมายความแตกต่างให้ได้ชัดเจน

- การส่งสารเคมีอันตรายที่มีคุณสมบัติไวไฟหรือระเบิดได้ ต้องวางท่อส่งให้มีระยะห่างที่เพียงพอและปลอดภัยจากแหล่งความร้อนหรือแหล่งที่ก่อให้เกิดประกายไฟ และให้ต่อสายดินที่ท่อนั้นด้วย


ระบบรักษาความปลอดภัยในบ้าน  :  สัญญาณกันขโมย




การจัดการและการกำจัด

สถานประกอบการหรือโรงงานจะต้องทำความสะอาดหรือกำจัดสารเคมีอันตรายที่หก รั่วไหล หรือไม่ใช้แล้ว โดยกำหนดในข้อมูลความปลอดภัย

ตามชนิดของสารเคมีอันตรายการกำจัดกากสารเคมีอันตรายหรือสารเคมีที่เสื่อสภาพ อาจกำจัดโดยการเผา ฝังหรือใช้สารเคมี ด้วยวิธีการที่ปลอดภัยตามหลักวิชาการ 

 และเป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง นายจ้างจะต้องปฏิบัติต่อหีบห่อ ภาชนะบรรจุ หรือวัสดุห่อหุ้มสารเคมีอันตรายที่ปนเปื้อนและไม่ต้องการใช้แล้ว ดังนี้

1. ต้องไม่นำไปใช้บรรจุสิ่งอื่น และควบคุมดูแลลูกจ้างไม่ให้นำไปใช้บรรจุสิ่งของอื่น ๆ ด้วย

2. เก็บรวบรวมไว้ในภาชนะหรือในที่ที่ปลอดภัยนอกบริเวณที่ลูกจ้างทำงาน

3. กำจัดโดยวิธีการที่ปลอดภัยและเหมาะสมกับชนิดของสารเคมีอันตรายและเป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

การควบคุมระดับความเข้มข้นของสารเคมีอันตราย

นายจ้างของสถานประกอบการหรือโรงงานจะต้องจัดให้มีระบบป้องกันและควบคุม เพื่อไม่ให้มีระดับความเข้มข้นของสารเคมีอันตรายในบรรยากาศ

ของสถานที่ทำงานและสถานที่เก็บรักษาสารเคมีอันตรายเกินขีดจำกัดตามประกาศที่กำหนดไว้ และนายจ้างจะต้องจัดให้มีการตรวจวัดและวิเคราะห์ระดับของความเข้มข้น

ของสารเคมีอันตรายในสถานที่ทำงานและสถานที่เก็บรักษาและส่งรายงานผลการตรวจวัดให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องภายใน 15 วันนับแต่วันที่ทราบผลการตรวจวัด

ถ้าในกรณีที่นายจ้างไม่สามารถดำเนินการได้เองจะต้องให้ผู้ที่ขึ้นทะเบียนหรือได้รับใบอนุญาตจากรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเป็นผู้ดำเนินการให้ 

 และถ้าในกรณีที่สารเคมีเกินขีดจำกัดความเข้มข้นจะต้องให้นายจ้างใช้มาตรการกำจัดหรือควบคุมสารเคมีอันตรายทางวิศวกรรมและกรบริหารจัดการสภาพแวดล้อม

 เพื่อลดระดับความเข้มข้นของสารเคมีอันตรายไม่ให้เกินขีดจำกัดและต้องมีมาตรการป้องกันอันตรายส่วนบุคคลด้วยวิธีที่เหมาะสม



ระบบรักษาความปลอดภัย


 

การดูแลสุขภาพอนามัย

นายจ้างจะต้องประเมินความเสี่ยงต่อสุขภาพของลูกจ้างที่มีการใช้สารเคมีอันตรายและจัดทำรายงานการประเมินส่งให้อธิบดีภายใน 15 วัน

นับแต่วันที่ทราบผลการประเมิน ถ้าผลการประเมินอยู่ในระดับที่อาจก่อให้เกิดอันตรายให้นายจ้างดำเนินการแก้ไขปรับปรุงให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัย

 และให้นายจ้างนำผลการประเมินไปใช้ประกอบการวางแผนการตรวจสุขภาพของลูกจ้างที่ทำงานเกี่ยวกับปัจจายเสี่ยงและการเฝ้าระวังสุขภาพอนามันของลูกจ้าง

การควบคุมและปฏิบัติการกรณีมีเหตุฉุกเฉิน

นายจ้างที่มีสารเคมีอันตรายในครอบครองและมีปริมาณตามที่อธิบดีประกาศกำหนด จะต้องจัดให้มีการประเมินความเสี่ยงในการก่อให้เกิดอันตราย

และจะต้องจัดทำรายงานการประเมินความเสี่ยงนั้นอย่างน้อยในระยะเวลา 5 ปีต่อ 1 ครั้ง และถ้าในกรณีนทผที่มีการเปลี่ยนสถานที่ครอบครอง รายชื่อ 

 และปริมาณรวมทั้งกระบวนการผลิต จะต้องให้นายจ้างจัดให้มีการประเมินความเสี่ยงในการก่อให้เกิดอันตรายและจัดทำรายงานการประเมินความเสี่ยงเพิ่มเติม

และการจัดทำรายงานการประเมินความเสี่ยงให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข และให้ส่งรายงานดังกล่าวต่ออธิบดีภายใน 15 วันนับแต่วันที่ทราบผลการประเมิน

นายจ้างจะต้องทำแผนปฏิบัติการกรณีมีเหตุฉุกเฉินของสถานประกอบการตามหลักเกณฑ์และวิธีการและเก็บแผนดังกล่าวไว้ที่สถานประกอบการพร้อมที่จะให้พนักงานตรวจความปลอดภัยตรวจสอบได้ 

 ตลอดจนวันปรับปรุงแผนให้ทันสมัยและฝึกซ้อมตามแผนอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง จัดให้มีการฝึกอบรมลูกจ้างที่มีหน้าที่ควบคุมและระงับเหตุอันตราย

ตามหลักสูตรที่กำหนดและทำการฝึกอบรมทบทวนอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และเก็บหลักฐานการฝึกอบรมพร้อมที่จะให้พนักงานตรวจความปลอดภัยตรวจสอบได้

กรณีที่มีการรั่วไหลของสารเคมีอันตราย เกิดการฟุ้งกรจาย เกิดอัคคีภัย หรือเกิดการระเบิด นายจ้างจะต้องให้ลูกจ้างทุกคนที่ทำงานในบริเวณนั้นหรือ

ใกล้เคียงหยุดทำงานทันทีและให้ออกไปให้พ้นรัศมีที่อาจได้รับอันตราย และนายจ้างจะต้องดำเนินการให้ผู้ที่เกี่ยวข้องตรวจสอบและระงับเหตุทันที 

 และถ้าหากส่งผลกระทบต่อประชาชนที่อยู่ใกล้เคียงให้นายจ้างของสถานประกอบการนั้น ๆ แจ้งดำเนินการเตือนถึงอันตรายที่ส่งผลกระทบนั้นทันที



วันอาทิตย์ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2562

ความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับหม้อไอน้ำ (กล้องวงจรปิด)

กล่องใส่กล้องวงจรปิด 

กับความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับหม้อไอน้ำภายในโรงงาน


กล่องใส่กล้องวงจรปิด  กับภาชนะที่ให้ความร้อนกับน้ำจนเป็นน้ำที่มีความร้อนหรือเป็นไอน้ำที่มีความอันและอุณหภูมิสูง และไหลออกจากหมอไอน้ำสสำหรับใช้ในกระบวนการต่าง ๆ 

 ระบบการผลิตโรงงานอุตสาหกรรม หม้อไอน้ำจึงมีอันตรายสูงขณะใช้งาน และมีความเสี่ยงต่อการเกิดความเสียหาย 

 ความสูญเสียต่อทรัพยากรบุคคลและทรัพย์สินเป็นอย่างมากถ้าไม่ได้ทำการบำรุงรักษาที่ถูกต้องและสม่ำเสมอ

วัสดุทำหม้อไอน้ำ

ทำจากเหล็กกล้า หรือเหล็กกล้าผสม ส่วนเหล็กกล้าไร้สนิมห้ามใช้งานในส่วนของหม้อไอน้ำแบบเปียกสมัยใหม่ แต่จะใช้ในส่วนที่เป็นไอดงที่ไม่สัมผัสกับน้ำร้อน

หม้อไอน้ำในที่พักอาศัย นิยมใช้ทองแดงหรือทองเหลือง มีขนาดเล็กและสร้างได้ง่าย ขึ้นรูปได้ดี และมีความสามารถในการนำความร้อนสูง

ส่วนเหล็กหล่อใช้สำหรับทำความร้อนของเครื่องทำน้ำอุ่น มีวัตถุประสงค์ในการผลิตน้ำร้อนที่ไม่เป็นไอน้ำ และทำงานที่แรงดันต่ำจะไม่เป็นน้ำเดือด และความเปราะบางของเหล็กหล่อ ทำให้ไม่เหมาะสำหรับหม้อไอน้ำแรงดันสูง

เชื้อเพลิง

แหล่งกำเนิดความร้อน การเผาไหม้ของเชื้อเพลิงชนิดต่าง ๆ เช่น ไม้ ถ่านหิน น้ำมัน หรือก๊าซธรรมชาติ ในเตานิวเคลียร์ใช้แหล่งกำเนิดความร้อนเพื่อผลิตไอน้ำแบบโดยตรง หรือแลกเปลี่ยนความร้อนเพื่อไปขับเคลื่อนกังหันก๊าซ

ชนิดของหม้อไอน้ำ

โดยทั่วไปหม้อไอน้ำในโรงงานอุตสาหกรรมจะแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ หม้อไอน้ำแบบท่อไฟ และหม้อไอน้ำแบบท่อน้ำ

หม้อไอน้ำแบบท่อไฟ ก๊าซร้อนจะไหลผ่านเข้าไปในท่อ น้ำจะถูกป้อนเข้าหม้อไอน้ำและถูกเปลี่ยนเป็นไอน้ำ และมีแรงดันไอน้ำในระดับต่ำจนถึงปานกลาง 

 หม้อไอน้ำแบบท่อไฟมีอัตราการผลิตสูง หม้อไอน้ำแบบท่อไฟใช้ทำงานได้ดีกับเชื้อเพลิงน้ำมัน ก๊าซ หรือของแข็ง 

 และด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจในปัจจุบันจะมีโครงสร้างแบบรวมเป็นชุดที่สามารถใช้ได้กับเชื้อเพลิงทุกชนิด

หม้อไอน้ำแบบท่อน้ำ น้ำจะไหลป้อนเข้าหม้อไอน้ำผ่านทางท่อน้ำที่วางรอบ ๆ หม้อไอน้ำที่อยู่รอบจะได้รับความร้อนจากการเผาไหม้

ของก๊าซและกลายเป็นไอน้ำในพื้นที่ไอน้ำของหม้อไอน้ำ การออกแบบหม้อไอน้ำแบบท่อน้ำจะมีความจุไอน้ำที่ความดันสูงมาก 

 หม้อไอน้ำแบบท่อน้ำจำนวนมากในปัจจุบันจะมีโครงสร้างแบบรวมเป็นชุด ถ้าใช้น้ำมันนหรือก๊าซเป็นเชื้อเพลิง


สินค้าแนะนำ  :   กล้องวงจรปิด




 

กฎหมายความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับหม้อไอน้ำ

ข้อบังคับและกฎหมายต่าง ๆ ที่ใช้เพื่อควบคุมงานหม้อไอน้ำในโรงงานอุตสาหกรรมให้ถูกต้องและปลอดภัยต่อทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง กฎหมายควบคุมความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับหม้อไอน้ำมีเป็นสังเขปดังนี้

1. สาระและความสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการใช้หม้อไอน้ำ เครื่องจักร เครื่องอุปกรณ์ หรือสิ่งที่นำมาใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม

- มั่นคง แข็งแรง เหมาะสม ในกรณีที่มีเหตุอันควร ให้นำเครื่องจักร อุปกรณ์ หรือสิ่งที่นำมาใช้ในโรงงานชนิดใดต้องมีคำรับรองของผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม

- ใช้เครื่องจักรที่มีความปลอดภัยและไม่ก่อให้เกิดความสั่นสะเทือนของเสียง หรือรบกวนผู้ที่อยู่อาศัยใกล้เคียง

- มีเครื่องป้องกันอันตราย อันอาจเกิดจากส่วนที่เคลื่อนไหวของเครื่องจักรตามความจำเป็นเหมาะสม

- บ่อหรือถังสนองกันกับเครื่องจักรที่อาจเป็นอันตรายในการทำงานของคนงาน ต้องมีขอบหรือราวกั้นที่แข็งแรงและปลอดภัย

- หม้อต้มหรือหม้อไอน้ำที่ใช้ของเหลวหรือก๊าซเป็นสื่อนำความร้อน เครื่องอัดก๊าซ และระบบท่อ เครื่องจักรหรือภาชนะที่ทำงานสนองกัน 

ต้องได้รับการออกแบบคำนวณและสร้างตามมาตรฐานที่ยอมรับ โดยมีคำรับรองของผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม

- ภาชนะบรรจุที่มีความกดดันต่างจากบรรยากาศต้องเป็นไปตามมาตรฐานที่ยอมรับ มีอุปกรณ์ความปลอดดภัยและส่วนประกอบที่จำเป็นตามหลักวิชาการ โดยมีคำรับรองของผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม

- ภาชนะบรรจะวัตถุอันตรายหรือของเหลวอื่นใดที่อาจทำให้เกิดอันตรายแก่คน สัตว์ พืข หรือทรัพย์และสิ่งแวดล้อม ต้องมั่นคงแข็งแรงเป็นไปตามมาตรฐานที่ยอมรับ 

 โดยมีคำรับรองของผู้กอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม และจะต้องสร้างเขื่อนหรือกำแพงโดยรอบที่สามารถจะกักเก็บปริมาณของวัตถุนั้นได้ทั้งหมด

 เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของวัตถุได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในกรณีที่ภาชนะบรรจุตั้งอยู่ในที่โล่งแจ้งต้องมีสายล่อฟ้าให้เป็นไปตามหลักวิชาการ และภาชนะบรรจุที่อาจเกิดประจุไฟฟ้าสถิตได้ในตัวต้องต่อสายดิน

- การติดตั้งท่อและอุปกรณ์สำหรับส่งวัตถุตามท่อ ต้องเป็นไปตามหลักวิชาการที่ยอมรับกัน

- ระบบไฟฟ้า การเดินสายไฟฟ้า การติดตั้งเครื่องยนต์ไฟฟ้า สวิตช์ไฟฟ้าและอุปกรณ์เครื่องไฟฟ้า ต้องเป็นไปตามหลักวิชาการที่ยอมรับกัน โดยมีคำรับรองของผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม

2. โรงงานที่มีการใช้หม้อไอน้ำ หรือหม้อต้มที่ใช้ของเหลวหรือก๊าซเป็นสื่อนำความร้อนที่มีความกดดันต่างจากบรรยากาศ 

 ต้องมีผู้ควบคุมที่คุณวุฒิวิชาชีพชั้นสูงหรือช่างผู้ชำนาญงานที่ผ่านการฝึกผบรมหลักสูตรผู้ควบคุมหม้อไอน้ำ ผู้ประกอบกิจการ

ต้องจัดให้มีผู้ประกอบการวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม เป็นวิศวกรผู้ควบคุมและมีอำนาจการใช้หม้อไอน้ำด้วย

3. โรงงานที่ประกอบกิจการสร้างหรือซ่อมหม้อไอน้ำ หรือหม้อต้มที่ใช้ของเหลวหรือก๊าซเป็นสื่อนำความร้อน ผู้ประกอบกิจการจะต้องจัดให้มีผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมเป็นผู้ดูแลควบคุมการสร้างและการซ่อม



 

กฎกระทรวง ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2535) มีสาระที่สำคัญพร้อมทั้งเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการใช้หม้อไอน้ำมีดังนี้

1. การใช้หม้อไปน้ำในโรงงานหรือหม้อต้มที่ใช้ของเหลว ก๊าซเป็นสื่อนำความร้อนที่มีความกดดันต่างจากบรรยากาศ จะต้องจัดทำรายงานข้อมูลการตรวจและการทดสอบความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์

2. โรงงานที่สร้างหรือซ่อมหม้อไอน้ำ หรือหม้อต้มที่ใช้ของเหลวหรือก๊าซเป็นสื่อนำความร้อนที่มีความกดดันต่างจากบรรยากาศ จะต้องจัดทำรายงานข้อมูลการผลิตการตรวจและการทดสอบความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์

3. โรงงานที่มีการผลิต การเก็บ หรือการใช้วัตถุอันตรายตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตราย จะต้องจัดทำข้อมูลความปลอดภัยที่เกี่ยวกับลักษณะอันตรายตามคุณสมบัติของวัตถุนั้น ๆ

ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ฉบับที่ 18 (พ.ศ.2528) เกี่ยวกับเรื่องหน้าที่ของผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน ซึ่งมีสาระสำคัญและเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการใช้หม้อน้ำ ดังนี้

1. ผู้รับใบอนุญาตประกอบโรงงานทุกประเภท หรือที่มีการใช้หม้อน้ำสำหรับประกอบกิจการโรงงาน ต้องจัดให้มีอุปกรณ์ป้องกันอันตรายดังนี้

- จะต้องติดตั้งลิ้นนิรภัยอย่างน้อย 2 ชุด

- จะต้องติดตั้งงเครื่องวัดระดับน้ำชนิดหลอดแก้วไว้ให้เห็นชัดเจน พร้อมลิ้นปิดเปิดเพื่อตรวจสอบระดับน้ำ

- จะต้องติดตั้งเครื่องวัดความดันไอน้ำ และต้องมีเครื่องหมายแสดงระดับความดันอันตรายไว้ให้เห็นได้ชัดเจน

- จะต้องติดตั้งเครื่องสูบน้ำเข้าหม้อไอน้ำ และจะต้องสามารถสูบน้ำเข้าต้องมากกว่าอัตรากาดตัรผลิตไอน้ำ

- จะต้องติดตั้งลิ้นกันกลับที่ท่อน้ำเข้าหม้อไอน้ำและจะต้องติดตั้งให้ใกล้หม้อไอน้ำให้มากที่สุด

- จะต้องติดตั้งลิ้นจ่ายไอน้ำทที่ตัวหม้อไอน้ำ

- ในโรงงานที่หม้อไอน้ำ 2 เครื่องขึ้นไป ถ้าใช้ท่อจ่ายไอน้ำร่วมกันต้องติดตั้งลิ้นกันกลับที่ท่อหลังลิ้นจ่ายของแต่ละเครื่อง

- หม้อไอน้ำที่ใช้เชื้อเพลิงเหลว จะต้องติดตั้งเครื่องควบคุมความดันและเครื่องควบคุมระดับน้ำอัตโนมัติ

- และจะต้องติดตั้งเครื่องสัญญาณเตือนอัตโนมัติ เพื่อแจ้งอันตรายถ้าระดับน้ำในหม้อไอน้ำต่ำกว่าระดับปกติ

- จะต้องจัดให้มีฉนวนหุ้มท่อจ่ายไอน้ำ

- ท่อน้ำ ท่อจ่ายไอน้ำ และอุปกรณ์อื่น ๆ รวมถึงลิ้นปิดเปิด ที่ใช้กับหม้อไอน้ำ จะต้องเป็นชนิดที่ใช้ส้ำหรับหม้อไอน้ำเท่านั้น

- หม้อไอน้ำที่สูงเกิน 3 เมตร ต้องติดตั้งบันไดและทางเดินไว้รอบหม้อไอน้ำ

- จะต้องจัดไหม้ลิ้นปิดเปิด เพื่อระบายน้ำจากล่างสุดของหม้อไอน้ำ ให้สามารถระบายได้สะดวกไปยังที่ปลอดภัยและเหมาะสม

2. ผู้รับใบอนุญาตประกอบโรงงานทุกประเภทหรือชนิดที่มีการใช้หม้อไอน้ำหรือหม้อต้มที่ใช้ของเหลวเป็นสื่อนำความร้อน จะต้องจัดใ

ห้มีการตรวจทดสอบความปลอดภัยในการใช้งานของหม้อไอน้ำ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยวิศวกรสาขาเครื่องกลประเภทสามัญวิศศวกร 

 แล้วส่งเอกสารรับรองความปลอดภัยในการใช้หม้อไอน้ำ ตามแบบที่กรมโรงงานอตุสาหกรรมกำหนดไปยังกรมโรงงานอุตสาหกรรมภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้ตรวจทดสอบ

3. ผู้รับใบอนุญาตประกอบโรงงานทุกประเภทหรือชนิดที่มีการใช้หม้อไอน้ำที่ใช้ของเหลวเป็นสื่อนำความร้อน จะต้องจัดให้มีผู้ควบคุมประจำหม้อไอน้ำ 

 ที่มีคุณวุฒิประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง สาขาช่างกลโรงงาน ช่างยนต์ หรือช่างผั้ชำนาญงาน ที่ผ่านการทดสอบและฝึกอบรมหลักสูตรผู้ควบคุมหม้อไอน้ำจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมรับรอง

4. ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานสร้างหรือซ่อมหม้อไอน้ำ จะต้องจัดให้มีวิศวกรสาขาเครื่องกล ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพตามพระราชบัญญัติวิศวกรรมเป็นผู้ควบคุมการสร้างหรือซ่อม

5. วิศวกรผู้ตรวจสอบความปลอดภัยในการใช้งานของหม้อไอน้ำ จะต้องเป็นผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นทะเบียนจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมตามระเบียบ และวิธีการที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมกำหนด

6. กรณีที่ผู้ได้รับใบอนุญาตให้ขึ้นทะเบียบเป็นวิศวกรควบคุมและอำนวยการใช้หม้อไอน้ำในการสร้างหรือซ่อม ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานใดลาออก 

 หรือไม่ปฏิบัติหน้าที่แล้ว หรือขาดการต่ออายุการขึ้นทะเบียน หรือถูกเพิกถอนการขึ้นทะเบียน ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานรายนั้น

 จะต้องแจ้งให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมทราบทันที และจัดหามาทดแทนภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง



ระบบรักษาความปลอดภัยขั้นสูง  :   รั้วไฟฟ้ากันขโมย




 

ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2536) พระราชบัญญัติโรงงาน เรื่องกำหนดค่าปริมาณของสารเจือปนในอากาศที่ระบายออกจากโรงงาน มีสาระสำคัญและเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการใช้หม้อไอน้ำ ดังนี้

1. อากาศที่สามารถระบายออกจากโรงงาน จะต้องมีค่าปริมาณของสารแต่ละชนิดเจือปนไม่เกินค่าที่ได้กำหนดไว้

2. การวัดค่าปริมาณของสารเจือปนในอากาศที่ระบายออกจากโรงงานให้วัดอากาศที่ระบายออกจากปล่องในขณะที่ประกอบกิจการโรงงาน

3. ระดับค่าปริมาณของสารแต่ละชนิดที่เจือปนในอากาศ ให้คำนวณเทียบที่ความดัน 1 บรรยากาศ และอุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส

ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2539) ออกตามพระราชบัญญัติโรงงาน เรื่องกำหนดค่าปริมาณของสารเจือปนในอากาศที่ระบายออกจากโรงงาน (เพิ่มเติม) ดังนี้

1. อากาศที่สามารถระบายออกจากโรงงานจะต้องมีค่าปริมาณสารเจือปนที่ปริมาณอากาศส่วนเกินร้อยละ 20 ไม่เกินค่าที่กำหนกไว้

2. การวัดค่าปริมาณของซัลเฟอร์ไดออกไซด์ในอากาศที่ระบายออกจากโรงงานให้วัดอากาศที่ระบายจากปล่องขณะประกอบกิจการโรงงาน กรณีที่ไม่มีปล่องให้วัดที่ช่องระบายอากาศ พนักงานเจ้าหน้าที่เห็นว่าจะมีปริมาณสารเจือปนระบายออกมากที่สุด

3. ระดับค่าปริมาณของสารที่เจือปนในอากาศให้คำนวณเทียบที่ความดัน 1 บรรยากาศและอุณภูมิ 25 องศาเซลเซียส

4. ประกาศนี้ให้ใช้บังคับเฉพาะโรงงานที่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครและจังหวัดสมุทรปราการ




 

ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ฉบับที่ 18 (พ.ศ. 2528) ออกตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2512

หน้าที่ของผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานจะต้องจัดให้มีวิศวกรควบคุมและอำนวยการใช้หม้อไอน้ำ วิศวกรตรวจสอบหม้อไอน้ำที่ใช้ของเหลวเป็นสื่อนำความร้อน 

 และผู้ควบคุมประจำหม้อไอน้ำ โดยบุคคลดังกล่าวจะต้องขึ้นทะเบียนตามระเบียบและวิธีการที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมกำหนด มีสาระสำคัญและเนื้อหารายละเอียดดังนี้

1. ระเบียบนี้ เรียกว่า ระเบียบกรมโรงงานอุตสาหกรรมว่าด้วยการขึ้นทะเบียนเป็นวิศวกรควบคุมและอำนายการใช้หม้อไอน้ำที่ใช้ของเหลวเป็นสื่อนำความร้อน 

 วิศวกรควบคุมการสร้างหรือซ่อมหม้อไอน้ำ และผู้ควบคุมประจำหม้อไอน้ำหรือหม้อต้มที่มีของเหลวเป็นสื่อนำความร้อน พ.ศ. 2528 “หม้อต้ม” 

 ในระเบียบหมายถึงหม้อต้มที่ใช้ของเหลวเป็นสื่อนำความร้อน ซึ่งมีรูปร่างคล้ายหม้อไอน้ำและใช้งานคล้ายคลึงกันกับหม้อไอน้ำ

2. คุณสมบัติของผู้ที่ขอขึ้นทะเบียน จะต้องเป็นวิศวกรสาขาเครื่องกล ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมตามพระราชบัญญัติวิชาชีพวิศวกร 

 จะต้องเป็นวิศวกรสาขาเครื่องกลประเภทสามัญวิศวกรหรือวุฒิวิศวกร หรือผู้ที่ได้รับใบอนุญาตพิเศษให้ตรวจสอบหม้อไอน้ำตามพระราชบัญญัติวิชาชีพวิศวกรรม พ.ศ. 2505 

 ผู้ควบคุมประจำหม้อไอน้ำหรือหม้อต้ม ต้องเป็นผู้มีคุณวุฒิได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง สาขาช่างกลโรงงาน หรือช่างยนต์ 

 หรือช่างผู้ชำนาญงานที่ผ่านการทดสอบหลักสูตรฝึกอบรมผู้ควบคุมหม้อไอน้ำ จากกรมแรงงานอุตสาหกรรม หรือสถาบันอื่นที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมรับรอง

3. วิธีการขอขึ้นทะเบียน ให้ผู้ที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนดยยื่นคำขออนุญาตขึ้นทะเบียน พร้อมเอกสารต่อกรมโรงงานอุตสาหกรรม 

 และเมื่อทางกรมโรงงานอุตสาหกรรมมีความเห็นชอบก็จะออกหนังสืออนุญาตให้ขึ้นทะเบียนไว้เป็นหลักฐาน การขึ้นทะเบียนจะมีอายุครั้งละ 3 ปี 

 นับแต่วันที่ออกหนังสืออนุญาตให้ขึ้นทะเบียน และถ้าจะต่ออายุให้ยื่นคำขอต่อกรมโรงงานอุตสาหกรรมก่อนวันที่หนังสือจะหมดอายุ 

 เมื่อยื่นขอต่ออายุแล้วให้ถือว่ายังอนุญาตให้ขึ้นทะเบียนอยู่จนกว่ากรมโรงงานอุตสาหกรรมจะแจ้งว่าไม่อนุญาตให้ต่ออายุ คำขออนุญาตต่ออายุหนังสืออนุญาตให้ขึ้นทะเบียน ให้ใช้ตามแบบแนบท้ายระเบียบ

4. หน้าที่และความรับผิดชอบของวิศวกรควบคุมและอำนวยการใช้หม้อไอน้ำ จะต้องควบคุมดูแลประจำหม้อไอน้ำตลอดเวลา 

 ต้องวางแผนและจัดทำแผนในการใช้งานหม้อไอน้ำให้มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ จะต้องวางแผนบำรุงรักษาให้หม้อไอน้ำมีความมั่นคงแข็งแรงและปลอดภัยอยู่เสมอ 

 จะต้องควบคุมดำเนินการแก้ไขและซ่อมแซมหม้อไอน้ำให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัยต่อการใช้งาน จัดให้มีการตรวจสอบเพื่อความปลอดภัยในการใช้หม้อไอน้ำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง 

 เมื่อพบข้อบกพร่องซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดอันตรายจะต้องให้หยุดใช้หม้อไอน้ำ เพื่อทำการซ่อมแซมแล้วแจ้งให้ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน และกรมอุตสาหกรรมโรงงานทราบทันที

5. หน้าที่และความรับผิดชอบของวิศวกรตรวจทดสอบหม้อไอน้ำหรือหม้อต้ม จะต้องใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ในการตรวจสอบหม้อไปน้ำ 

 ดังนี้ ต้องใช้ปั๊มน้ำแรงดันสูงสามารถอัดน้ำทดสอบได้เกินกว่า 1.5 เท่าของความดันปกติ เครื่องทดสอบลิ้นนิรภัย เครื่องทดสอบเกจวัดความดัน 

 เครื่องวัดความหนาของเหล็กชนิดที่อ่านเป็นตัวเลข อุปกรณ์วิเคราะห์คุณภาพน้ำ เมื่อตรวจสอบและพบว่าอยู่ในสภาพที่ไม่ปลอดภัยต่อการใช้งาน ต้องแจ้งให้ผู้รับใบอนุญาตโรงงานดำเนินการปรับปรุง 

 แก้ไขซ่อมแซม ให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัยต่อการใช้งาน การตรวจสอบต้องดำเนินการตามข้อกำหนดหรือหลักเกณฑ์ในการตรวจสอบและรายงานการตรวจสอบตามเอกสารรับรองความปลอดภัยในการใช้หม้อไอน้ำตามแบบท้ายระเบียบ

6. หน้าที่และความรับผิดชอบของวิศวกรควบคุมการสร้างหรือซ่อมหม้อไอน้ำ จะต้องควบคุมให้เป็นไปตามแบบแปลนและรายละเอียดที่ผ่านการรับรองจากวิศวกรแล้วเท่านั้น 

 รวมทั้งต้องจัดทำรายงานเกี่ยวกับขนาดและจำนวนพร้อมแบบแปลนและรายละเอียดของหม้อไอน้ำที่สร้างหรือซ่อม และสถานที่ที่นำไปติดตั้งส่งให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมทราบ ก่อนที่จะนำไปติดตั้ง

7. หน้าที่และความรับผิดชอบของผู้ควบคุมประจำหม้อไอน้ำ ต้องอยู่ดูแลตลอดเวลาที่ปฏิบัติงานในหน้าที่ และต้องตรวจความเรียบร้อยของหม้อไอน้ำก่อนเดินเครื่องและขณะเดินเครื่อง 

 พร้อมทั้งนำบันทึกรายงานประจำวันตามแบบแนบท้าย บันทึกประจำวันของหม้อไอน้ำต้องจัดเก็บไว้ให้เรียบร้อยพร้อมที่จะให้เจ้าหน้าที่ตรวจดูได้ตลอดเวลา 

 และเมื่อพบว่าหม้อไอน้ำมีข้อบกพร่องอันกาจก่อให้อันตรายต้องหยุดการใช้งานทันที แล้วรายงานให้วิศวรควบคุมและอำนวยการใช้หรือผู้รับผิดทราบทราบโดยด่วน

8. การเพิกถอนการขึ้นทะเบียน กรณีที่ผู้ได้รับอนุญาตไม่ทำตามหน้าที่และความรับผิดชอบของตนตามที่กำหนดไว้ หรือรายงานเท็จ 

 หรือเป็นวิศวกรซึ่งอยู่ในระหว่างพักใช้ใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาต กรมโรงงานอุตพิจารณาเพิกถอนการขึ้นทะเบียนและอาจดำเนินการตามที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมเห็นควรต่อไป

 
กล่องใส่กล้องวงจรปิด


ประกาศกระทรวงมหาดไทย (พ.ศ. 2519) ความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ซึ่งมีสาระสำคัญและเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการใช้หม้อไอน้ำ ดังนี้

1. นายจ้างที่ใช้หม้อไอน้ำปฏิบัติดังนี้ หม้อไอน้ำจะต้องมีคุณภาพแข็งแรง สามารถทนความดันไอน้ำได้ไม่น้อยกว่า 4 เท่าที่ใช้งานปกติ หม้อไอน้ำ

โดยรอบจะต้องมีฉนวนป้องกันการกระจายความร้อนโดยรอบ ฐานรากที่ตั้งหม้อไอน้ำและปล่องควัน ต้องจัดทำให้มั่นคงแข็งแรง 

 โดยวิศวกรเป็นผู้กำหนดและติดตั้งสายล่อฟ้าที่บนปล่องควันด้วย ต้องจัดให้มีลิ้นหม้อไอน้ำที่ปลอดภัยและมีไม่น้อยกว่า 1 ชุด 

 ต้องติดตั้งเครื่องวัดความดันไอน้ำที่ผลิตได้ ติดตั้งเครื่องวัดระดับน้ำชนิดที่เป็นหลอดแก้วไว้ให้เห็นได้ชัดเจน ติดตั้งสัญญาณเปล่งเสียงแจ้งเตือนอันตราย 

 แผงควบคุมอัตโนมัติและเครื่องวัดต่าง ๆ ของหม้อไอน้ำต้องติดตั้งไว้ที่ผู้ควบคุมสามารถมองเห็นเปลวไฟ จัดทำท่อร้อยสายไฟฟ้าที่ต่อไปยังเครื่องควบคุมการทำงาน 

 ภาชนะที่บรรจุแก๊สสำหรับใช้ในการติดไฟครั้งแรกต้องเก็บไว้ในที่ปลอดดภัยจากประกายไฟ ต้องทำฉนวนสีแดงห่อหุ้มท่อจ่ายไอน้ำโดยตลอด 

 และต้องทำการตรวจซ่อมหม้อไอน้ำทุกส่วนไม่น้อยกว่าปีละ 1 ครั้ง ต้องทำความสะอาดบริเวณรอบที่ตั้งหม้อไอน้ำไม่ให้มีคราบน้ำมันที่ติดไฟง่าย

2. นายจ้างจะต้องจัดทำระเบียบและข้อบังคับ เกี่ยวกับวิธีการทำงานที่ปลอดภัยในการตรวจอุปกรณ์หม้อไอน้ำก่อนลงมือทำงานและแจ้งให้ผู้ทำงานทราบ

3. ผู้ควบคุมต้องเป็นช่างชั้นต้น เป็นผู้ที่ได้รับประกาศนียบัตรประโยคอาชีวศึกษาชั้นสูง แผนกเครื่องกล หรือแผนกช่างกลโรงงาน หรือช่างชั้นต้น 

 เป็นผู้ที่ได้รับจากสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานกรมแรงงาน สาขาช่างยนต์ หรือช่างกลโรงงาน หรือช่างผู้ชำนาญงานที่ผ่านการทดสอบจากสถาบันของทางราชการ 

 ซึ่งกรมแรงงานรับรองว่าเป็นผู้สามารถควบคุมหม้อไอน้ำที่ทำงานภายใต้การควบคุมของวิศวกรรับรอง

4. การใช้หม้อไอน้ำที่มีอายุเกิน 10 ปี ต้องลดความดันที่ใช้งานสูงสุดลง จนหม้อไอน้ำสามารถทนความดันที่ใช้งานได้ไม่น้อยกว่า 6 เท่า

5. หม้อไอน้ำที่มีการเคลื่อนย้ายที่ติดตั้งแล้ว ต้องลดความดันที่ใช้งานสูงสุดลง จนหม้อไอน้ำสามารถทนความดันที่ใช้งานได้ไม่น้อย 5 เท่า

6. เครื่องมือไฟฟ้าที่มีที่ครอบโลหะที่ใช้สำหรับจับถือ ในการทำงานซ่อมและบำรุงรักษาหม้อไอน้ำที่เปียกชื้นต้องต่อสายดิน หรือจัดทำด้วยวิธีอื่นที่ป้องงกันอุบัติเหตุจากไฟฟ้ารั่วได้

7. ถ้าหม้อไอน้ำติดตั้งอยู่ในห้องจะต้องมีทางออกไม่น้อยกว่า 2 ทางซึ่งอยู่คนละด้าน จะต้องทำทางออกไว้ทุกชั้นและต้องไม่มีสิ่งกีดขวางทางออกด้วย และเมื่อไฟฟ้าดับให้มีแสงสว่างฉุกเฉินส่องไปยังทางออก รวมทั้งแผงควบคุมให้เห็นได้อย่างชัดเจนผ

8. หม้อไอน้ำที่สูงเกินกว่า 10 ฟุตจากพื้น จะต้องทำบันไดและทางเดินไว้โดยรอบเพื่อให้ผู้ควบคุมหรือซ่อมแซมทางเดินได้โดยปลอดภัย และทางเดินนี้จะต้องมีราวสำหรับจับและที่พื้นต้องมีขอบกั้นปลาย



สัญญาณกันขโมยไร้สาย


กล่องใส่กล้องวงจรปิด
กล่องใส่กล้องวงจรปิด

ส่วนเพิ่มเติมจากประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ฉบับที่ 26 พ.ศ. 2535


สำหรับหม้อไอน้ำกำลังผลิตตั้งแต่ 20 ตันขึ้นไปต่อชั่วโมง มีการออกแบบโครงสร้างการผลิตและอุปกรณ์ป้องกันอันตรายตามมาตรฐานสากล 

 หากจะตรวจสอบความปลอดภัยในการใช้งานในระยะเวลาเกินกว่า 1 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปีต่อการตรวจทดสอบ 1 ครั้ง ทำได้โดยได้รับความเห็นชอบจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมเสียก่อน 

 และต้องมีการตรวจสอบและควบคุมคุณภาพของน้ำสำหรับหม้อไอน้ำให้มีคุณภาพเป็นมาตรฐานสากล และต้องจัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานในการควบคุมหม้อไอน้ำ 

 โดยมีวิศวกรควบคุมและอำนวยการใช้หม้อไอน้ำรับรอง ส่งให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมทุก ๆ 6 เดือนกรณีที่มีการซ่อมหรือมีการเคลื่อนย้าย 

 เมื่อดำเนินการเสร็จต้องจัดให้มีการตรวจทดสอบ และส่งเอกสารรับรองความปลอดภัยในการใช้งานให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมกำหนด

วันศุกร์ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2562

ความจำเป็นต้องมีไว้ใช้งานดูเครื่องจักร (กล้องวงจรปิด)

กล้องวงจรปิดคุณภาพสูง  

จำเป็นต้องมีไว้ใช้งานดูเครื่องจักร

ความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร

การนำเอาชิ้นส่วนทางกลตั้งแต่ 1 ชิ้นหรือมากกว่ามาประกอบเข้าด้วยกันเป็นเครื่องจักรที่มีความสามารถในการใช้พลังงานเพื่อทำงานให้บรรลุเป้าหมายเฉพาะงาน 

 และเครื่องจักรยังหมายถึงมอเตอร์ และเครื่องจักรอย่างง่ายเป็นอุปกรณ์ง่าย ๆ ในการเปลี่ยนแปลงทิศทางขนาดของแรง เครื่องจักรมีส่วนประกอบที่ซับซ้อนมากขึ้น ได้แก่ รถยนต์ ระบบอิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ โทรทัศน์ และวิทยุ เป็นต้น

เครื่องจักรอย่างง่าย สามารถเคลื่อนย้ายวัสดุได้ง่าย ๆ เช่น รอก คาน สกรู มีการพัฒนาโดยการรวมชิ้นสส่วนเครื่องกลต่าง ๆ เข้าด้วยกันเพื่อให้เกิดงานกล ได้แก่ ล้อ เพลา ลิ่ม และพื้นระนาบเอียง เป็นต้น

เครื่องยนต์หรือมอเตอร์ เครื่องจักรที่ออกแบบมาเพื่อเปลี่ยนพลังงานความร้อนให้เป็นการเคลื่อนที่ ได้แก่ เครื่องยนต์สันดาปภายใน และเครื่องยนต์สันดาปภายนอก และเครื่องจักรอื่น ๆ


สินค้าแนะนำระบบเฝ้าระวัง :  กล้องวงจรปิด





กฎหมายความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร


ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักรสำหรับลูกจ้าง ความทั่วไปในประกาศมีดังนี้

“เครื่องจักร” สิ่งที่ประกอบด้วยชิ้นส่วนหลายชิ้นสำหรับก่อกำเนิดพลังงานเปลี่ยนสภาพพลังงาน หรือส่งพลังงาน ด้วยกำลังน้ำ ไอน้ำ เชื้อเพลิง ลม แก๊สไฟฟ้า 

 หรือพลังงานอื่น อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกัน รวมถึงเครื่องอุปกรณ์ไฟว์วีล ปุลเล สายพาน เพลา เกียร์ หรือสิ่งอื่นที่ทำงานสัมพันธ์กัน และรวมถึงเครื่องมือกลด้วย

“หม้อไอน้ำ” ภาชนะที่สร้างขึ้นเพื่อผลิตไอน้ำ มีความดันสูงกว่าความดันของบรรยากาศปกติ

เนายจ้าง กรณีที่นายจ้างเป็นนิติบุคคล ผู้มีอำนาจทำการแทนนิติบุคคลนั้น หมายความรวมถึงผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ทำงานแทนผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคล

“ลูกจ้าง” ผู้ซึ่งตกลงทำงานให้แก่นายจ้าง เพื่อรับค่าจ้างไม่ว่าจะเป็นผู้รับค่าจ้างด้วยตนเองหรือไม่ก็ตาม รวมถึงลูกจ้างประจำและลูกชั่วคราว แต่ไม่รวมถึงลูกจ้างซึ่งทำงานเกี่ยวกับงานบ้าน

“ลูกจ้างประจำ” ลูกจ้างซึ่งนายจ้างตกลงจ้างไว้เป็นการประจำ

“ลุกจ้างชั่วคราว” ลูกจ้างซึ่งนายจ้างตกลงจ้างไว้ไม่เป็นการประจำ เพื่อทำงานอันมีลักษณะเป็นครั้งคราว เป็นการจร หรือเป็นไปตามฤดูกาล


รั้วไฟฟ้า


 
กล้องวงจรปิดคุณภาพสูง

การใช้เครื่องจักรโดยทั่วไป


นายจ้างจะต้องจัดให้ลูกจ้างที่ทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักรสวมใส่เครื่องป้องกันส่วนบุคลตามสภาพและลักษณะของงาน และให้ถือปฏิบัติเป็นไปตามระเบียบของสถานประกอบการตลอดเวลาที่ลูกจ้างปฏิบัติงานนั้น

นายจ้างจะต้องดูแลลูกจ้างให้สวมใส่เครื่องนุ่งห่มให้เรียบร้อยไม่ขาดรุ่งริ่ง กรณีที่ทำงานในที่ทำงานเกี่ยวกับการใช้ไฟฟ้าจะต้องให้ลูกจ้างสวมเครื่องนุ่งห่มที่ไม่เปียกน้ำ

นายจ้างจะต้องดูแลลูกจ้างไม่ให้มีผมยาวเกินสมควร และไม่ได้รวบหรือทำอย่างหนึ่งอย่างใดให้อยู่ในลักษณะที่ปลอดภัย หรือสวมใส่เครื่องประดับอื่นที่อาจเกี่ยวโยงกับสิ่งหนึ่งสิ่งใดเข้าทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร

นายจ้างจะต้องจัดให้มีอุปกรณ์เพื่อป้องกันอันตรายจากเครื่องจักร ดังนี้


- เครื่องจักรที่ใช้พลังงานไฟฟ้าจะต้องมีสายฝังดินหรือต่อสายลงดินเพื่อความปลอดภัยในการทำงานของสสำนักงานพลังงานแห่งชาติทุกเครื่อง

- เครื่องจักรที่ใช้พลังงานไฟฟ้า ต้องมีสายต่อลงดินทั้งนี้ให้ใช้ท่อร้อยสายไฟฟ้าให้เรียบร้อย เว้นแต่ใช้สายไฟฟ้าชนิดที่มีฉนวนหุ้มเป็นพิเศษ

- เครื่องจักรสำหรับปั๊มวัตถุที่ใช้น้ำหนักเหวี่ยง ให้ติดตั้งตัวน้ำหนักเหวียงไว้สูงกว่าศรีษะผู้ทำงานพอสมควร เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายแก่ผู้ที่ทำงาน หรือจัดทำเครื่องป้องกันอย่างใดอย่างหนึ่ง และจะต้องไม่มีสายไฟฟ้าอยู่ในรัศมีของน้ำหนักเหวี่ยง

- เครื่องจักรสำหรับปั๊มวัตถุโดยใช้เท้าเหยียบ ต้องมีที่พักเท้าและมีที่ครอป้องกันไม่ให้เหยียบโดยไม่ตั้งใจ

- เครื่องจักรสำหรับปั๊มวัตถุโดยใช้มือป้อน ต้องมีเครื่องป้องกันมือให้พ้นจากแม่ปั๊ม หรือจัดหาเครื่องป้อนวัตถุแทนมือ

- เครื่องจักรที่ใช้พลังงานไฟฟ้าปั๊มหรือตัดวัตถุที่ใช้มือป้อน ต้องมีสวิตช์ 2 แห่งห่างกันเพื่อให้ผู้ทำงาน ต้องเปิดสวิตช์พร้อมกันทั้ง 2 มือ

- เครื่องจักรชนิดอัตโนมัติ จะต้องมีสีที่เครื่องหมายปิด เปิด ที่สวิตช์อัตโนมัติตามหลักของสากลและมีเครื่องป้องกันไม่ให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งกระทบสวิตช์ ที่เป็นสาเหตุให้เครื่อทำงานโดยไม่ตั้งใจ

- เครื่องจักรที่มีการถ่ายทอดพลังงานโดยใช้เพลา สายพาน พูลเลย์ ฟลายวีล จะต้องมีตะแกรงเหล็กเหนียวครอบส่วนที่หมุนได้และส่วนส่งถ่ายกำลังให้มิดชิด 

 ต้องมีตะแกรงหรือรั้วเหล็กเหนียวสูงไม่ต่ำกว่า 2 เมตรกั้นล้อมให้มิดชิด สำหรับสายพายแขวนลอยที่มีความเร็วไม่น้อยกว่า 540 เมตรต่อนาที ถ้าเป็นสายพานโซ่จะต้องมีที่ครอบรองรับซึ่งสามารถเปิดซ่อมแซมได้

- เครื่องจักรที่ใช้เป็นเครื่องลับ ฝน หรือแต่งผิวโลหะ ต้องมีเครื่องปิดบังประกายไฟหรือเศษวัตถุในขณะใช้งาน

- ก่อนที่จะมีการติดตั้งหรือมีการซ่องเครื่องจักร ให้นายจ้างทำป้ายปิดประกาศไว้ ณ ที่บริเวณที่ติดตั้งหรือทำการซ่อมแซม และให้แขวนป้ายห้ามเปิดสวิตช์ไว้ที่สวิตช์ด้วย

- นายจ้างจะต้องดูแลให้ลูกจ้างทำงานเกี่ยวกับเครื่องมือกลโดยทุกวันก่อนนำเครื่องมือกลออกมาใช้จะต้องตรวจดูให้แน่ใจว่าอยู่ในสภาพที่ใช้การได้ดีและปลอดภัย

- ห้ามไม่ให้นายจ้างใช้หรือยอมให้ลูกจ้างใช้เครื่องมือกลเกินกว่าพิกัดที่ผู้ผลิตกำหนดไว้สำหรับเครื่องมือกลนั้น

- นายจ้างจะต้องจัดให้มีทางเดินเข้าออก จากที่ทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักรให้มีความกว้างไม่น้อยกว่า 80 เซนติเมตร

- นายจ้างจะต้องจัดทำรั้ว คอกกั้น หรือเส้นแสดงเขตอันตราย ที่ตั้งเครื่องจักรหรือเขตที่เครื่องทำงานที่อาจเป็นอันตรายให้ชัดเจนทุกแห่ง

ความปลอดภัยเกี่ยวกับหม้อไอน้ำ ได้ยกเลิกตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับหม้อน้ำ ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2535


ระบบรักษาความปลอดภัยภายในบ้าน  :  สัญญาณกันขโมยไร้สาย



วันพฤหัสบดีที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2562

การป้องกันการทำงานในลักษณะพื้นที่ต่างๆ (กล้องวงจรปิด)

กับการป้องกันการทำงานในลักษณะพื้นที่ต่างๆ

วิธีการป้องกันรักษาโดยทั่วไป ใช้ยาปรับสภาพผิวบรรเทาอาการ และครีมสเตียรอยด์ ถ้ายังไม่ได้ผลอาจจะต้องใช้ยากลุ่มอื่นและที่สำคัญก็คือจะต้องกำจัดสาเหตุ 

 และสภาพที่อาจทำให้เกิดอาการของโรคผิวหนัง ส่วนสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดโรคผิวหนังนั้นได้แก่ สารเคมี การสัมผัสสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ และสิ่งแวดล้อมทางชีวภาพ

- สาเหตุจากสารเคมี ในโรงงานอุตสาหกรรมมีการนำเอาสารเคมีที่เป็นพิษมาใช้ในการผลิตสินค้าต่าง ๆ และสามารถก่อให้เกิด

อาการทางผิวหนังรวมทั้งระบบต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น ระบบประสาท ระบบโลหิต และระบบภูมิแพ้ของร่างกาย

- สาเหตุจากการสัมผัส การจับหรือสัมผัสเสียดสีกับสารเคมีโดยตรงซึ่งเป็นสารที่ก่อให้เกิดอาการระคายเคืองต่อผิวหนังเป็นประจำทำให้เกิดอาการคัน และเมื่อเกาก็อาจทำให้ผิวหนังเกิดบาดแผลมีโอกาสติดเชื้อโรคอื่น ๆ ได้ง่ายขึ้น

- สาเหตุจากสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ อาจได้รับจากการเกิดความร้อน จนทำให้ผิวหนังพุพอง อักเสบ หรือการได้รับความเย็นเป็นเวลานาน 

 จนทำให้เนื้อตาย หรือการตากแดดนาน ๆ จนทำให้ผิวหนังไหม้และเป็นมะเร็งที่ผิวหนังได้ในที่สุด

- สาเหตุจากสิ่งแวดล้อมทางชีวภาพ เกิดจากการได้รับสารชีวภาพ เช่น แบคทีเรีย เชื้อรา และปรสิต ทำให้เกิดโรคผิวหนัง เช่น เห็บและไร ทำให้ผิวหนังเกิดอาการคัน 

 และโรคผิวหนังที่เกิดจากเชื้อรา และที่พบบ่อยคือ โรคกลากเกลื้อน เกิดจากการทำความสะอดาร่างกายไม่เพียงพอ และบางครั้งอาจเกิดจากอาการแพ้อุจจาระของตัวไรฝุ่น 

 คนที่มีอาชีพทีมือและเท้าจะต้องเปียกอยู่ตลอดเวลา น้ำจะทำให้เล็บและเนื้อเปื้อยอาจเกิดอาการอักเสบบวมแดง อาจมีหนอง และติดเชื้อราได้

สินค้าแนะนำ :  กล้องวงจรปิด



 

วิธีการป้องกันโรคผิวหนังจากการทำงานได้แก่


- การเลือกใช้สารเคมีที่ปลอดภัยที่สุด

- ต้องหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสารเคมีที่ก่อให้เกิดโรคผิวหนัง

- ต้องสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล

- ต้องทำความสะอาดผิวหนังทันทีและถูกต้องหลังจากสัมผัสสารเคมี

- ควรดูแลเอาใจใส่ผิวหนังให้สะอาดอยู่เสมอ


อุปกรณ์รักษาความปลอดภัย :  รั้วไฟฟ้ากันขโมย

 

งานติดตั้งกล้องวงจรปิด  กับการป้องกันการทำงานในลักษณะพื้นที่ต่างๆ
เพิ่มคำอธิบายภาพ

โรคกดทับเส้นประสาทบริเวณข้อมือ เป็นโรคที่เส้นประสาทถูกกดทับจนเกิดอาการปวดชาและมีอาการอื่น ๆ ซึ่งบริเวณนี้จะมีลักษณะเป็นโพรงหรืออุโมงค์ที่ประกอบไปด้วยผนังด้านหน้าได้แก่เอ็น 

และผนังด้านหลังได้แก่กระดูกข้อมือ ถ้าโพรงนี้ตีแคบจากสาเหตุใดก็ตาม จะทำให้เกิดการกดทับเส้นประสาททำให้เกิดอาการวปวดชาบริเวณนิ้วหัวมือมือถึงนิ้วนาง

อาการของโรคเกิดจากการใช้งานหนักหรือการทำงานที่เกี่ยวกับเครื่องมือที่มีการสั่นสะเทือนหรือการทำงานแบบซ้ำ ๆ ก็อาจทำให้เกิดการกดทับเส้นประสาทจนเกิดอาการปวดชาได้เช่นกัน

โรคคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม เกิดจากการที่สายตาที่มุ่งเน้นจ้องบนจอคอมพิวเตอร์อย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน ๆ อาการของโรคทำให้เกิดอาการปวดศรีษะ 

ตาพร่ามัว ปวดต้นคอ ตาแดง เมื่อยล้า ปวดตา ตาแห้ง และระคายเคืองตา เห็นเป็นภาพซ้อน เวียนศรีษะ เป็นต้น อาการต่าง ๆ เหล่านี้อาจจะกำเริบเมื่อแสงสว่างไม่เหมาะสม เป็นต้น 

 การบำบัดโรค อาการหลักของโรคนี้จะมีอาการตาแห้ง ในการรักษาจะใช้น้ำตาเทียมหยอดตา สามารถลดผลกระทบจากอาการตาแห้งได้ 

 การบรรเทาอาการปวดตามีข้อแนะนำให้คนที่ทำงานกับเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นประจำให้กระพริบตาอยู่ตลอดเวลา และให้มองออกไปไกล ๆ ยังวัตถุที่อยู่ด้านนอก 

 หรือมองไปบนท้องฟ้า การทำเช่นนี้เพื่อเป็นการทำให้กล้ามเนื้อตาได้ปรับเลนส์สายตา หรือให้หลับตาอย่างน้อยทุกครึ่งชั่วโมงของการทำงาน

ระบบรักษาความปลอดภัยภายในบ้าน :  สัญญาณกันขโมยไร้สาย



วันอังคารที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2562

พื้นที่อุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงในการทำงาน (กล้องวงจรปิด)

 กล้องวงจรปิด สมุทรปราการ 

กับพื้นที่อุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงในการทำงานของช่างติดตั้ง


โรคอันเนื่องมาจากการประกอบอาชีพ

โรคเรื้อรังที่เกิดจากการทำงาน เป็นปัญหาของความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน จะถูกพิสูจน์เอกลักษณ์ของโรค 

 เมื่อเกิดการแพร่กระจายของโรคในร่างกายของคนงานที่ได้รับมากกว่าคนปกติทั่วไป หรือในกลุ่มคนงาน อันตรายจากการทำงานที่มีลักษณะเป็นบาดแผลไม่ได้จัดว่าเป็นโรค

อันเนื่องมาจากการทำงาน เราสามารถแบ่งโรคที่เกิดจากการทำงานได้ดังนี้ โรคปอดจากการประกอบอาชีพ โรคผิงหนังจากการประกอบอาชีพ และโรคอื่น ๆ 

 ที่เกี่ยวข้องกับงานอาชีพ เช่น โรคกดทับเส้นประสาทบริเวณข้อมือ และโรคคอมพิวเตอร์วิชั่นชินโดรม เป็นต้น

โรคปอดจากการประกอบอาชีพ


ในโรงงานอุตสาหกรรมผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับการบด การระเบิดหิน หรืออุตสาหกรรมแก้ว มักจะมีฝุ่นเป็นจำนวนมากที่เกิดจาการผลิต 

 กลไกการป้องกันของร่างกายไม่สามารถต้านทานได้ การได้รับฝุ่นเป็นเวลานาน ๆ ก่อให้เกิดการอักเสบนำไปสู่การเกิดพังผืดและก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงกับปอด 

 คนงานในโรงงานอุตสาหกรรมดังกล่าวจึงต้องป้องกันโดยการสวมอุปกรณ์ปกป้องทางเดินหายใจ โรคปอดที่เกิดจากการทำงานที่หายใจเอาฝุ่นละอองพวกสารอนินทรีย์ ฝุ่นแร่ หรือก๊าซ 

 ทำให้เกิดการระคายเคืองหรือเป็นสารพิษในทางเดินหายใจก่อให้เกิดโรคปอด ทำให้เกิดความผิดปกติในปอด อาจเป็นปอดอักเสบหรือเกิดพังผืดขึ้น 

 ซึ่งเป็นโรคปอดจากการประกอบอาชีพ ได้แก่ ผงฝุ่นถ่านหิน ใยหิน ซิลิกา เป็นต้น


สินค้าแนะนำระบบเฝ้าระวัง :  กล้องวงจรปิด


 
กล้องวงจรปิด สมุทรปราการ
กล้องวงจรปิด สมุทรปราการ


โรคปอดจากแร่ใยหิน เป็นโรคที่เกิดจากการหายใจเอาฝุ่นแร่ใยหินเข้าไปในปอดเป็นโรคเรื้อรังที่ฝุ่นแร่ใยหินเข้าไปสะสมอยู่ที่เนื้อเยื่อปอดส่วนล่าง 

 มีพังผืดห่อหุ้มไว้คล้ายแคปซูล มีอาการคล้ายกับโรคซิลิโคลิส โรคนี้จะเกิดหลังจากสัมผัสไปแล้ว 10-20 ปี จึงทำให้การได้ข้อมูลการสัมผัสกับฝุ่นแร่ใยหินนี้ค่อนข้างยาก 

 มักจะเกิดกับผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับอุตสาหกรรมเหมืองแร่ใยหิน การผลิต การจัดการหรือการกำจัด ฉนวนกันความร้อน ฝ้าเพดาน ท่อซีเมนต์ เป็นต้น 

 ผู้ที่เป็นโรคนี้จะมีอาการหายใจลำบากรุนแรง หายใจถี่ เจ็บหน้าอก น้ำหนักลดลง ไอแห้ง ๆ เหนื่อยง่าย และมีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งบางชนิด โรคนี้เป็นแล้วไม่หาย และจะเสียชีวิตไปในที่สุด

วิธีการป้องงกัน ในปัจจุบันได้มีความพยายาม ลด ละ และเลิกการใช้แร่ใยหิน และถ้ามีงานที่เกี่ยวข้องกับแร่ใยหินให้มีการจัดการระบบระบายอากาศในที่ทำงานให้มีประสิทธิภาพ และสวมหน้ากากที่สามารถป้องกันแร่ใยหินได้

โรคปอดจากกแร่ซิลิกา เป็นโรคปอดที่เกิดจากการหายใจเอาฝุ่นแร่ซิลิกา ฝุ่นหิน ฝุ่นทราย หรือผลึกซิลิคอนไดออกไซด์เข้าไปในปอด หรือเรียกว่า “วัณโรคคนงานเหมือง” 

 ซึ่งผลึกพวกนี้จะมีความแหลมคม และจะสะสมอยู่ในปอดทำให้ปอดสร้างพังผืดจนเกิดการอักเสบและรอยแผลเป็นในรูปแบบของรอยโรคเป็นก้อนกลมในกลีบบนของปอด 

 ทำให้เนื้อเยื่อปอดไม่สามารถทำหน้าที่ในการแลกเปลี่ยนอากาศได้ตามปกติ มีอาการหายใจถี่ ไอ มีไข้ และอาการตัวเขียว และมีอาการน้ำท่วมปอด หรือวัณโรค 

 ผู้ที่เสี่งกับการเกิดโรคนี้ได้แก่ผู้ที่ทำงานในโรงงานเซรามิก โรงโม่หิน ครกหิน ก่อสร้าง แกะสลักหิน เป็นต้น เมื่อเป็นโรคนี้แล้วจะทำให้อายุสั้นลง ถ้ารุนแรงก็อาจถึงขั้นเสียชีวิต 

 และผู้ที่เป็นโรคนี้แล้วมีอกาสที่จะติดเชื้อวัณโรคปอดร่วมด้วย ในการจำแนกโรคปอดชนิดนี้ จะจำแนกตามความรุนแรงของโรค การเริ่มต้นของโรค 

 และความรวมเร็วของโรค เช่น โรคซิลิโคลิสเรื้อรัง โรคซิลิโคลิสแบบเร่ง โรคซิลิโคลิสที่มีโรคแทรกซ้อน และโรคซิลิโคลิสปัจจุบัน


ระบบรักษาความปลอดภัยขั้นสูง : รั้วไฟฟ้ากันขโมย




 

วิธีการป้องกัน วิธีที่ดีที่สุดเพื่อการป้องกันคือการกำจัดหรือการควบคุมฝุ่นซิลิกา โดยการพ่นสเปรย์น้ำบ่อย ๆ เมื่อมีฝุ่นเล็ดลอดออกมา หรือให้ฝุ่นไหลผ่านไส้กรองอากาศ และให้คนงานสมใส่อุปกรณ์ป้องกัน เช่น เครื่องช่วยหายใจ

โรคปอดฝุ่นฝ้าย หรือที่เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “โรคปอดสีน้ำตาล” เป็นโรคที่เกิดจากการสัมผัสกับฝุ่นฝ้าย ปอ หรือป่าน ในสภาพแวดล้อมการทำงาน ที่มีอากาศถ่ายเทไม่สะดวกและเพียงพอ 

 โดยปกติเกิดขึ้นกับคนงานในการผลิตเส้นด้าย แลละอุตสาหกรรมผ้า ซึ่งมีการสัมผัสโดยตรงและมีปริมาณมากเข้าไปในปอด ทำให้เกิดโรค 

 เกิดการกระตุ้นหลอดลม ทำให้หลอดลมมีขนาดเล็กตีบแคบ เมื่อถูกกระตุ้นด้วยฝุ่นฝ้าย ปอ หรือป่านและเชื่อว่าสาเหตุมาจากแบคทีเรียที่อยู่ในผ้าฝ้าย 

 อาชีพที่เสี่ยงกับโรคนี้ได้แก่ผู้ที่ทำงานในโรงงานผลิตฝ้าย ปอ หรือป่าน จะมีอาการหายใจไม่อิ่ม หอบ เหนื่อย หลังจากเริ่มสัมผัสกับฝุ่นฝ้ายไปแล้วประมาณ 6 ชั่วโมง 

 แต่จะมีอาการดีขึ้นเมื่อเลิกงาน ถ้าหากมีอาการรุนแรงจะทำให้มีอาการถาวร และสมถรรภาพของปอดลดลง ทำให้คุณภาพชีวิตต่ำ แต่ไม่ได้เป็นสาเหตุของการเสียชีวิต

การรักษา ควรหลีกเลี่ยงการหายใจเอาฝุ่นฝ้าย ปอ หรือป่าน ร่วมกับการรักษาตามอาการ เช่น การใช้ยาขยายหลอดลม

การป้องกัน ลดปริมาณ ฝุ่น ฝ้าย ปอ หรือป่าน ในที่ทำงานมีระบบระบายอากาศที่ดี และให้คนงานสวมใส่อุปกรณ์ป้องกัน เช่น เครื่องช่วยหายใจ

โรคหอบหืดจากการประกอบอาชีพ โรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจและภาวะภูมิแพ้ มีอาการคล้ายกับโรคปอดฝุ่นฝ้าย 

 เกิดจาการหายใจเอาสารสิ่งมีชีวิต เช่น เชื้อรา เกสรดอกไม้ เมล็ดกาแฟ ขนสัตว์ และรวมถึงสิ่งที่ไม่มีชีวิต เช่น สารในสีน้ำมันทาบ้าน และสีพ่นรถยนต์ กาว ซึ่งเป็นสารที่ก่อให้เกิดโรคหอบหืดมีมากมายหลายชนิด

อาการของโรคหอบหืด เกิดจากการที่หลอดลมอักเสบเรื้อรัง ผนังหลอดลมอักเสบจะทำให้เยื่อบุผนังหลอดลมหนาขึ้น และส่งผลให้เกิดกล้ามเนื้อหลอดลมเกิดการหดและเกร็งตัว 

 หลอดลมที่อักเสบเรื้อรังของผู้ป่วยโรคหอบหืดจะมีความไวกว่าปกติ และจะส่งผลให้ผู้ป่วยหายใจมีเสียงผิดปกติคล้ายเสียงหวีด แน่นหน้าอก 

 หอบเหนื่อยจะเกิดแบบเฉียบพลันเมื่อได้รับสารก่อให้เกิดภูมิแพ้ทำให้หายใจหอบเหนื่อย โรคที่มักพบร่วมกับโรคหอบหืด คือ โรคภูมิแพ้อากาศ โรคลมพิษ และ ผื่นแพ้จากการสัมผัส

การรักษา ให้หลีกเลี่ยงจากสารก่อโรค ร่วมกับการใช้ยาพ่นขยายหลอดลม และถ้ามีการสัมผัสกัสารนั้นอีกจะทำให้เกิดโรคหอบหืดถาวร

วิธีการป้องกัน จัดให้มีระบบระบายอากาศที่ดี สวมใส่อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล เช่น เครื่องช่วยหายใจ

โรคจาการสูดหายใจเอาฝุ่นหรือไอระเหยเข้าปอด เป็นโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจที่สูดเอาฝุ่นโลหะที่เป็นอันตรายเข้าไปในปอด เช่น ไอตะกั่ว ไอแมงกานีส ไอแคตเมียม ไอปรอท เป็นต้น 

 เป็นสารที่ทำให้มีการสะสมในร่างกายมากกว่าที่ปอดเพียงอย่างเดียว การสูดหายใจเอาไอสังกะสี ไอตะกั่ว ฯลฯ จะทำให้เกิดอาการเป็นไข้ได้

การสูดหายใจเอาฝุ่นที่มีฤทธิ์เป็นกรดหรือด่าง ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อจมูก ทำลายเนื้อเยื่อบุผนังโพรงจมูก การสูดหายใจเอาฝุ่นสารพิษเคมีที่เป็นสารก่อมะเร็ง เช่น โครเมียม นิกเกิล ใยหิน และถ่านหิน เป็นต้น


ระบบรักษาความปลอดภัย  :  สัญญาณกันขโมยไร้สาย


 

โรคผิวหนังจากการประกอบอาชีพ 


 โดยทั่วไปเกิดจากสารเคมีชนิดต่าง ๆ เมื่อมือไปสัมผัสกับสารนั้นโดยตรงเป็นเวลานาน ๆ ในขณะทำงาน 

 จะทำให้เกิดโรคผิวหนังอักเสบซึ่งจะพบมากที่สุด แต่โรคลมพิษ ผิวไหม้จากแสงแดด และโรคมะเร็งผิวหนัง ก็ถือว่าเป็นโรคที่สำคัญ 

 งานที่มีความเสี่ยงสูงที่ทำให้เกิดโรคผิวหนังจากการประกอบอาชีพ ได้แก่ ช่างผม ผู้จัดการด้านเครื่องดื่มและอาหาร ช่างพิมพ์ ช่างเครื่องจักรกลโลหะ เป็นต้น

โรคผิวหนังจากการทำงาน จะมีการอักเสบของผิวหนังและมีลักษณะเป็นผื่นแดง คัน เป็นตุ่มพุพอง โรคขี้เรื้อนกวาง กลากเกลื้อน และสะเก็ดน้ำเหลือง เป็นต้น 

 ซึ่งเป็นโรคที่พบมากเนื่อจากในปัจจุบันมีการใช้วัสดุและสารเคมีที่ทำให้เกิดโรคผิวหนังอย่างแพร่หลาย หากมีการดูแลการใช้ที่ไม่เหมาะสมจะเกิดอาการระคายเคือและภูมิแพ้ที่ผิวหนัง

อาการของโรค มีอาการเป็น ๆ หาย ๆ และมีการเปลี่ยนสีผิวชั่วคราว ทำให้เกิดปัญหาทางด้านร่างกายและจิตใจของผู้ที่เป็นโรคนี้ และบางครั้งก็เกิดการบาดเจ็บจาการเกา ทำให้เกิดอาการเป็นแผล และผื่นก็อาจจะขยายวงกว้างขึ้น



วันอังคารที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2562

วิศวกรรมความปลอดภัย (กล้องวงจรปิด)

การต่อสายกล้องวงจรปิด กับวิศวกรรมความปลอดภัย


                การต่อสายกล้องวงจรปิด กับการใช้วิทยาศาสตร์ประยุกต์ที่เกี่ยวข้องหรือวิศวกรรมอุตสาหการ วิทยาศาสตร์ทางกายภาพ และอื่น ๆ 

 เพื่อให้เกิดความมั่นใจต่อระบบการป้องกันชีวิต การเสียหายของอุปกรณ์หรือเครื่องมือ เครื่องจักร รวมถึความเสียหายทางด้านสิ่งแวดล้อม

สินค้าแนะนำระบบเฝ้าระวังความปลอดภัย :  กล้องวงจรปิด



 

นักวิศวกรรมความปลอดภัย


ผู้ที่มีหน้าที่ทำงานอย่างมืออาชีพมีความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมความปลอดภัย ได้รับการฝึกอบรม และประสบการณ์ตามความรู้ขั้นพื้นฐานด้านชีววิทยา ฟิสิกส์ เคมี สถิติ 

 การป้องกันอัคคีภัย การบริหารด้านโครงการสุขภาพ จิตวิทยา เพื่อความปลอดภัยด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ กฎหมาย กฎระเบียบ และมาตรฐาน

หลักการของความปลอดภัย

เราต้องปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบของอาชีวอนามัยและความปลอดภัย จะต้องมีการประสานงานกันภายในบริษัทด้วยเพื่อให้ได้ผลประโยชน์สูงสุดสำหรับบริษัท 

 และมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุให้น้อยที่สุด ความสำคัญของความปลอดภัยโดยหลักทั่วไปแล้วสามารถแบ่งออกได้ 3 เหตุผลคือ ด้านเศรษฐกิจ 

 ด้านกฎหมาย และทางด้านคุณธรรม มีหน้าที่ในการดูแลเพื่ให้แน่ใจว่าพนักงานทุกคนอาจได้รับผลกระทบจากการทำงานนั้น ๆ ยังม่ความปลอดภัยอยู่ตลอดเวลา


ระบบรักษาความปลอดภัย :  รั้วไฟฟ้า



 

- ด้านเศรษฐกิจ ในความสำคัญของความปลอดภัยทางด้านเศรษฐกิจประกอบด้วยหลาย ๆ อย่างเช่น ค่าตอบแทนคนงาน

ในรูปแบบของประกันที่จัดให้ทดแทนค่าจ้างทั้งสิทธิประโยชน์ทางงการแพทย์ การรักษาพยาบาลการดูแลทางด้านสุขภาพ ประกันสังคมของรัฐบาล 

 และลดการสูญเสียผลผลิต ถ้าคนงานมีสุขภาพที่ดีและมีความปลอดภัยในการทำงานคนงานก็จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

 และสามารถลดการสูญเสียของผลผลิตได้เป็นอย่างดี ซึ่งรวมถึงลดการเสียหายของเครื่องมือ เครื่องจักร และอุปกรณ์

- ด้านกฎหมาย ถือเป็นความสำคัญอีกข้อหนึ่ง เช่น กฎหมายชดเชยแรงงานเป็นผลดีกับพนักงานและนายจ้าง จัดทำเป็นตารางระบุจำนวนเงินและรูปแบบการชดเชยต่าง ๆ 

 ที่ลูกจ้างมีสิทธิที่จะได้รับ กฏระเบียบจำนวนเงินที่ได้รับโดยขึ้นอยู่กับชนิดของการบาดเจ็บ

- ด้านคุณธรรม ความปลอดภัยที่ทำให้สำหรับคนงานเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับคนงานและเกิดความรักในองค์กรที่ตนเองทำงาน

สัญญาณกันขโมยไร้สาย







วันอังคารที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2562

ร้านขาย (กล้องวงจรปิด)



ร้านขายกล้อง  กับการบริหารงาน

                 ร้านขายกล้อง  การเตรียมงานให้มีคุณภาพและวางแผนอย่างมีประสิทธิภาพทำให้การบริหารงานได้ง่ายและสะดวกรวดเร็ว 

 ถ้าไม่มีการวางแผนและเตรียมงานการบำรุงรักษาจะมีประสิทธิภาพต่ำอันเนื่องมาจากการใช้เครื่องมือที่ไม่เหมาะสมกับงาน ทักษะของบุคลากรไม่ดีพอ และรวมถึงจำนวนงานฉุกเฉินในระหว่างการบริหารจัดการ

สินค้าแนะนำ :  กล้องวงจรปิด


 
ขายกล้อง
ร้านขายกล้อง
การรควบคุมคุณภาพงานบำรุงรักษา

หน้าที่นี้ถือเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ซึ่งเป็นการประกันถึงคุณภาพในการบริหารงาน และถือเป็นลักษณะเด่นของการบำรุงรักษาที่สำคัญ 

 การพิจารณาการลงทุนจำเป็นเกี่ยวกับบุคลากร เครื่องมือ สำหรับโรงงานโดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องจักรในการผลิตต้องมีการฝึกอบรมพนักงานเป็นพิเศษในเรื่องการควบคุมคุณภาพ

การจัดการด้านอะไหล่และการจัดเก็บอะไหล่งานบำรุงรักษา

หน้าที่ของการจัดการงานด้านนี้ควรขึ้นอยู่กับแผนกบำรุงรักษามากกว่าแผนกจัดซื้อ แต่โดยลักษณะงานแล้วมีความเกี่ยวข้องกันคือ

  1. - แผนกบำรุงรักษารักษามีหน้าที่รับผิดชอบในการสั่งซื้อ พิจารณาตัดสินใจด้านเทคนิค เป็นต้น

  2. - แผนกจัดซื้อมีหน้าที่ความรับผิดชอบในการตัดสินใจในเชิงพาณิชย์ ใบสั่งซื้อและติดตามงานให้สำเร็จ


ระบบรักษาความปลอดภัย :  รั้วไฟฟ้ากันขโมย





การจัดการด้านบุคลากรงานบำรุงรักษา

สิ่งที่จำเป็นในการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพในการบำรุงรักษา ผู้รับผิดชอบดูแลต้องพิจารณาสิ่งต่าง ๆ ดังนี้
  1. - คุณภาพของบุคลากรในงานบำรุงรักษาจะต้องมีคุณภาพที่ดี

  2. - บุคลากรจะต้องได้รับการฝึกอบรมความรู้ที่หลากหลายในงานเกี่ยวกับการบำรุงรักษา

  3. - หน้าที่ของงานบำรุงรักษาจะต้องครอบคลุมทุกตำแหน่ง

  4. - พนักงานบำรุงรักษาจะต้องเป็นการรับสมัครที่เฉพาะเจาะจง

  5. - ต้องมีการฝึกอบรมและเพิ่มความรู้ให้กับพนักงานบำรุงรักษาเป็นประจำ

  6. - พนักงานบำรุงรักษาต้องมีอัตราเงินเดือนเทียบเท่ากับพนักงานฝ่ายผลิตในกรณีที่มีวุฒิการศึกษาเท่าเทียมกัน 


วันพฤหัสบดีที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2562

เมื่อทำงานในที่อับ (กล้องวงจรปิด)

การให้ความช่วยเหลือช่างติดตั้งกล้องวงจรปิด HIVIEW เมื่อทำงานในที่อับ


Hiview  กับการให้การช่วยเหลือในที่อับอากาศมีลักษณะเฉพาะ มีความจำเป็นที่จะต้องใช้เครื่องมือชนิดพิเศษเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้มีความปลอดภัย

และประสบความสำเร็จในการช่วยเหลือ อุปกรณ์ที่ต้องนึกถึงในการนำมาช่วยเหลือในที่อับอากาศ ได้แก่

1. อุปกรณ์ระบายอากาศที่เป็นเครื่องมือที่ใช้เพื่อระบายอากาศที่ปนเปื้อนออกและนำอากาศที่บริสุทธิ์เข้าไปแทนที่

2. ผู้ให้การช่วยเหลือจะต้องสวมใส่อุปกรณ์ความปลอดภัยส่วนบุคคลที่เหมาะสมกับสถานการณ์นั้น ๆ ในที่อับอากาศ อาจรวมถึง SCBA

3. หมวกเซฟตี้ หมวกกันกระแทก

4. การใช้อุปกรณ์แสงสว่างที่ป้องกันการระเบิด เพื่อป้องกันการจุดติดไฟกับแก๊สต่าง ๆ ในที่อับอากาศ

5. ผู้ให้การช่วยเหลือจะต้องใช้ชุดเข็มขัดนิรภัยแบบเต็มตัว ที่มีเชือกช่วยชีวติ ซึ่งมีความจำเป็นต้องใช้เมื่อมีการให้การช่วยเหลือในแนวดิ่ง 

 การช่วยเหลือในแนวดิ่งจำเป็นที่จะต้องใช้รอก และสามขาตั้งไว้เหนือปากทางเข้าออกที่จะเข้าไปในที่อับอากาศ ถ้าที่อับอากาศนั้นลึกเกินกว่า 5 ฟุตจากปากทางเข้าออก

6. ในบางครั้งผู้ให้การช่วยเหลืออาจพกพาเครื่องมือตรวจวัดเพื่อวัดคุณภาพของอากาศในที่อับอากาศ แม้ว่าจากการตรวจวัดสภาพอากาศก่อนการเข้าไปในที่อับอากาศ จะไม่มีแก๊ซพิษ หรือสารปนเปื้อนใด ๆ ในบรรยากาศก็ตาม

สินค้าแนะนำระบบรักษาความปลอดภัย :  กล้องวงจรปิด



 

7. สายรัดข้อมือ ไว้ใช้ช่วยเหลือสำหรับผู้ประสบภัยที่ยังรู้สึกตัวและเป็นวิธีการช่วยเหลือที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดเนื่องจากไม่ต้องเข้าไปในที่อับอากาศ

8. ชุดรอกช่วยชีวิตในที่อับอากาศ สามารถปรับขนาดของขาเพื่อความเหมาะสมในทุกพื้นที่ พร้อมรอกช่วยชีวิตชนิดล็อคอัตโนมัติความยาวของสลิง ตั้งแต่ 15 - 30 เมตร

9. เชือกช่วยชีวิตคล้องกับเข็มขัดนิรภัยแบบเต็มตัว สำหรับการเข้าไปทำงานในที่อับอากาศซึ่งใช้บันไดในการปีนเข้าไปทำงาน หากพนักงานหมดสติ 

 หรือพลัดตก แรงกระแทกจะทำให้รอกบังคับให้เชือกช่วยชีวิตหยุดวิ่ง ผู้ที่อยู่ปากทางเข้าสามารถบังคับรอกดึงร่างพนักงานขึ้นมาได้

10. การใช้รอก 2 ตัว สำหรับการทำงานในที่อับอากาศ โดยรอกตัวแรก ซึ่งใช้ในการหย่อนตัวลงไป จะเกี่ยวกับห่วงของชุดเข็มขัดนิรภัยแบบเต็มตัวที่ด้านหน้า 

 สำหรับช่วยให้ท่วงท่าการทำงานเป็นไปโดยสะดวก รอกตัวที่ 2 จะเกี่ยวกับห่วงชุดเข็มขัดนิรภัยแบบเต็มตัวที่ด้านหลัง สำหรับดึงร่างผู้ทำงานขึ้นมาในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินหมดสติ

เงื่อนเชือก การนำเชือกมาใช้ในงานกู้ภัยต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลักสำคัญ ส่วนใหญ่จะใช้เชือกมะนิลา เชือกไนล่อน หรือสลิง 

 เพื่อความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้ประสบภัยในการช่วยเหลือตัวเองขึ้นหรือลงจากที่สูงหรือช่วยเหลือผู้ประสบภัยต่าง ๆ 

 ก่อนที่จะนำมาใช้งานทั่วไปจะต้องทราบเสียก่อนว่าเชือกเส้นนี้จะสามารถรับน้ำหนักได้เพียงใด ถ้าไม่นำเชือกที่จะใช้งานมาคำนวณเสียก่อนอาจทำให้เสียชีวิตได้โดยง่าย

ระบบรักษาความปลอดภัยขั้นสูง :  รั้วไฟฟ้า



วันเสาร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2562

ทำอย่างไรไม่ให้เกิดอันตราย (กล้องวงจรปิด)

ติดตั้งกล้องวงจรปิด อย่างไรไม่ให้เกิดอันตราย


ติดตั้งกล้องวงจรปิด  ระบบที่นิยมใช้ในการควบคุมอันตรายที่เกิดจากการทำงานซ่อมบำรุงที่มีเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ที่มีแหล่งจ่ายพลังงาน และมีโอกาสที่ทำให้เครื่องยนต์กลไกต่าง ๆ 

 สามารถทำงานได้โดยที่เราไม่คาดคิดและมีโอกาสที่จะเกิดอันตรายแก่ผู้ที่ทำงานได้ อาจทำให้ได้รับการบาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว

ติดตั้งกล้องวงจรปิด
ติดกล้องวงจรปิด


 ข้อกำหนดพื้นฐานในการควบคุมจัดการป้องกันอันตรายที่อาจเกิดจากแหล่งกำเนิดพลังงานต่าง ๆ เป็นระบบที่นำมาใช้ในการกำหนดเป็นมาตรการป้องกันอันตรายสำหรับการทำงาน 

 ในการติดตั้งหรือทดสอบเครื่องจักร อุปกรณ์ออกแบบ เป็นระบบที่สามารถช่วยลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุ และการบาดเจ็บรวมถึงความสูญเสียต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างที่มีการทำงาน

ข้อกำหนดมาตรฐานว่าด้วยหลักในระบบการควบคุมอันตรายจากแหล่งพลังงาน ผู้ที่จะเข้าไปทำงานในที่อับอากาศจะต้องมีระบบการควบคุมอันตรายจากแหล่งกำเนิด 

 หลังจากชี้บ่งอันตรายและประเมินสภาพงานอันตรายที่มีความเสี่ยง เป็นสาเหตุที่อาจก่อให้เกิดอันตรายกับผู้ทำงานระหว่างการตรวจสอบ ซ่อมบำรุงเครื่องจักรอุปกรณ์ 

 ระบบทั้งสามระบบจึงเป็นหลักในการควบคุมอันตรายที่อาจเกิดกับผู้ทำงานในที่อับอากาศได้

1. ระบบล็อคและระบบป้ายทะเบียน จำเป็นต้องมีการตัดแยกแหล่งพลังงานหรือตัดแยกเครื่องจักรอุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ ตัดแยกที่อับอากาศออกจากที่อาจเป็นแหล่งกำเนิดพลังงาน 

 ก่อนเริ่มไปทำงานหรือเข้าภายในที่อับอากาศ เพื่อสร้างความมั่นใจหรืออนุญาตให้ผู้ที่ทำงานเข้าไปทำงานได้อย่างปลอดภัย

- ระบบล็อค กระบวนการตัดแยกอุปกรณ์ที่เป็นต้นกำเนิดของแหล่งพลังงาน โดยใช้วัสดุหรืออุปกรณ์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อนำไปล็อคที่ตัวอุปกรณ์ต้นกำเนิดพลังงาน 

 หลังจากถูกตัดแยกออกจากระบบการทำงานปกติแล้ว จนกระทั่งกระบวนการต่าง ๆ ในการซ่อมแซมแก้ไขหรือตรวจสอบดำเนินการเสร็จแล้ว มีความต้องการทดสอบระบบก่อน 

 จึงจะสามารถนำอุปกรณ์ล็อคตัวดังกล่าวออกจากอุปกรณ์ต่าง ๆ ของกระบวนการผลิต เพื่อให้กลับสู่ภาวะปกติ ซึ่งอุปกรณ์ของระบบล็อคประกอบด้วย 

 กุญแจสำหรับล็อค กล่องสำหรับใส่ลูกุกญแจล็อค อุปกรณ์ที่ออกแบบมาสำหรับเป็นตัวล็อค

- ระบบป้ายทะเบียน กระบวนการที่ใช้ควบคุมอันตรายที่อาจเกิดกับผู้ทำงานมีลักษณะเป็นแผ่นป้ายแสดงข้อความเตือนอันตรายมีรูปแบบแตกต่างกันออกไป

ตามจุดประสงค์ของการเตือนอันตราย สถานประกอบกิจการแต่ละแห่งอาจใช้ไม่เหมือนกันหรือเหมือนกันก็ได้ หลักการคือการตัดแยกระบบออกจากระบบไฟฟ้า 

 เมื่อทำการล็อคที่ตัวอุปกรณ์ที่เป็นแหล่งกำเนิดพลังงานแล้ว ต้องแขวนป้ายทะเบียนไว้ที่ตัวอุปกรณ์ด้วย เพื่อแสดงให้รู้ว่าอุปกรณ์นั้นมีความผิดปกติ หรืออยู่ระหว่างที่มีการซ่อมหรือทดสอบ


หลักการปฏิบัติของระบบล็อคและระบบป้ายทะเบียน

ระบบล็อคและระบบป้ายทะเบียน มีไว้เพื่อป้องกันอุบัติเหตุต่ออุปกรณ์หรือต่อชีวิตผู้ทำงานที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างการซ่อมบำรุงอุปกรณ์หรือส่วนที่เกี่ยวข้อง 

 เพื่อให้ทราบว่าอุปกรณ์นั้นหรือส่วนที่เกี่ยวข้องมีสภาพผิดปกติ และเพื่อแสดงให้รู้ว่าอุปกรณ์นั้นอยู่ในระหว่างการซ่อมแซมหรือทดสอบหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะต้องควบคุมเพื่อให้เกิดความปลอดภัย


สินค้าแนะนำระบบรักษาความปลอดภัยขั้นพื้นฐาน :  กล้องวงจรปิด




 

หน้าที่และความรับผิดชอบเกี่ยวกับระบบป้ายทะเบียน

องค์กรต้องมอบหมายหน้าที่และความรับผิดชอบเกี่ยวกับการควบคุมระบบล็อคและระบบป้ายทะเบียน เป็นหน้าที่ของผู้ควบคุมดูแลกระบวนการผลิต หรือหัวหน้าหน่วย มีหน้าที่และความรับผิดชอบ ดังนี้

1. ห้ามผู้ที่เซ็นชื่อลงบนป้ายแขวนมอบให้บุคคลอื่นนำป้ายไปแขวนที่อุปกรณ์โดยเด็ดขาด

2. ผู้ที่เซ็นลงบนป้ายแขวน จะต้องรับผิดชอบสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับผู้ทำงานและอุปกรณ์นั้น ๆ

3. ทำการทดสอบแบบการทำงานของอุปกรณ์ที่ควบคุมการทำงานในระบบนั้น ๆ จนแน่ใจเสียก่อน

4. ทำการตรวจสอบระบบการตัดแยกอุปกรณ์ของอุปกรณ์ควบคุมของระบบนั้น จนแน่ใจเสียก่อนที่จะแขวนป้ายเตือน

5. พิจารณารายละเอียดของ Work Order ว่าเกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ตัวไหนบ้าง ร่วมกับผู้ที่ทำการขออนุญาต

6. ดำเนินการตัดแยกแหล่งพลังงานแล้วทำการล็อคที่ตัวอุปกรณ์ที่เป็นแหล่งจ่ายพลังงานพร้อมทั้งแขวนป้ายทะเบียนไว้ที่ตัวอุปกรณ์นั้น

7. นำลูกกุญแจที่ล็อคที่ตัวอุปกรณ์มาใส่ไว้ในกล่องเก็บกุญแจ หลังจากนั้นให้นำกุญแจอีกชุดหนึ่งมาล็อคที่กล่องใส่กุญแจพร้อมทั้งแขวนป้ายทะเบียนไว้ที่กล่องใส่กุญแจ

8. นำหมายเลขลงทะเบียนที่ล็อคตัวอุปกรณ์พร้อมทั้งหมายเลขของกล่องใส่ลูกกุญแจมาเขียนใส่ลงในแบบฟอร์มของระบบบันทึกป้ายทะเบียนตามหมายเลขของ Work Order


ระบบรักษาความปลอดภัย :  รั้วไฟฟ้า




 

ประโยชน์ของระบบป้ายทะเบียน

1. เพื่อระบุการตัดแยกอุปกรณ์ และอุปกรณ์ควบคุมอย่างมีขั้นตอน

2. เพื่อระบุการตัดแยกอุปกรณ์ และอุปกรณ์ควบคุมให้ชัดเจน

3. เพื่อควบคุมระบบการทำงานของอุปกรณ์ และอุปกรณ์ควบคุม

4. เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายและผลกระทบต่อผู้ทำงานและกระบวนการผลิตของโรงงาน

5. เพื่อให้บุคคลภายนอกได้ทราบข้อมูล

6. เพื่อให้ความมั่นใจในด้านความปลอดภัย และอาชีวอนามัยต่อผู้ทำงานในขณะนั้น


หลักในการควบคุมระบบป้ายทะเบียน

1. ประเภทป้ายทะเบียน (TAG) การทำงานซ่อมบำรุง/ติดตั้ง/ทดสอบหรือการเดินเครื่องอุปกรณ์ แต่ละหน่วยงานจะต้องควบคุมสภาพการณ์ทำงาน

เพื่อให้เกิดความปลอดภัย อุปกรณ์ต้องตัวเดียวกันมี TAG ติดอยู่ให้เห็นได้ชัดเจน ควรกำหนดสีของ TAG เพื่อให้สามารถแยกแยะความหมายของอุปกรณ์ 

 สถานประกอบการอาจกำหนดขึ้นมาเองเพื่อใช้สื่อสารกันภายในองค์กร

2. วิธีการใช้ และทะเบียนบันทึก TAG กรอกข้อความให้ครบถ้วนและกำหนดหมายเลขลงในทะเบียนแล้ว ส่วนบนจะถูกฉีกออกตามรอยปรุเพื่อนำไปแขวนไว้ที่อุปกรณ์ 

 ส่วนล่างจะถูกเก็บไว้เพื่อสอบกับ TAG ที่นำไปแขวน หลังจากทำการตัดแยกอุปปกรณ์ต่าง ๆ ออกจากระบบ เพื่อทำการซ่อมบำรุงหรือตรวจสอบ 

 จะต้องเชื่อมโยงบันทึกทะเบียนให้สอดคล้องกับการขออนุญาตทำงานในที่อับอากาศ จึงต้องมีระบบการบริหารจัดการควบคุมระบบ TAG ต่าง ๆ

เพื่อไม่ให้เกิดการสับสนวุ่นวายในการควบคุมตรวจสอบ จึงต้องมีแบบฟอร์มตารางบันทึกหมายเลขทะเบียนของ TAG แต่ละใบว่าเป็นของอุปกรณ์ตัวไหน 

 ใครเป็นผู้รับผิดชอบ และอยู่ภายใต้การควบคุมของระบบอนุญาตทำทะเบียนอะไร สามารถระบุสถานะเริ่มต้นและหลังจากเสร็จสิ้น โดยบันทึกรายละเอียดต่าง ๆ ลงในแบบฟอร์มที่นำไปแขวนที่ตัวอุปกรณ์

ระบบการบันทึกและควบคุมระบบล็อคและระบบป้ายทะเบียน

ขั้นตอนการปฏิบัติในระบบกาบันทึกและควบคุมการล็อกและการแขวนป้ายทะเบียน

1. หลังจากที่ผู้ควบคุมงานรระบุขอบข่ายงานที่จะต้องทำ โดยพิจารณาว่ามีแหล่งพลังงานอะไรบ้างที่ต้องดำเนินการตัดแยกระบบออกจากบริเวณที่ทำงาน

2. พิจารณาแหล่งพลังงานที่เกี่ยวข้องแล้วทำการระบุลงไปในใบขออนุญาตทำงานว่าเกี่ยวข้องกับแหล่งพลังงานอะไรหรือตัดแยกพลังงานกลที่เกี่ยวกับระบบส่งผ่านทางท่อ 

 ต้องปิดวาล์วที่ต้นทางหรือตำแหน่งอื่น ๆที่ต่อกับระบบ

3. กรอกรายละเอียดของเลขที่ใบขอนุญาตทำงานลงในใบบันทึกและควบคุมการล็อคและป้ายทะเบีบน

4. กรอกรายละเอียดของหมายเลขป้ายทะเบียน และระบุตำแหน่งที่ทำการล็อคกุญแจที่ตัวอุปกรณ์ในแต่ละพื้นที่ในกระบวนการผลิตที่มีการเชื่อมโยงกัน

5. กรอกรายละเอียดของผู้ที่เกี่ยวข้องในใบขออนุญาตทำงานที่เกี่ยวกับระบบล็อคและป้ายทะเบียนตามรหัสของ้ายทะเบียนและลงนาม

6. บันทึกรายการอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ทำการตัดแยกตามจำนวนและตำแหน่งที่ระบุอยู่ในหนังสือขออนุญาตทำงานลงในแบบบันทึก เพื่อแสดงให้เห็นว่าอุปกรณ์ต่าง ๆ 

 ดังกล่าวได้ถูกตัดแยกแล้ว ผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องในการทำงานได้ดำเนินการตามขั้นตอนการทำงานอย่างปลอดภัย

7. ในกรณีที่มีการยกเลิกการแขวนป้ายทะเบียนหรือปลดล็อคที่ตัวอุปกรณ์ ต้อมาทำการยกเลิกและทำการลงบันทึก การยกเลิกดังกล่าวในแบบฟอร์ม 

ในกรณีเสร็จสิ้นงานต้องทำการปลดป้ายทะเบียนและปลดกุญแจที่ล็อคที่ตัวอุปกรณ์ก็ต้องมาทำยกเลิกและลงบันทึก ตามเอกสารบันทึกทะเบียน


สัญญาณกันขโมยไร้สาย