กล้องวงจรปิด

รูปภาพของฉัน
บริการให้คำปรึกษา ออกแบบ ติดตั้ง รับประกันผลงานตลอดอายุการใช้งาน กล้องวงจรปิด รั้วไฟฟ้า สัญญาณกันขโมย สอบถามได้ที่ Line ID : @CctvBangkok.com

วันพุธที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

การก่อสร้างโกดังสำเร็จรูป (กล้องวงจรปิด)

การก่อสร้างโกดังสำเร็จรูป

เหล็กเป็นโลหะที่ใช้ในงาน ก่อสร้างโกดัง แล้วก็ยังมีโลหะอื่นอีกที่มีความเกี่ยวข้องกับงานก่อสร้าง ได้แก่ 
 




1. สังกะสี (Zinc) วัสดุที่ใช้มุงหลังคาและนอกจากใช้มุงหลังคาแล้วยังสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในงานอื่น ๆ ในปัจจุบันได้มีการพัฒนาสังกะสีให้มีความแข็งแรงมากขึ้นและมีการเคลือบสีต่าง ๆ 

 พร้อมกันสนิมทำให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น แม้ในปัจจุบันจะมีการนำเอากระเบื้องมาใช้แทนสังกะสีในงานมุงหลังคาแต่ก็ยังคงเป็นวัสดุที่มีผู้คนนิยมใช้อยู่อีกมากมาย

2. ทองแดง (Copper) ถือเป็นแร่บริสุทธิ์ที่ได้จากธรรมชาติมีคุณสมบัติเป็นตัวนำไฟฟ้าได้เป็นอย่างดี รวมถึงในการนำความร้อนได้ดีอีกด้วยและทนความร้อนสูงได้อีกด้วย

3. ตะกั่ว (Lead) แร่ชนิดหนึ่งที่นำมาใช้ในงานก่อสร้าง มีคุณสมบัติที่ทนต่อการผุกร่อน และสามารถดีรีดให้เป็นแผ่นบาง ๆ ตะกั่วยังสามารถทำเป็นแผ่นและนำมามุงหลังคา หรือเป็นถาด อ่าง รองน้ำได้ ใช้ในงานท่อและงานสุขภัณฑ์ได้อีกด้วย



 

4. ดีบุก (Tin) แร่ที่นิยมนำมาเคลือบเหล็กเพื่อป้องกันการเกิดสนิม ทนทานต่อการผุกร่อนและยังสามารถรีดให้เป็นแผ่นบางเพื่อใช้ในงานสุขภัณฑ์ เป็นต้น

5. อะลูมิเนียม (Aluminium) มีความต้านทานไฟฟ้าที่ต่ำ นิยมนำมาผลิตเป็นสายไฟเพื่อส่งกระแสไฟฟ้าเข้าบ้านหรืออาคารสำนักงาน เป็นวัสดุที่สำคัญในงานก่อสร้างหมวดของการติดตั้งระบบไฟฟ้า และยังนิยมนำมาผลิตเป็นเครื่องครัว หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าบางชนิดอีกด้วย เป็นต้น

6. บรอนซ์ (Bronze) วัตถุดิบที่นำมาผลิตเป็นอุปกรณ์ก่อสร้างได้หลายอย่างและผลิตอุปกรณ์ต่าง ๆ อีกมากมาย ส่วนในงานก่อสร้างนั้นนำมาเป็นส่วนผสมของวัสดุก่อสร้าง เช่น ประตู หน้าต่าง ลูกบิด บานพับ กุญแจ เป็นต้น



สินค้าแนะนำระบบรักษาความปลอดภัย  : กล้องวงจรปิด   รั้วไฟฟ้า   สัญญาณกันขโมย






กล้องวงจรปิด กับสายไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้า (กล้องวงจรปิด)


กล้องวงจรปิด กับสายไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้า


                      กล้องวงจรปิด กับสายไฟฟ้าที่นำมาใช้ในการติดตั้ง มีมาตรฐานการใช้สายไฟฟ้าในปัจจุบันได้เปลี่ยนไปแล้ว ซึ่งเดิมคือ มอก. 11-2533 เปลี่ยนมาเป็น มอก. 11-2553 

มีการเปลี่ยนชื่อ รหัสของสายไฟทั้งหมด ลักษณะของสายไฟทุกประเภทยังคงเป็นอย่างเดิม สายไฟที่นิยมใช้ในงานก่อสร้างมีดังนี้


กล้องวงจรปิด กับสายไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้า


1. สายไฟแกนเดียวเปลือย เป็นสายไฟที่ไม่มีฉนวนหุ้ม จะใช้ในงานส่งกระแสไฟฟ้าแรงสูง ติดตั้งสูงเหนือพื้นดินเพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้น สายไฟชนิดนี้จะมี 2 แบบ คือ แกนที่เป็นทองแดง หรืออะลูมิเนียม เป็นต้น

2. สายไฟแกนเดียวหุ้มฉนวน เป็นสายไฟที่หุ้มฉนวน ส่วนใหญ่ใช้ในงานส่งกระแสไฟฟ้าแรงต่ำ จะมีฉนวนหุ้มตลอดเพื่อสะดวกในการเดินสายไฟภายในอาคาร เช่น ส่งกระแสไฟฟ้าที่มีแรงดัน 220 – 380 โวลล์ เป็นต้น

3. สายไฟแกนคู่หุ้มฉนวน จะนิยมนำมาเดินภายในอาคารเพื่อส่งกระแสไฟฟ้าไปตามวงจรต่าง ๆ ภายในอาคารบ้านเรือน ระบบไฟฟ้ากระแสสลับ ดดยรับเอากระแสไฟฟ้าจากตู้คอนซูเมอร์ผ่านอุปกรณ์ป้องกันและจ่ายกระแสไฟไปยังโหลดต่าง ๆ ในตัวอาคาร

อุปกรณ์ไฟฟ้า หรือบริภัณฑ์ทางไฟฟ้า

บริภัณฑ์ไฟฟ้าที่เกี่ยวข้องในงานก่อสร้างส่วนใหญ่แล้วจะมีลักษณะที่ใช้ในงานติดตั้งระบบไฟฟ้าในอาคารบ้านเรือน เช่น หม้อแปลงไฟฟ้า มาตรวัดไฟฟ้า 

 ตู้ควบคุมระบบไฟฟ้า อุปกรณ์ป้องกัน ปลั๊ก สวิตช์ และแผงควบคุมระบบไฟฟ้าย่อย เป็นต้น ผู้ติดตั้งจะต้องเป็นช่างไฟฟ้าที่มีความรู้และมีประสบการณ์ ส่วนอุปกรณ์อื่น ๆ เช่น หลอดไฟ ชุดโคมไฟ 

 หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น ๆ ก็เป็นส่วนสำคัญในงานก่อสร้างด้วยเช่นกัน



 

มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม

งานก่อสร้างทั้งวัสดุและอุปกรณ์ต่าง ๆ หรือรวมถึงวิธีการก่อสร้างต้องอยู่ภายใต้มาตรฐานการควบคุมของกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นหน่วยงานภาครัฐที่ควบคุมกำกับดูแลในการผลิตหรือผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ 

 ให้เป็นไปตามมาตรฐานหรือเรียกย่อ ๆ ว่า มอก. ประเทศไทยยังทำตามมาตรฐานอย่างอื่นอีกที่กระทรวงให้การรับรอง ซึ่งมีมาตรฐานอุตสาหกรรมที่ใช้อ้างอิงได้ ดังนี้
  1. มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือ TIS
  2. มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมของประเทศสหรัฐอเมริกา หรือ ASTM
  3. มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมนานาชาติ หรือ ISO
  4. มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมของประเทศญี่ปุ่น หรือ JIS

สินค้าแนะนำระบบรักษาความปลอดภัย  : กล้องวงจรปิด   รั้วไฟฟ้า   สัญญาณกันขโมย




วันอังคารที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

การควบคุมข้อมูลการบันทึกได้จาก (กล้องวงจรปิด)

การควบคุมข้อมูลการบันทึกได้จากกล้องวงจรปิด


                     กล้องวงจรปิด การเปลี่ยนแปลงรูปแบบและยินยอมให้ข้อมูลมามีส่วนสัมพันธ์ในชีวิต เราจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนกติกาที่เคยใช้ในการควบคุมตัวเราและสังคมไปด้วย 

 การเปลี่ยนแปลงยังส่งผลต่อคุณค่าของข้อมูลในระดับพื้นฐาน ขณะที่โลกเปลี่ยนสู่ยุคอภิมหาข้อมูล โครงสร้างของสังคมก็ปรับเปลี่ยนไปในลักษณะเดียวกันด้วย 

 อภิมหาข้อมูลได้เข้ามามีอิทธิพลในแง่มุมต่าง ๆ ของชีวิตและแม้กระทั่งวิธีคิดของคน ทำให้เราต้องคิดทบทวนความคิดริเริ่มก่อนที่จะก้าวเดินไปข้างหน้า และระมัดระวังความผิดพลาดที่เกิดขึ้นได้ทุกเวลา



การควบคุมข้อมูลการบันทึกได้จากกล้องวงจรปิด


การเปลี่ยนแปลงเพียงแค่กติกาเดิมที่เคยใช้กันอยู่อาจไม่เพียงพอต่อยุคอภิมหาข้อมูล และยังไม่อาจรับประกันได้ว่าจะรับมือกับด้านมืดของอภิมหาข้อมูลได้ 

 การเปลี่ยนแปลงจึงเกิดขึ้นในส่วนของการคุ้มครองสิทธิส่วนบุคคลกำหนดให้ผู้ที่ต้องการใช้ข้อมูลมีความรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเองมากขึ้น

อาจจำเป็นต้องมีสถาบันหรือแม้กระทั่งสายอาชีพที่เกิดขึ้นใหม่ในสังคม เพื่อคอยผลักดันและให้การสนับสนุนผู้ที่ต้องเผชิญกับด้านมือของอภิมหาข้อมูล

ความเป็นส่วนตัวสู่ความรับผิดชอบ ยุคที่กฏหมายสิทธิส่วนบุคคลเปิดโอกาสให้บุคคลสามารถตัดสินใจได้ด้วยตนเองว่าจะอนุญาตให้ผู้อื่นเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวหรือไม่ ไม่ว่าจะด้วยวิธีใด ๆ 

 ในยุคอินเทอร์เน็ต ความคิดได้ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกับระบบ “การแจ้งเตือนและการยอมรับ” ในยุคอภิมหาข้อมูลเมื่อคุณค่าของข้อมูลจำนวนมากถูกนำไปใช้ก็เป็นไปได้ว่าที่มาของข้อมูลอาจถูกลบเลือนไป

เมื่อถึงเวลากฎการป้องกันข้อมูลความเป็นส่วนตัวก็อาจไม่มีความหมายอีกต่อไป ในยุคอภิมหาข้อมูลความเป็นส่วนตัวในหลาย ๆ รูปแบบ

ให้ความสนใจกับความยินยอมของบุคคลน้อยลงและหันไปมุ่งเน้นที่ความรับผิดชอบของผู้ใช้ข้อมูลมากขึ้น ขณะที่กฎหมายสิทธิส่วนบุคคลในอนาคตจะนิยามประเภทการใช้ข้อมูลให้กว้าง ๆ 

 รวมถึงการอนุญาตโดยไม่มีหรือมีการคุ้มครองที่ชัดเจนเป็นมาตรฐาน ผู้ควบคุมจะตั้งกติกาพื้นฐานให้ผู้ใช้ข้อมูลประเมินความเสี่ยงและหาทางที่ดีที่สุดเพื่อที่จะเลี่ยงความเสี่ยงนั้น ๆ

 เพื่อกระตุ้นให้การใช้ข้อมูลเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ ขณะเดียวกันก็ต้องมีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอด้วย การประเมินการใช้อภิมหาข้อมูลที่ถูกต้องและการนำผลที่แม่นยำไปใช้ 

ทำให้ผู้ใช้ข้อมูลได้รับประโยชน์ที่จับต้องได้ และสามารถสร้างประโยชน์ได้โดยเสรีและในทางกลับกันการประเมินการใช้อภิมหาข้อมูลที่ไม่ถูกต้องและการนำผลที่ไม่ดีพอไปใช้จะทำให้ผู้ใช้ข้อมูลต้องรับผิดชอบตามกฏหมาย

 
การควบคุมข้อมูลการบันทึกได้จากกล้องวงจรปิด



การเปลี่ยนความรับผิดชอบให้เป็นภาระของผู้ใช้มีเหตุผลหลายประการ ผู้ใช้รู้ถึงความตั้งใจที่จะใช้ข้อมูลมากกว่าใครด้วยการประเมินตนเองและที่สำคัญผู้ใช้ข้อมูลได้ประโยชน์

จึงสมควรต้องรับผิดชอบต่อการกระทำและภาระในการประเมินตนเอง ผู้ใช้ข้อมูลสามารถเก็บข้อมูลไว้ได้นานและสังคมก็ต้องชั่งน้ำหนักระหว่าสิ่งที่ได้จากการใช้ข้อมูลซ้ำกับความเสี่ยงจากการเปิดข้อมูลมากเกินไป

เพื่อความเหมาะสมผู้ควบคุมอาจเลือกกรอบเวลาสำหรับการใช้ข้อมูลซ้ำตามความเสี่ยง โดยข้อมูลบางเรื่องอาจเป็นประเด็นที่เปราะบางมากกว่าวิธีการนี้ทำให้ไม่มี “การเก็บข้อมูลถาวร”

 ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่คนไม่สามารถหนีอดีตพ้นสามารถตรวจสอบบันทึกดิจิตอลได้ตลอดเวลา เชื่อว่าการจำกัดเวลาและการกระตุ้นให้มีการใช้ข้อมูลก่อนที่จะหมดอายุเป็นวิธีที่สมดุลที่สุดสำหรับยุคอภมิหาข้อมูล 

 การเปลี่ยนรูปแบบการคุ้มครอง “สิทธิบุคคลโดยความยินยอม” เป็น “สิทธิบุคคลผ่านความรับผิดชอบ” จะเห็นนวัตกรรมทางเทคนิคที่จะช่วยคุ้มครองความเป็นส่วนตัว

โดยมีวิธีการใหม่คือ “สิทธิส่วนบุคคลเชิงต่าง” ไม่ระบุหรือชี้ชัดถึงรายละเอียดแต่จะปรากฏให้เห็นเป็นผลเฉลี่ยทำให้การสืบหาข้อมูลเฉพาะบุคคลเป็นเรื่องยากและมีค่าใช้จ่ายสูง 

 การเปลี่ยนจากความยินยอมของบุคคลเป็นความรับผิดชอบของผู้ใช้ข้อมูลเป็นเรื่องพื้นฐาน มีความสำคัญต่อการควบคุมอภิมหาข้อมูลให้สัมฤทธิผล แต่ไม่ใช่กับฝ่ายเดียวเท่านั้น

ระหว่างคนกับการคาดการณ์  กฎหมายควบคุมให้คนรับผิดชอบต่อการกระทำ กระบวนการยุติธรรมก็ถือว่าเป็นอันเสร็จสิ้น ในยุคอภิมหาข้อมูลความรู้เกี่ยวกับความยุติธรรมต้องได้รับการนิยามใหม่ 

 บุคคลต้องมีเสรีภาพในการตัดสินใจหรือเลือกกระทำ อันเป็นความคิดพื้นฐานที่แสดงให้เห็นว่าบุคคลสามารถรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเองได้ ยุคอภิมหาข้อมูล

ความยุติธรรมจะมีความหมายหรือขอบเขตที่กว้างขึ้นและต้องมีการคุ้มครองสิทธิ์ของมนุษย์หากไม่มีการคุ้มครองก็ถือว่าปราศจากความยุติธรรม 

 ในการรับรองความเป็นมนุษย์ต้องมั่นใจว่าการตัดสินใจขึ้นอยู่กับการกระทำจริง ๆ ไม่ใช่เพียงการวิเคราะห์ขข้อมูลเท่านั้น การใช้อภิมหาข้อมูลเข้ามาทำการวิเคราะห์ เพื่อให้ผู้ควบคุมสามารถตรวจสอบได้ตามวิธีที่เคยกระทำกันมา



สินค้าแนะนำระบบรักษาความปลอดภัย  : กล้องวงจรปิด   รั้วไฟฟ้า   สัญญาณกันขโมย




โดยมีอภิมหาข้อมูลเป็นส่วนร่วมในการตัดสินใจและต้องมีการคุ้มครองบุคคลเหล่านั้นที่เหมาะสมด้วย การเปิดกว้างที่จะรับเอาข้อมูลที่มีผลต่อบุคคลเข้าร่วมการพิจารณา 

 ต้องมีผู้เชี่ยวชาญในการใช้อภิมหาข้อมูลเช้าร่วมการพิจารณา และเปิดโอกาสให้บุคคลนั้น ๆ สามารถพิสูจน์ตนได้ ที่สำคัญที่สุดการป้องกันความเผด็จการของข้อมูลเราอาจต้องยอมเปิดเผยข้อมูลบางส่วนที่สำคัญด้วย

การรับผิดชอบของบุคคลก็สมควรได้รับการปกป้อง ในขณะที่สังคมมีแนวโน้มที่จะเพิกเฉยกับความรับผิดชอบในส่วนนี้แต่ไปใส่ใจจะจัดการกับความเสี่ยงแทน 

 โดยอาศัยข้อมูลที่มีอยู่จำนวนมากและอาจนำมาซึ่งการตัดสินใจที่ตัวบุคคลไม่ได้มีส่วนรู้เห็นด้วยอาศัยเพียงการประเมินโดยผู้ตัดสินใจเท่านั้น การตัดสินในลักษณะนี้ไม่ “ยุติธรรม” 

 บุคคลที่ถูกตัดสินอย่างแน่นอน การนำเอาอภิมหาข้อมูลมาใช้เพือร่วมการพิจารณา ก็ต้องรับรองว่าจะตัดสินคนจากความรับผิดชอบและการกระทำจริง ๆ ไม่ใช่

โดยการค้นข้อมูลเพื่อประเมินว่าใครอาจจะกระทำความผิด วิธีนี้เราจะปฏิบัติกันเหมือนเป็นมนุษย์มีเสรีภาพที่จะเลือกการกระทำและมีสิทธ์ที่จะถูกตัดสินจากการกระทำ

ปัจจุบันระบบคอมพิวเตอร์ประมวลผลตามโปรแกรมที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่บางครั้งอาจจะมีความผิดพลาดเกิดขึ้น เราต้องกลับไปคำนวณหาสาเหตุที่คอมพิวเตอร์ตัดสินผิดพลาด 

 ปัจจุบันสามารถเปิดระบบเข้าไปตรวจสอบได้โดยผู้ที่รู้วิธีการเข้าถึงรหัส ไม่ว่าระบบจะซับซ้อนเพียงใดก็ตาม การติดตามผลการวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมากหรืออภิมหาข้อมูลยากขึ้นเรื่อย ๆ คนส่วนใหญ่จะพยายามทำความเข้าใจ แต่ขั้นตอนก่อนที่จะเข้าถึงข้อมูลนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ

เราได้เห็นความเสี่ยงในการคาดการณ์ของอภิมหาข้อมูล ขั้นตอนและชุดข้อมูลที่อยู่เบื้องหลังอภิมหาข้อมูลจะกลายเป็นกล่องดำ ทำให้เราไม่มั่นใจ ไม่เชื่อใจ และติดตามผลไม่ได้ 

 เพื่อเป็นการป้องกันอภิมหาข้อมูลจะต้องมีการติดตามผลและจะต้องสามารถทำการตรวจสอบได้ ส่งผลให้ต้องมีผู้เชี่ยวชาญและสถาบันที่คอยให้การสนับสนุนในกรณีที่สังคมเกิดความสงสัยในการคาดการณ์ของอภิมหาข้อมูล 

 อภิมหาข้อมูลต้องการคนกลุ่มใหม่เข้ามาทำงาน อาจเรียกว่า “นักอัลกอริทึม” โดยอาจใช้รูปแบบในการติดตามสองรูปแบบ คือ องค์กรอิสระทำหน้าที่ติดตามจากภายนอก และพนักงานที่ทำหน้าที่ติดตามจากภายใน รวมถึงมีผู้ตรวจสอบภายนอกด้วย

กำหนดนักอัลกอริทึม ผู้เชี่ยวชาญในวิทยาการคอมพิวเตอร์คณิตศาสตร์ และสถิติ ทำหน้าที่ตรวจสอบการวิเคราะห์ข้อมูลและการประเมิน นักอัลกอริทึมต้องมีความซื่อสัตย์และเก็บความลับได้ 

 จะประเมินการเลือกแหล่งข้อมูล การเลือกเครื่องมือวิเคราะห์และทำนายผล รวมถึงการตีความผล หากเกิดความขัดแย้งก็จะประเมินกระบวนการอัลกอริทึม กระบวนการสถิติ และชุดข้อมูล ล้วนแล้วแต่มีส่วนในการตัดสินใจ อาชีพนักอัลกอริทึมถือกำเนิดขึ้นมา




ในทำนองเดียวกันกับนักบัญชี อาชีพใหม่นี้นอกจากจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคมแล้ว ยังส่งผลไปถึงระบบเศรษฐกิจด้ย นักอัลกอริทึมจึงนับเป็นผู้เชี่ยวชาญที่สามรถควบคุมอภิมหาข้อมูลและสามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์

นักอัลกอริทึมภายนอก ผู้ทำหน้าที่ตรวจสอบที่เป็นกลาง เพื่อตรวจสอบความถูกต้องและน่าเชื่อถือของอภิมหาข้อมูล นักอัลกอริทึมจะทำหน้าที่เป็นผู้เชี่ยวชาญที่คอยให้การสนับสนุน

อภิมหาข้อมูลมีหน้าที่ให้คำปรึกษาแก่หน่วยงานถึงวิธีที่จะนำข้อมูลมาใช้ให้ทรงประสิทธิภาพที่สุด อาชีพนักอัลกอริทึมภายนอกต้องตระหนึกถึงหน้าที่และความรับผิดชอบภายใต้กฏเกณฑ์ที่วางไว้ หากไม่สามารถปฏิบัติตามกฏนั้น ๆ ได้มีโอกาสถูกดำเนินคดีเช่นกัน

นักอัลกอริทึมภายใน ทำงานภายในองค์กรเพื่อติดตามการนำอภิมหาข้อมูลไปใช้ในด้านต่าง ๆ ไม่ได้มองเฉพาะผลประโยชน์ของบริษัท 

 แต่มองถึงผลประโยชน์ของคนที่ได้รับผลกระทบจากการวิเคราะห์อภิมหาข้อมูลด้วย และจะเป็นตัวเลือกแรก ๆ ที่บุคคลได้รับความเสียหายจากการวิเคราะห์ข้อมูลขององค์กรจะติดต่อนักอัลกอริทึมภายใน

จึงมีหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องแม่นยำของอภิมหาข้อมูลก่อนที่จะปล่อยให้ข้อมูลทำหน้าที่ของมันต่อไป ทั้งภายใต้เงื่อนไขที่ต้องมีความเป็นธรรมและเสรีภาพในระดับที่องค์กรยินยอมให้

การควบคุมผู้กุมข้อมูล ข้อมูลนับเป็นแหล่งกำเนิดความคิดสร้างสรรค์ที่สำคัญ หากปราศจากข้อมูล การตลาดที่แข็งแกร่งและการสร้างผลิตผลที่ทรงคุณค่าย่อมเป็นไปไม่ได้ กลยุทธ์ใหม่ 3 ประการ

เพื่อใช้ในการควบคุมข้อมูลเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว ความโน้มเอียง และการตรวจสอบอัลกอริทึม ด้วยกลยุทธ์เหล่านี้จะสามารถจำกัดด้านมืดของข้อมูลได้ 

 แต่ขณะที่อภิมหาข้อมูลกำลังพัฒนาไป ปัญหาสำคัญที่เพิ่มเข้ามาคือการแข่งขันกันในตลาดอภิมหาข้อมูลและที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือปัญหาของผู้กุมข้อมูล

อภิมหาข้อมูลสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับตลาดการค้าเป็นอย่างยิ่ง สร้างกระแสการแข่งขันที่รุนแรงทั้งทางด้านการผลิตและนวัตกรรมมเทคโนโลยี จึงได้มีการหยิบยกเรื่องของ “สิทธิ์ผูกขาดข้อมูล” 

 สังคมจะได้อะไรจากสิทธิ์ผูกขาดนั้นและการใช้กฏหมายควบคุมทางการค้าจะครอบคลุมไปถึงการใช้อำนาจเกินขอบเขต แต่กฎหมายก็สามารถควบคุมทุอย่างให้อยู่ในกรอบเกณฑ์ได้ 

 กฎหมายทางการค้าเข้ามามีส่วนร่วมในการควบคุมอภิมหาข้อมูล ผู้ที่ถือข้อมูลรายใหญ่ที่สุดยังต้องยอมเปิดเผยข้อมูลให้สาธารณะรับรู้ด้วย

เมื่อข้อมูลเปิดปากพูด อภิมหาข้อมูลส่งผลกระทบต่อระบบการทำงานเป็นอย่างยิ่ง มีการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อช่วยแก้ปัญหาที่ผ่านเข้ามาในชีวิตทุก ๆ วันนั่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้น 

 อภิมหาข้อมูลพร้อมเปลี่ยนวิถีชีวิต การทำงาน และความคิดของเรา อภิมหาข้อมูลจะถูกนำเข้าสู่การอภิปรายอันเกี่ยวด้วยประเด็นของการตัดสินใจ ชะตากรรม ความยุติธรรม 

 การครอบครองความรู้การทำความเข้าใจอดีตที่ทั้งหมดคือความสามารถในการคาดเดาอนาคต

ประเด็นเหล่านี้มีความสำคัญมากกว่าความคิดที่เกิดขึ้นขณะใช้ อินเทอร์เน็ต หน้าที่ของเราคือทำความเข้าใจถึงสาเหตุที่แน่นอนว่าต้องมีประโยชน์มากกว่าคำตอ”ทำไม” หรือ “เพราะอะไร” 

 ซึ่งไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับอภิมหาข้อมูลเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ก่อให้เกิดการโต้แย้งไร้จุดจบ และไม่ต่างจากการค้นหาความหมายของชีวิต

อภิมหาข้อมูลได้สร้างสังคมใหม่เรียกว่า “สังคมข้อมูล” มีข้อมูลเป็นศูนย์กลางเราต้องคิดหาวิธีใหม่ ๆ เพื่อใช้ควบคุมข้อมูลในยุคดิจิตอลและปลดล็อคข้อมูลที่ซ่อนคุณค่าไว้ อีกประการหนึ่งคือ

ปริมาณของข้อมูลจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ การจัดเก็บข้อมูลก็เพิ่มมากขึ้นเช่นกัน เรายังคิดว่าอภิมหาข้อมูลเป็นเรื่องของเทคโนโลยีที่เน้นที่ฮาร์ดแวร์หรือซอฟต์แวร์และเราเชื่อว่าในที่สุดข้อมูลจะแสดงให้เห็นสถานะที่แท้จริงของมันเอง เราสามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้มากกว่า





 ข้อมูลจำนวนมากช่วยให้เราเข้าใจได้ดียิ่งขึ้น และเราสามารถควบคุมข้อมูลจำนวนมากได้ง่ายขึ้นและข้อมูลก็จะไม่ใช่เรื่องที่ไกลตัวเราอีกต่อไปเราต้องมีวิธีดำเนินการที่แตกต่างไปจากอดีต

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปรับเปลี่ยนทัศนคติที่มีต่อข้อมูลที่ทำให้เกิดประโยชน์ แทนที่จะคิดถึงแต่ความแม่นยำ ความละเอียด ความโปร่งใส 

 เราควรปล่อยให้ข้อมูลที่มีความคลาดเคลื่อนหลุดเข้ามาในระบบบ้าง เพื่อแลกกับการสร้างชุดข้อมูลที่มีความเข้าใจมากยิ่งขึ้น ค่าหสัมพันธ์อาจถูกค้นพบได้เร็วและมีความถูกต้องแม่นยำกว่าการสืบค้นหาสาเหตุ แต่เราก็ยังต้องการศึกษาหาสาเหตุโดยมีข้อมูลคอยให้การสนับสนุน

นวัตกรรมที่ทันสมัย ระบบประมวลผลที่เร็วขึ้น หน่วยความจำมากขึ้น ซอฟต์แวร์และอัลกอริทึมที่ฉลาดขึ้นเป็นส่วนหนึ่งที่เกิดจากความเข้าใจของคนเราและเป็นความเข้าใจต่อเหตุผล

โดยมีข้อมูลจำนวนมากเป็นปัจจัยหนุนนำ และเครื่องมือดิจิตอลก็ช่วยให้การรวบรวมข้อมูลสะดวกมากขึ้น เราสามารถประดิษฐ์คิดค้นสิ่งที่ดีกว่าและรวดเร็วกว่าก็ต่อเมื่อเรามีศักยภาพมากพอที่จะปลดปล่อยคุณค่าของข้อมูลที่ซุกซ่อนอยู่หรือถูกปล่อยทิ้งไว้โดยไร้ประโยชน์

แต่ในขณะเดียวกันอภิมหาข้อมูลก็สร้างความเสี่ยงให้เกิดกับเราได้โดยการหยิบยื่นเทคนิคและเครื่องมือทางกฏหมายที่ไม่มีประสิทธิภาพให้เราใช้ปกป้องความเป็นส่วนตัว ปัจจุบันข้อมุลเล็ก ๆ น้อย ๆ 

 ก็สามารถเปิดเผยตัวเจ้าของข้อมูลได้ การไม่ระบุตัวตนไม่ได้ผลอีกต่อไป การกำหนดเป้าหมายบุคคลสำหรับการสอดแนมในปัจจุบันสามารถคุกคามความเป็นส่วนตัวได้มากกว่าเมื่อก่อน

การสร้างปัญหาต่อความเป็นส่วนตัว ประโยชน์ของอภิมหาข้อมูลได้พาเอกลักษณ์และปัญหามาพร้อม ๆ กัน ไม่มีวิธีที่ปลอดภัยเต็มร้อยที่โลกจะรับมือกับอภิมหาข้อมูล เราตู้องตั้งกฏใหม่เพื่อใช้ในการปกครองและการเปลี่ยนแปลงสำคัญ ๆ กับพฤติกรรมต่าง ๆ สามารถช่วยสังคมได้ 

 ในโลกแห่งการคาดเดาเราต้องป้องกันไม่ให้เกิดการละเมิดความเป็นมนุษย์แต่รวมถึงความรับผิดชอบของบุคคลต่อการกระทำของตนเองและสังคมก็ต้องคิดค้นรูปแบบการป้องกันเพื่อช่วยให้ “นักอัลกอริทึม” ได้ประเมินการวิเคราะห์อภิมหาข้อมูล

เพื่อป้องกันไม่ให้อำนาจของอภิมหาข้อมูลถูกซ่อนอยู่ในกล่องดำอีกต่อไป อภิมหาข้อมูลจะเป็นองค์ประกอบสำคัญในการทำความเข้าใจและแก้ปัญหามากมาย

ในปัจจุบัน อภิมหาข้อมูลถูกใช้ในการพัฒนาเศรษฐกิจและการป้องกันความขัดแย้ง อภิมหาข้อมูลช่วยให้เราทำสิ่งต่าง ๆ ให้ดีขึ้น และช่วยให้เราสามารถทำหลาย ๆ สิ่งได้ในเวลาเดียวกัน

ข้อมูลใหญ่กว่า อภิมหาข้อมูลเปลี่ยนชีวิตโดยการพัฒนาและสร้างประสิทธิภาพ และสกัดคุณค่าของข้อมูลจะเหลือหน้าที่ให้สัญชาตญาณ ความเชื่อ ความไม่แน่นอน และความแปลกใหม่ 

 อภิมหาข้อมูลสอนเราคงเป็นเรื่องให้เราทำงานดีขึ้น รู้จักการพัฒนา การทำตามคำสอนของอภิมหาข้อมูลอย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งที่ควรทำผลจะออกมาดีกว่าเดิมแน่นอน อภิมหาข้อมูลเป็นแหล่งข้อมูลและเครื่องมือในเวลาเดียวกัน หมายถึง การให้ข้อมูลไม่ใช่การอธิบาย





โดยนำเราไปสู่ความเข้าใจที่ถูกต้องและขึ้นอยู่กับว่าจะได้รับข้อมูลดีหรือไม่ดีอย่างไร เมื่อเราพบพลังของอภิมหาข้อมูลเราต้องไม่ปล่อยให้ความเจิดจ้าทำให้เราสายตาพร่ามัวไปกับความไม่สมบูรณ์ ข้อมูลทั้งหมดไม่สามารถถูกเก็บ จัดการ หรือแปรรูปด้วยเทคโนโลยี 

 โลกอภิมหาข้อมูลน่าพิศวงไม่ต่างจากคอมพิวเตอร์ที่บันทึกระบบข้อมูล ข้อมูลที่เราสามารถเก็บและดำเนินการใด ๆ กับมันเป็นเพียงเศษเสี้ยวของข้อมูลทั้งหมด มีความจริงไม่ต่างกันเพราะเราไม่สามารถได้ข้อมูลที่สมบูรณ์แบบ

การคาดการณ์ของเราอาจผิดพลาดได้แต่ไม่ได้หมายความว่าเราทำผิด อภิมหาข้อมูลไม่ใช่เครื่องมือที่จะให้คำตอบได้ดีที่สุดเพียงแต่เป็นคำตอบที่ดีพอที่จะช่วยให้เราคิดค้นวิธีการที่ดีกว่า

ในปัจจุบัน เพื่อให้ได้คำตอบที่ดีกว่า ทั้งนี้ความไม่สมบูรณ์ของข้อมูลก็ได้บอกให้เรารู้แล้วว่าเราต้องใช้เครื่องมือนี้ด้วยความใจกว้างในความเป็นมนุษย์

อภิมหาข้อมูลช่วยให้เราทำสิ่งต่าง ๆ ได้ดีขึ้นและช่วยให้สามารถทำหลาย ๆ สิ่งในเวลาเดียวกัน อภิมหาข้อมูลไม่ใช่ไม้เท้าวิเศษ ไม่สามารถเสกเด็กให้เกิดได้ แต่อาจช่วยชีวิตเด็กที่คลอดก่อนกำหนดได้

ภาพที่ได้จาก (กล้องวงจรปิด)

ภาพที่ได้จากกล้องวงจรปิด

                     ภาพที่ได้จากกล้องวงจรปิด  ปัจจุบันยังไมรูปแบบการประเมินราคาข้อมูล แต่ระบบเศรษฐกิจเริ่มก่อตัวรอบ ๆ ข้อมูล และธุรกิจภายใหม่ ๆ ก็จะได้ประโยชน์ 

 ธุรกิจเก่าจำนวนมากต้องกลับมาทบทวนบทบาทใหม่ “ข้อมูลเป็นแพลตฟอร์ม” ข้อมูลเป็นพื้นที่ใหม่สำหรับสินค้าและรูปแบบธุรกิจใหม่ ๆ 

 เรื่องมูลค่าของข้อมูลเหมือนจะเป็นปัญหาที่แก้ไม่ตกสำหรับการใช้ข้อมูลซ้ำ การสงวนข้อมูล การเก็บข้อมูล มีความสำคัญแต่ยังไม่พอ 

 เพราะคุณค่าสำคัญที่สุดของข้อมูล คือ การนำไปใช้ ไม่ใช้การครอบครอง และเราจะสำรวจวิธีการใช้ข้อมูลให้เกิดประโยชน์และธุรกิจอภิมหาข้อมูลที่กำลังเกิดขึ้น



ภาพที่ได้จากกล้องวงจรปิด

ข้อมูลที่เรียกว่าทรัพยากรใหม่ที่มีคุณค่าสูง ข้อมูลที่ควรสงวนรักษาและตั้งเป้าที่จะเก็บข้อมูลใหม่ ๆ เรื่องของการใช้ข้อมูลและใช้ให้เหมาะสม มีคุณค่าที่สุด 

 รวมถึงความสำคัญของการนำข้อมูลไปใช้กับองค์กร และบุคคลทั้งในชีวิตประจำวันจนถึงหน้าที่การงาน โดยสามารถสร้างอภิมหาข้อมูลได้สามประเภท แต่ละประเภทจะแตกต่างกันที่คุณค่าที่จะนำเสนอ โดยมุ่งเน้นไปที่ ข้อมูล ทักษะ และความคิด

ข้อมูล ต้องสามารถเข้าถึงข้อมูลแต่ไม่ใช่เหตุผลที่จะลงมือทำธุรกิจ หรือไม่ต้องมีทักษะพิเศษเพื่อสกัดคุณค่าของข้อมูล หรือคิดหากลวิธีที่จะปลดปล่อยคุณค่าของข้อมูล 

 ที่เห็นได้ชัดเจนก็คือทวิตเตอร์ซึ่งมีกระแสข้อมูลมหาศาลไหลผ่านเซิร์ฟเวอร์ แต่ให้อิสระเท่าที่มีสิทธิ์อนุญาตให้คนอื่นเข้าใช้ข้อมูลได้

ทักษะ เป็นกลุ่มที่ปรึกษา ผู้ขายเทคโนโลยีและผู้วิเคราะห์ข้อมูลซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนั้น ๆ แต่ไม่มีข้อมูลเป็นของตัวเองพอที่จะสรรหาประโยชน์ต้องหันไปพึ่งผู้เชี่ยวชาญซึ่งรับวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อช่วยกลั่นกรองข้อมูลให้เข้าใจง่าย

ความคิด ชุดความคิดอภิมหาข้อมูลล ข้อมูลและวิธีการไม่ใช่ปัจจัยหลักของความสำเร็จ สิ่งที่ทำให้ประสบความสำเร็จคือผู้ก่อตั้งและพนักงานมีความคิดเดียวกัน วิธีใช้ข้อมูลเพื่อปลดล็อกรูปแบบคุณค่าใหม่ ๆ

ข้อมูลและทักษะได้รับความสนใจมากที่สุด ทักษะซึ่งกำลังขาดแคลนในปัจจุบัน และข้อมูลมีอยู่มหาศาลจนเกิดอาชีใหม่ “นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล” 

 เป็นการผสมผสานทักษะระหว่างนักสถิติ โปรแกรมเมอร์ซอฟต์แวร์ นักออกแบบกราฟิกข้อมูล และนักเล่าเรื่องเข้าด้วยกัน แต่นักวิทยาศาสตร์ข้อมูลจะค้นชุดข้อมูล ได้เสนอให้ทำการประเมินด้วยนักวิทยาศาสตร์ข้อมูลที่กำลังขาดแคลนในยุคปัจจุบันและอนาคต

ห่วงโซ่คุณค่าอภิมหาข้อมูล อภิมหาข้อมูลมีสาระสำคัญคือ ตัวข้อมูลสิ่งแรกที่ควรดูคือผู้ถือข้อมูลอาจไม่ได้เก็บข้อมูลตั้งต้น แต่ควบคุมการเข้าถึงข้อมูลและได้รับอนุญาตให้เข้าถึงข้อมูลนั้น ๆ ได้ 

 จะเห็นได้จากหลายบริษัทที่นำอภิมหาข้อมูลหลาย ๆ ประเภทมาประสมเข้าด้วยกัน และมีผู้ที่ออกความคิดที่สุดยอกก่อนใคร แต่ก็แฝงไว้ด้วยทักษะ ต้นแบบนี้ก็เป็นแนวทางที่ดีให้กับบริษัทต่าง ๆ

ผู้บุกเบิกอภิมหาข้อมูลในปัจจุบันมีความแตกต่างกันแต่ละรายล้วนอาศัยข้อมูลในวงกว้าง กล่าวได้ว่าเป็นยุคใหม่ของนักประดิษฐ์และผู้ประกอบการยุคใหม่ก็กำลังจะเกิดขึ้น 

 รวมถึงกลุ่มนักวิทยาการคอมพิวเตอร์เป็นผู้อยู่เบื้องหลังรายใหญ่ที่สุดของการเริ่มต้นกิจการด้วยข้อมูล ความคิดสร้างสรรค์ของบุคคลและบริษัทที่อยู่ในวงจรของอภิมหาข้อมูลช่วยให้เราได้ปลดปล่อยคุณค่าของบริษัท

ผู้ประกอบการที่โชคดีมีแหล่งข้อมูลที่แตกต่างการเก็บข้อมูลการพิมพ์คำสืบค้น มีไอเดียใหม่ ๆ ที่จะใช้ข้อมูลเพื่อสร้างการตรวจคำผิด และใช้ทักษะที่ค้นพบนี้ให้เกิดประโยชน์ได้อย่างมากด้วยกิจกรรมจำนวนมาก ได้

ภาพที่ได้จากกล้องวงจรปิด

ประโยชน์จากการบูรณาการอย่างมากจากอภิมหาข้อมูล ซึ่งครอบคลุมห่วงโซ่ทั้งสามข้อและสามารถใช้ข้อมูลซ้ำ ๆ ได้สูงขึ้นอีกด้วย อภิมหาข้อมูลที่ได้รับการนำไปต่อยอดสามารถสร้างรูปแบบธุรกิจของบริษัท และวิธีปฏิสัมพันธ์กับหุ้นส่วนระยะยาวได้

นายหน้าค้าข้อมูลใหม่ ข้อมูลที่มีค่าที่สุดในห่วงโซ่อภิมหาข้อมูล ปัจจุบันจะเป็นผู้ที่มีชุดความคิดและมีความคิดสร้างสรรค์เห็นจากยุคของเว็บไซต์ผู้เริ่มก่อนย่อมได้เปรียบ ขณะที่ยุคอภิมหาข้อมูลก้าวไปข้างหน้าผู้อื่นจะรับเอาชุดความคิดและข้อได้เปรียบของผู้บุกเบิกไปในที่สุด

ปัจจุบันผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารฐานข้อมูล วิทยาศาสตร์ข้อมูลและการวิเคราะห์ถือว่ากำลังเป็นที่ต้องการ แต่ในอนาคตอภิมหาข้อมูลเข้ามามีส่วนสำคัญต่อชีวิตมากขึ้น 

 และมีผู้เชี่ยวชาญเพิ่มขึ้น คุณค่าของทักษะก็จะเลือนหายไปในทำนองเดียวกันความสามารถในการสร้างโปรแกรมคอมพิวเตอร์มีความสำคัญ แต่ปัจจุบันบริษัทที่รับจ้างจำนวนมากก็ให้ความสำคัญของการเขียนโปรแกรมลดลง เพราะเราสามารถนำข้อมูลจากภายนอกมาใช้ได้

ในปัจจุบันความแตกต่าง คือ ข้อมูลที่เข้าสู่ตลาดเป็นข้อมูลดิบ ความหลากหลายของบริษัทอภิมหาข้อมูลแสดงให้เห็นว่าคุณค่าของข้อมูลกำลังเปลี่ยนไป 

 ในกรณีของข้อมูลเกี่ยวกับราคาที่ได้รับมาจากพันธมิตรของเว็บไซต์ โดยถือจากฐานส่วนแบ่งแต่บริษัทที่ให้ข้อมูลก็ได้ส่วนแบ่งเช่นกัน แต่ในปัจจุบันผู้ให้ข้อมูลสามารถเรียกร้องค่าตอบแทนที่คุ้มกว่าได้

 เป็นไปได้ว่ากำลังรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมอีกและเล็งเห็นถึงคุณค่าจากการผันบทบาทของผู้เชี่ยวชาญมาเป็นเจ้าของไอเดีย และกำลังก้าวต่อไปยังข้อมูล และหลักฐานได้ชี้ให้เห็นอย่างชัดแจ้งว่าตัวข้อมูลมีคุณค่ามากที่สุด ไม่ใช่ทักษะหรือชุดความคิด

จุดสิ้นสุดของผู้เชี่ยวชาญ  ผลกระทบที่ใหญ่ที่สุดต่ออภิมหาข้อมูลคือการตัดสินใจที่จะขับเคลื่อนการทำงานด้วยข้อมูล จะมีผลต่อการส่งเสริมหรือลบล้างการตัดสินของมนุษย์ 

 ผลการวิเคราะห์เชิงสถิติบังคับให้คนทบทวนสัญชาตญาณของตัวเองอีกครั้ง ด้วยอภิมหาข้อมูลการวิเคราะห์นี้จะมีความสำคัญยิ่งขึ้น 

 ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะสาขาจะสูญเสียภาพพจน์ผู้ทรงภูมิเมื่อเทียบกับนักสถิติวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งอาศัยให้ข้อมูลเป็นตัวทำงาน ผู้นำรุ่นใหม่จะอาศัยความสัมพันธ์ของข้อมูล

โดยปราศจากความลำเอียงและอคติ เราได้เห็นอำนาจค่อย ๆ เลือนหายไปของผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ โดยเฉพาะในงานสื่อ




สินค้าแนะนำระบบรักษาความปลอดภัย  : กล้องวงจรปิด   รั้วไฟฟ้า   สัญญาณกันขโมย




 เนื้อหาที่เผยแพร่บนเว็บไซต์จะถูกอ้างอิงจากแหล่งข้อมูลไม่ใช่ด้วยทัศนคติของบรรณาธิการ ข้อมูลสามารถเปิดเผยถึงสิ่งที่คนต้องการอ่านได้ดีกว่าสัญชาตญาณของนักสื่อสารมวลชน

ผู้ที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการศึกษาออนไลน์ได้ใช้ข้อมูลประกอบการเรียนการสอนโดยผ่านทางวิดีโอ ซึ่งสามารถเปิดดูส่วนที่ไม่เข้าใจได้ใหม่ และส่งข้อมูลกลับไปให้อาจารย์ได้พิจารณาเพื่อให้พัฒนาการสอน

วิธีนี้ทักษะมีความจำเป็นต่อความสำเร็จในการทำงาน พนักงานบางส่วนอาจต้องปรับเปลี่ยนแนวคิดและวิธีทำงานเดิม ๆ ผู้บุกเบิกในธุรกิจอภิมหาข้อมูลมาจากสาขาอื่น

ซึ่งจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจที่เป็นเป้าหมาย ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ข้อมูล ปัญญาประดิษฐ์ คณิตศาสตร์หรือสถิติ นำทักษะมาประยุกต์ใช้กับอุตสาหกรรมนั้น ๆ

โครงการอภิมหาข้อมูล เป็นน้องใหม่ในวงการ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะสาขาจะไม่หายไปจากตลาดแต่บทบาทจะลดลง ปัจจุบันผู้เชี่ยวชาญจะต้องแบ่งพื้นที่ให้กับผู้เชี่ยวชาญอภิมหาข้อมูล 

 โดยเปลี่ยนแปลงวิธีที่เราประเมินค่าความรู้ เพราะคิดว่าคนที่มีความเชี่ยวชาญพิเศษย่อมมีค่ามากกว่าผู้มีความรู้พื้นฐาน จึงต้องอาศัยสถาบันหรือผู้เชี่ยวชาญนำทาง 

 ผู้เชี่ยวชาญมีความสำคัญเพราะมีการรวบรวมข้อมูลดิบมาเป็นเวลานาน เป็นความรู้ที่ไม่สามารถถ่ายทอดหรืออ่านจากหนังสือได้ แม้กระทั่งช่วยทำให้คนอื่นตัดสินใจได้แม่นยำยิ่งขึ้น

ผู้ที่วิเคราะห์ข้อมูลได้จำนวนมากไม่ใช่เพราะเป็นคนที่ฉลาดเพียงอย่างเดียวแต่เป็นเพราะมีข้อมูลทำให้เห็นความคิดซ้ำ ๆ รวมถึงความเชื่อเดิม ๆ ที่ไม่มีแนวโน้มจะปรับเปลี่ยน 

 ผู้เชี่ยวชาญก็ถือเป็นกลไกสำคัญและมีส่วนในการขับเคลื่อนหากมีการเปลี่ยนแปลงบริษัท ฉะนั้นควรเข้าใจและเรียนรู้ถึงสิ่งที่กำลังจะเปลี่ยนไป เพื่อปรับตัวก้าวไปสู่การทำงานแบบมืออาชีพ 

 นักคณิตศาสตร์และนักสถิติเป็นอาชีพพื้นฐานสำหรับการทำงานยุคใหม่ ปัจจุบันข้อมูลที่เกิดใหม่มีจำนวนมหาศาลไม่อาจอาศัยเพียงทักษะและความเชี่ยวชาญของผู้เชี่ยวชาญเพียงอย่างเดียวได้อีกต่อไป การแก้ปัญหาต้องอาศัยทักษะของนักออกแบบภาพข้อมูลก็เป็นได้

 
ภาพที่ได้จากกล้องวงจรปิด

การใช้ข้อมูลเป็นส่วนสำคัญในการตัดสินใจเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ลึกซึ้ง ส่วนใหญ่คนยึดการตัดสินใจโดยการผสมข้อเท็จจริงกับผลสะท้อน บวกกับการคาดเดา 

 ในอดีตผู้บริหารจะมั่นใจในตัวเองโดยมีสัญชาตญาณความกล้าเป็นทุนเดิม ปัจจุบันกำลังเปลี่ยนไปเพราะการตัดสินใจทางด้านการบริหารอย่างน้อยต้องมีการวิเคราะห์อภิมหาข้อมูลเป็นตัวยืนยัน

อภิมหาข้อมูลกลายเป็นปัจจัยที่จะช่วยให้ได้เปรียบในการแข่งขัน โครงสร้างของอุตสาหกรรมกำลังจะเปลี่ยนแปลงไปทั้งหมดแล้ว ผู้ที่อยู่ในวงการรายใหญ่จะยังคงเติบโต 

 ไม่เหมือนกับสถานการณ์ในยุคอุตสาหกรรม ข้อได้เปรียบในการแข่งขันจะไม่หยุดตามระดับทางกายภาพ เทคโนโลยีนับเป็นโครงสร้างพื้นฐานของแต่ละบริษัทมีความสำคัญ แต่ไม่ใช้สิ่งสำคัญ

การเก็บข้อมูลดิจิตอลขนาดมหาศาลและการประมวลผลที่มีค่าใช้จ่ายต่ำภายในระยะเวลาไม่กี่นาที จะทำให้สามารถปรับความเร็วของคอมพิวเตอร์ให้เป็นไปตามที่ใจต้องการได้

 และเปลี่ยนต้นทุนคงที่ให้เป็นต้นทุนผันแปร ช่วยละข้อได้เปรียบทางเทคโนโลยีที่เป็นพื้นฐานของบริษัทขนาดใหญ่ได้ด้วย ขนาดยังเป็นประเด็นแต่ก็เริ่มมีสัญญาณแห่งการเปลี่ยนแปลงบ้างแล้ว 

 ผู้ถือข้อมูลขนาดใหญ่จะเติบโตขึ้นหากมีการเก็บข้อมูลอาจกล่าวได้ว่าเป็นวัตถุดิบของธุรกิจ และนำมาใช้ซ้ำเพื่อสร้างมุลค่าเพิ่ม ข้อมูลควรเป็นข้อมูลที่เป็นรูปธรรมและสามารถจับต้องได้ง่ายขึ้น

อภิมหาข้อมูลยังเอื้อประโยชน์ได้อีกสำหรับบริษัทขนาดเล็กในวงการที่ฉลาดและว่องไวสามารถใช้ประโยชน์จาก “ธุรกิจขนาดเล็ก” ให้มีประสิทธิภาพไม่จำเป็นต้องมีทรัพยากรทางกายภาพมากนัก 

 และยังสามารถพัฒนาธุรกิจของตนได้โดยไม่ต้องอาศัยเงินทุนมากนัก ที่สำคัญไอเดียที่สร้างสรรค์เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับการใช้อภิมหาข้อมูลที่ไม่ต้องลงทุนมากมาย 

 ธุรกิจขนาดเล็กอาจซื้อสิทธิการใช้ข้อมูลโดยไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของเอง กรรมสิทธิ์ในข้อมูลรายบุคคลอาจให้อำนาจกับผู้บริโภคด้วยวิธีที่ไม่เคยคิดมาก่อน

 ปัจจุบันอาจมีความซับซ้อนและมีมูลค่าสูงมากเกินไปสำหรับคนที่จะซื้อข้อมูลส่วนตัวของบุคคลและเจรจาขอข้อมูลจากบุคคล

 บริษัทที่มีรูปแบบการดำเนินธุรกิจแบบเดิม ๆ ต้องมีการปรับเปลี่ยนส่วนของการจัดเก็บอภิมหาข้อมูล ในส่วนของการให้บริการทางการเงินเรื่อยไปจนถึงการผลิต 

 บริษัทขนาดกลางจะถูกกดดันให้ต้องปรับเปลี่ยนวิธีการดำเนินการตามวิถีที่อภิมหาข้อมูลจะชี้ทางให้เป็นไป การแข่งขันเริ่มขึ้นเมื่อขั้นตอนการค้นหาข้อมูลต้องการให้ข้อมูลของผู้ใช้ทำงานได้ดี 

 จึงอาจกล่าวได้ว่าทุกบริษัทสามารถใช้ข้อมูลให้เกิดประโยชน์ได้อย่างชาญฉลาด แม้ข้อมูลจะช่วยให้การคาดการณ์และการประเมินแม่นยำขึ้น ก็ยังมีประเด็นให้น่ากังวลใจ 

 เราอาจยังไม่พร้อมที่จะรับผลกระทบเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวและเสรีภาพส่วนบุคคล เพราะมนุษย์ถูกสร้างขึ้นมาในโลกที่ไม่ได้เพียบพร้อมด้วยข้อมูลจำนวนมาก เราจะได้สำรวจด้านมืดของข้อมูล



 

ความเสี่ยง ความเข้าใจคุณค่าของอภิมหาข้อมูลสำหรับคนที่วิเคราะห์ สัญญาณทั้งหมดดูเหมือนจะมมุ่งไปที่การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในการรวบรวม จัดเก็บ 

 และนำข้อมูลกลับมาใช้ใหม่ขนาดและอัตราส่วนของการเก็บข้อมูลจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บจะลดลง และเครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์จะมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 

 ยุคอินเทอร์เน็ตคุกคามความเป็นส่วนตัวอภิมหาข้อมูลจะไม่เป็นภัยหรือ ๆ ว่านี่คือด้านมือของอภิมหาข้อมูล และนั่นไม่ใช่ข้อเสียเพียงอย่างเดียว ประเด็นสำคัญการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น วัดกันเป็นอัตราส่วนอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในทุก ๆ สถานการณ์

การเปลี่ยนแปลงไม่เพียงแต่ทำให้การปกป้องความเป็นส่วนตัวทำได้ยากขึ้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงภัยคุกคามในรูปแบบใหม่ ความเป็นส่วนตัวและแนวโน้มยังมีภัยอีกอย่างหนึ่ง

ที่เสี่ยงจะตกเป็นเหยื่อระบบเผด็จการของข้อมูล อภิมหาข้อมูลหากมีการจัดการดูแลอย่างดีจะเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ช่วยในการตัดสินใจ แต่ถ้านำไปใช้ในทางที่ผิดก็อาจเกิดผลเสียหรือเป็นภัยต่อประชาชนทั่วไปได้

ความเสี่ยงสูงเกินกว่าที่รับได้อันตรายที่เกิดจากความผิดพลาดในการควบคุมอภิมหาข้อมูลด้านความเป็นส่วนตัวและการคาดเดาเหตุการณ์ข้อมูลอาจทำให้ตีความผิดพลาดเกินกว่า

จะเป็นแค่เรื่องไร้สาระเหมือนโฆษณาออนไลน์ ความได้เปรียบในเรื่องข้อมูลยังมีสิ่งที่ไม่สามารถล่วงรู้ ตามข้อมูลที่บ่งบอกถึงเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น แนวโน้มเช่นนี้แสดงให้เห็นว่าอภิมหาข้อมูลก็มีความเสี่ยงพอ ๆ กันกับชุดข้อมูลทั่ว ๆ ไป

หยุดความเป็นส่วนตัว อันตรายที่เกิดขึ้นกับข้อมูลความเป็นส่วนตัวพิจารณาการเติบโตของข้อมูลดิจิตอล การวิเคราะห์อภิมหาข้อมูลจากข้อมูลประเภทดังกล่าวไม่จัดว่ามีความเสี่ยงต่อความเป็นส่วนตัว 

 ข้อมูลมากมายที่ได้ถือกำเนิดได้รวมเอาข้อมูลส่วนบุคคลเอาไว้ด้วย และต่างก็มีแรงจูงใจจะเก็บข้อมูลเพิ่มขึ้น เก็บไว้นานขึ้น และนำมาใช้ซ้ำ ๆ ด้วยการประมูลผลของอภิมหาข้อมูลทำให้เราสามารถสืบย้อนหลังไปในแต่ละคนที่ข้อมูลอ้างอิงถึงสามารถคาดเดารายละเอียดต่าง ๆ

ในชีวิตของคนได้ กฎหมายคุ้มครองความเป็นส่วนตัวอาจยังใช้ได้ในยุคของอภิมหาข้อมูล สิ่งทีจำเป็นคือการเพิ่มความพยายามที่มีอยุ่ให้มากขึ้นเป็นสองเท่า ถ้าปัญหาเปลี่ยนแปลงก็ต้องหาทางแก้ใหม่ 

 การเปลี่ยนแปลงนี้ทำลายบทบาทสำคัญที่กำหนดให้มีกฏหมายความเป็นส่วนตัว ขั้นตอนการเก็บข้อมูลว่าข้อมูลใดเก็บและเพื่อจุดประสงค์ใดแค่ตอบตกลงการเก็บข้อมูลจะดำเนินต่อไป ในแนวคิด “แจ้งเตือนและยินยอม” เป็นวิธีที่ถูกต้องตามกฎหมายในการเก็บและประมวลข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น

ในยุคของอภิมหาข้อมูลจะมีวิธีในการแจ้งเตือนถึงจุดประสงค์ที่ต้องการเก็บข้อมูล เราจะยินยอมให้ข้อมูลกับคนที่ไม่รู้จักได้อย่างไร หากปราศจากความยินยอม 

 การวิเคราะห์อภิมหาข้อมูลใด ๆ ที่มีข้อมูลส่วนบุคคลรวมอาจต้องย้อนกลับไปหาข้อมูลเดิม ๆ และนำข้อมูลที่มีอยู่กลับมาใช้ใหม่ ในอนาคตทางเลือกที่หวังว่าผู้ใช้งานจะตกลงให้ใช้ข้อมูลได้ก็อาจไม่มีความหมายอีกต่อไป การยินยอมให้เข้าถึงข้อมูลเป็นลายลักษณ์อักษรก็ตามเพราะข้อมูลได้แฝงมาพร้อม ๆ กัน

ในอภิมหาข้อมูลและผู้ใช้งานไม่อาจปฏิเสธว่าข้อมูลส่วนบุคคลที่อนุญาตให้เก็บรวบรวมไปนั้นจะต้องถูกนำไปต่อยอดและเชื่อมโยงกับอีกหลายสถานการณ์เกินกว่าจะปกป้องข้อมูลของตนเองได้อีกต่อไป 

 วิธีอื่นที่จะปกป้องข้อมูลของตนเองก็ล้มเหลวถ้าข้อมูลของทุกคนอยู่ในชุดข้อมูลชุดหนึ่ง แม้การเลือกที่จะ “ไม่เข้าร่วม” ก็อาจทิ้งข้อมูลบางส่วนเอาไว้
 
ภาพที่ได้จากกล้องวงจรปิด


ในยุคอภิมหาข้อมูล กลยุทธ์สำคัญที่ใช้กันมานานเพื่อช่วยให้เข้าถึงข้อมูลความเป็นส่วนตัว คือ การแจ้งเตือนและยินยอมการไม่ร่วมและการไม่เปิดเผยชื่อไม่ค่อยมีประสิทธิภาพนักผู้ใช้หลายคนรู้สึกว่า

ความเป็นส่วนตัวของพวเขากำลังถูกคุกคาม เราต้องรอให้การใช้อภิมหาข้อมูลกลายเป็นเรื่องปกติธรรมดาเสียก่อน การเฝ้าสอดส่องและดึงข้อมูลส่วนตัวมักแฝงอยู่ในเครื่องมือที่เราใช้ 

 นับตั้งแต่เว็บไซต์ไปจนถึงแอพพิเคชั่นในสมาร์ทโฟน ภาคเอกชนไม่ได้เป็นเพียงกลุ่มเดียวที่แสดงอำนาจเรื่องอภิมหาข้อมูล รัฐบาลก็ทำเหมือนกัน

วิธีการเฝ้าสอดส่องได้เปลี่ยนไปในยุคอภิมหาข้อมูล แนวคิดแบบใหม่คือผู้คนกลุ่มก้อนของความสัมพันธ์ทางสังคม การติดต่อออนไลน์ และการเชื่อมต่อที่มีเนื้อหาสาระ 

 เพื่อที่จะสืบข้อมูลของคนอย่างเต็มรูปแบบนั้น นักวิเคราะห์จำเป็นต้องมองไปที่ส่วนของข้อมูลที่กว้างที่สุดซึ่งอยู่รายรอบคนๆนั้น ในปัจจุบันเป็นเรื่องง่ายเพราะว่ารัฐบาลไม่เคยรู้ว่าตนต้องการพิจารณา

ใครอย่างละเอียด รัฐบาลจะรวบรวมเก็บข้อมูล และช่วยให้เข้าถึงข้อมูลไมจำเป็นว่าต้องจับตาดูทุกคนตลอดเวลา เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบได้ทันทีแทนที่จะต้องไปเริ่มเก็บข้อมูลใหม่ตั้งแต่ต้น

ความน่าจะเป็นและการลงโทษ ระบบนี้พยายามป้องกันอาชญากรรมโดยการคาดการณ์ แต่ท้ายที่สุดก็มุ่งไปที่ตัวบุคคลที่อาจจะก่ออาชญากรรมได้ 

 ชี้ให้เห็นว่าการใช้อภิมหาข้อมูลเพื่อจุดประสงค์ที่แตกต่าง คือ การป้องกันอาชญากรรมไม่ให้เกิดขึ้น การหยุดยั้งการเกิดอาชญากรรมเป็นความหวังที่ดีแต่การป้องกันการกระทำผิดกฏหมาย

ที่มันจะเกิดย่อมดีกว่าการลงโทษผู้กระทำความผิดหลังจากนั้นไม่ใช่หรือ การป้องกันการเกิดอาชญากรรมจะเป็นประโยชน์ไม่เพียงแค่คนที่อาจตกเป็นเหยื่อ

แต่ยังรวมถึงทั้งสังคมใช่หรือไม่ แต่ก็เป็นทางเลือกที่เสี่ยง ถ้าการคาดการณ์โดยอาศัยอภิมหาข้อมูลว่าใครจะก่ออาชญากรรมในอนาคต 

 การลงโทษโดยยึกการคาดการณ์เป็นพื้นฐานดูเหมือนจะพัฒนาปรับปรุงมาจากการกระทำที่เรายอมรับในสังคม การป้องกันพฤติกรรมที่ไม่ดีต่อสุขภาพและเสี่ยงอันตรายเป็นสิ่งสำคัญสำหรับสังคมสมัยใหม่

ตรงกันข้ามถ้าการใช้อภิมหาข้อมูลเพื่อคาดการณ์หรือทำนายคนนั้นต่างกันไป การคาดการณ์ในแนวโน้มพฤติกรรมมักจะเชื่อถือตามปัจจัยต่าง ๆ 

 ที่มาจากภาพลักษณ์ของคนด้วยการวิเคราะห์อภิมหาข้อมูลอย่างไม่เป็นทางการ สำคัญที่สุดเราคาดหวังจะใช้อภิมหาข้อมูลเพื่อเจาะจงที่ตัวบุคคลมากกว่าเป็นกลุ่ม 

 ซึ่งช่วยให้วิเคราะห์ได้แม่นยำขึ้น อาจกล่าวได้ว่าอภิมหาข้อมูลได้สร้างความคาดหวังให้เกิดกับพวกเราโดยตลอดไม่ว่าจะเป็นการสุมตัวอย่างข้อมูล

การมุ่งเน้นให้ข้อมูลมีลักษณะเฉพาะเจาะจงมากขึ้น ถ้าเป้าหมายเป็นเพียงการป้องกันการกระทำที่ไม่พึงประสงค์ อาจเป็นอันตรายได้ถ้าเราใช้การคาดเดาจากอภิมหาข้อมูลมาตัดสินว่าคนนั้น

ทำผิดและควรได้รับการลงโทษขณะที่การกระทำนั้นยังไม่เกิดขึ้น แนวคิดการลงโทษโดยยึดจากแนวโน้มเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ การกล่าวหาใครสักคนจากพฤติกรรมที่น่าจะเป็นไปได้ในอนาคตนับว่าขัดแย้งกับหลักความยุติธรรมพื้นฐาน

อภิมหาข้อมูลมีประโยชน์เพื่อใช้ทำความเข้าใจความเสี่ยงในปัจจะบันและในอนาคต และเพื่อปรับการกระทำของคนให้สอดคล้องกับความเสี่ยงนั้น แต่อภิมหาข้อมูล

ไม่ได้บอกอะไรแก่เราในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเหตุและผล ปัญหาของมนุษย์คือเราถูกสร้างมาให้มองโลกโดยใช้เหตุและผล อภิมาหข้อมูลนั้นเป็นภัยคุกคามหากนำไปใช้ในทางที่ผิด

 และหากยึดติดอยู่กับการมองโลกในแง่ดีว่าการตัดสินของเรามีประสิทธิภาพ การตัดสินใจระบุว่าใครทำผิดสามารถทำได้ถ้าหากเขามีอาวุธเป็นการทำนายโดยใช้อภิมหาข้อมูล

ความเผด็จการของข้อมูล อภิมหาข้อมูลทำลายความเป็นส่วนตัวและคุกคามอิสรภาพแต่อภิมหาข้อมูลก็ยังซ้ำเติมปัญหาเดิม ๆ ให้เลวร้ายหนักยิ่งขึ้นไปอีก การนำข้อมูลไปใช้ 

 การใช้ในทางที่ผิด และการใช้ผิดวิธี เป็นบทเรียนที่เราต้องให้ความสนใจในเมื่อโลกก้าวเข้าสู่ยุคอภิมหาข้อมูล คุณภาพของข้อมูลพื้นฐานอาจจะต่ำ ข้อมูลอาจมีเรื่องของอคติ 

 อาจมีการวิเคราะห์ที่ผิดหรือนำไปใช้ให้เกิดการเข้าใจผิด และที่แย่กว่านั้นก็คือข้อมูลอาจล้มเหลวในการบอกจำนวนหรือประมาณตามที่ตั้งใจให้เป็นไปได้


ภาพที่ได้จากกล้องวงจรปิด


 เรามีความอ่อนไหวต่อ “ความเป็นเผด็จการของข้อมูล” มากกว่าที่คิด คือ เรายอมให้ข้อมูลควบคุมเราในทางที่จะเกิดอันตรายได้พอ ๆ กับเรื่อที่ดี ภัยคุกคามคือพวกเราจะยอม

ให้ตัวเราถูกผูกมัดกับผลการวิเคราะห์ข้อมูล เมื่อแง่มุมของชีวิตกลายเป็นข้อมูลมากขึ้นทางออกของปัญหาผู้กำหนดนโยบายต้องการเป็นอันดับแรกคือต้องการข้อมูลที่เพิ่มมากขึ้น 

 คนที่ทำงานเกี่ยวกับข้อมูลมีความรู้สึกเช่นเดียวกันกับปัญหาที่เกิดขึ้น สาเหตุที่เห็นได้ชัดคือคุณภาพของข้อมูล หากมีการนำผลวิเคราะห์ไปใช้ในทางที่ผิด ปัญหาที่เกิดขึ้นก็จะยิ่งลุกลามบานปลายมากขึ้น

ด้านมืดของอภิมหาข้อมูล เราได้เห็นอภิมหาข้อมูลเปิดช่องทางให้มีการเฝ้าสำรวจชีวิตเรา ขณะที่วิธีการปกป้องความเป็นส่วนตัวของเรากลับล้าสมัย 

 และยังทำให้วิธีการปกปิดตัวตนของเราไม่มีประสิทธิภาพอีกด้วย การคาดการณ์โดยใช้อภิมหาข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลอาจจะนำมาใช้ลงโทษคนจากแนวโน้มของพวกเขา 

 แนวทางนี้ถือว่าเป็นการขัดขวางอิสระในการเลือกทางปฏิบัติและศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ ขณะเดียวกันก็มีความเสี่ยง

ซึ่งผลประโยชน์ของข้อมูลล่อใจให้คนนำไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสมหรือรู้สึกมั่นใจกับผลวิเคราะห์มากเกินไป การทำนายใช้อภิมหาข้อมูลมีการปรับปรุงให้ดีขึ้น 

 ความน่าสนใจก็จะมีมากขึ้นเนื่องจากอภิมหาข้อมูลทำอะไรได้มากกว่าข้อมูลธรรมดา เราต้องระวังการเชื่อถือข้อมูลมากเกินไปแทนที่จะครุ่นคิดถึงความผิดพลาด




ต้องเก็บข้อมูลจากกล้องวงจรปิด Line : @CctvBangkkok.com

ต้องเก็บข้อมูลจากกล้องวงจรปิดนานขนาดไหน


                     การเก็บข้อมูลจากกล้องวงจรปิด เว็บไวต์กลายเป็นแหล่งรวมความระเกะระกะและไร้ระเบียบ และอีเมล์อินบ๊อกซ์ที่ทะลักทลายถล่มเว็บบอร์ดต่าง ๆ ได้มีผู้ที่เกิดความคิดที่จะแก้ปัญหาโดยให้ผู้สมัครพิสูจน์ว่าตัวเองเป็นมนุษย์ซึ่งคิดว่าวิธีที่คนทำได้ง่าย ๆ แต่สำหรับจักรกลถือเป็นเรื่องที่ยาก เขาออกไอเดียให้แสดงตัวอักษรรูปร่างที่อ่านยาก ๆ ระหว่างการสมัคร ให้คนถอดรหัสแล้วจึงพิมพ์ให้ถูกต้องโดยใช้เวลาเพียงอึดใจ เขาเรียกวิธีนี้ว่า แคปท์ซา ซึ่งต่อมาเขาก็ตระหนักว่าเสียเวลาพิมพ์ข้อความยึกยักสุดท้ายก็ถูกทิ้ง และมองหาวิธีใหม่โดยใช้ชื่อว่า รีแคปท์ซา

ต้องเก็บข้อมูลจากกล้องวงจรปิดนานขนาดไหน

โดยแทนที่จะพิมพ์ตัวอักษรแต่ใช้เป็นการยืนยันถึงข้อความที่คนอื่นพิมพ์ไว้และเป็นการบ่งบอกว่าคนคนนั้นเป็นมนุษย์ และอีกคำเป็นคำใหม่ที่ผู้ใช้ต้องอ่านให้ออกและเพื่อยืนยันความถูกต้องระบบจะแสดงคำที่คลุมเครือกับคำเดิมซึ่งผู้ใช้จะต้องพิมพ์ให้ถูกต้องระบบนี้จะมีประโยชน์ในข้อที่พิสูจน์ว่าผู้ใช้เป็นมนุษย์ และยังช่วยถอดรหัสคำที่ไม่ชัดเจนในข้อความดิจิตอลอีกด้วย

รีแคปท์ซาเห็นความสำคัญในการนำข้อมูลกลับมาใช้ใหม่ ข้อมูลมีจำนวนมหาศาล และคุณค่าของข้อมูลกำลังจะเปลี่ยนไปในยุคดิจิตอล และข้อมูลเองก็ถูกซื้อขายแลกเปลี่ยน คุณค่าของข้อมูลเปลี่ยนจากประโยชน์ตั้งต้นเป็นประโยชน์ที่มีศักยภาพในอนาคตที่ให้ผลประโยชน์ ในวงการธุรกิจได้มองเห็นคุณค่าของข้อมูลและคนที่ได้รับอนุญาตให้เข้าถึงข้อมูล

ข้อมูลเป็นตัวแปรที่เข้ามามีอิทธิพลในการปรับเปลี่ยนรูปแบบของการทำธุรกิจ และข้อมูลได้มีความสำคัญต่อการเชื่อมโยงถึงกันภายในโลกธุรกิจ แม้ว่าข้อมูลจะมีคุณค่าสักเพียงไรก็ถูกมองว่าเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่สนับสนุนธุรกิจเท่านั้น ถ้าเราพูดถึง “ข้อมูลทั้งหมด” ซึ่งรวมถึงองค์ประกอบของข้อมูลพื้นฐานด้วย

ปัจจุบันเทคโนโลยีช่วยให้การเก็บข้อมูลเป็นสิ่งที่จับต้องได้ ค่าการจัดเก็บข้อมูลในระบบดิจิตอลนั้นลดลงประมาณครึ่งต่อครึ่งในทุก ๆ สองปี ขณะที่ความต้องการในการเก็บข้อมูลมีเพิ่มขึ้น บริษัทข้อมูลได้รับข้อมูลดิบที่ส่งผ่านเข้าทางสายการผลิตดิจิตอลโดยตรงและข้อมูลกำลังจะกลายเป็นทรัพยากรในรูปแบบใหม่หรือปัจจัยสำคัญของการผลิต

ผู้เก็บข้อมูลมีวัตถุประสงค์ที่เฉพาะเจาะจงเพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปวิเคราะห์ ปรับปรุงเนื้อหาและประมวลข้อมูล ข้อมูลไม่เหมือนวัตถุหรืออาหารที่เรากิน คุณค่าของข้อมูลไม่ได้เลือนหายไปเมื่อถูกใช้ แต่ข้อมูลยังสามารถนำมาใช้ได้ครั้งแล้วครั้งเล่า ข้อมูลคือสิ่งที่ใช้ร่วมกันได้ในเวลาเดียวกัน เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เราสามารถนำข้อมูลมาใช้ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งและอาจนำข้อมูลไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นได้ด้วย

“การสงวนคุณค่า” ของข้อมูล เพื่อให้ตระหนักว่าการนำข้อมูลกลับมาใช้ใหม่เป็นคุณค่าสูงสุดของข้อมูล จะเห็นได้ว่าข้อมูลนับเป็นปัจจัยสำคัญในการแก้ปัญหา อย่างไรก็ตามความสำคัญของการใช้ข้อมูลก็ไม่ได้รับการยอมรับจากแวดวงธุรกิจหรือสังคมโดยรวมเท่าไรนัก ในอดีตเมื่อข้อมูลได้ถูกนำมาใช้ประโยชน์แล้วก็ลบข้อมูลออกหรือจำกัดทิ้งไปโดยคิดว่าคุณค่าหลักของข้อมูลได้ถูกใช้จนบรรลุวัตถุประสงค์ไปแล้ว

แต่ในยุคแห่งข้อมูล ข้อมูลเป็นเหมือนเหมืองเพชรที่สามารถให้ผลประโยชน์ได้อีกหลังจากคุณค่าหลักถูกใช้ไปแล้ว วิธีการใช้ข้อมูลที่สำคัญอยู่สามวิธีเพื่อสงวนคุณค่าของข้อมูลไว้ คือ การนำกลับมาใช้ การรวมชุดข้อมูล และการหาวิธี “ยิงนัดเดียวให้ได้นกสองตัว”

การนำข้อมูลกลับมาใช้ใหม่ การนำข้อมูลกลับมาใช้ใหม่อย่างมีวิวัฒนาการคือ คำค้นหา มองขั้นแรกข้อมูลดูเหมือนจะไร้ค่าหลังจากที่ได้นำไปใช้จนบรรลุวัตถุประสงค์แล้ว ข้อมูลจะถูกบันทึกไว้ในเว็บไซต์ซึ่งจะทำหน้าที่ในขณะนั้นทันที กูเกิลสร้างเวอร์ชั่นการค้นหาคำที่เปิดให้คนเข้าใช้งานและได้ให้บริการเพื่อวิเคราะห์ธุรกิจรวมถึงใช้เป็นตัวชี้วัดเศรษฐกิจในขณะนั้น

 การนำข้อมูลกลับมาใช้ถือเป็นข่าวดีสำหรับองค์กรต่าง ๆ ที่เก็บข้อมูลหรือควบคุมชุดข้อมูลขนาดใหญ่ ปัจจุบันกลับมีการนำข้อมูลมาใช้น้อยมาก ส่วนใหญ่เป็นการดำเนินธุรกิจแบบออฟไลน์ ข้อมูลจึงไม่ได้ถูกนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์มากนัก และในที่สุดข้อมูลเหล่านั้นก็จะถูกจัดเก็บไว้ใน “สุสานข้อมูล”

บริษัทอินเทอร์เน็ตถูกจัดให้อยู่แถวหน้าในฐานะที่นำเอาข้อมูลมหาศาลมาใช้ประโยชน์เพราะมีการบันทึกข้อมูลจำนวนมากและมีการนำข้อมูลมาวิเคราะห์ จึงส่งผลให้มีการพัฒนาที่รุดหน้ากว่าอุตสาหกรรมอื่น ๆ ทางบริษัทจึงได้ตั้งฝ่ายพิเศษขึ้นมาเพื่อขายข้อมูลในรูปแบบของการประเมินธุรกิจและเศรษฐกิจหรือได้สร้างธุรกิจการสืบค้นข้อมูลในเวอร์ชั่นออฟไลน์โดยอาศัยการสืบค้นข้อมูลเก่า ๆ ของกูเกิล ข้อมูลที่น่าเบื่อที่สุดอาจมีคุณค่าเป็นพิเศษหากนำมาใช้ให้เหมาะสม
ต้องเก็บข้อมูลจากกล้องวงจรปิดนานขนาดไหน

ข้อมูลผสม ข้อมูลที่ถูกละเลยอาจเป็นประโยชน์ถ้านำมาผสมผสานกับข้อมูลอีกชุดหนึ่งที่มีรายละเอียดแตกต่างกันก็สามารถสร้างสิ่งที่เป็นนวัตกรรมโดยการผสมผสานข้อมูลได้ การผสมข้อมูลย่อมมีคุณค่ามากกว่าข้อมูลแยกส่วนหรือข้อมูลเพียงชุดเดียว ในปัจจุบันผู้ใช้อินเทอร์เน็ตคงคุ้นเคยกับ “แมชอัพ” เป็นการผสมข้อมูลตั้งแต่สองชุดขึ้นไป

ข้อมูลที่ขยายได้ วิธีที่นำข้อมูลกลับมาใช้ใหม่ได้คือการออกแบบระบบการจัดเก็บข้อมูลที่สามารถนำข้อมูลไปขยายผลได้ในอีกหลายช่องทาง ตัวอย่างของการเก็บข้อมูลที่นำไปต่อยอดได้ คือ กูเกิล สามารถรวบรวมข้อมูลได้มหาศาลแล้ว กูเกิลไม่ได้นำข้อมูลไปปรับใช้เพียงเท่านั้นแต่ยังนำไปต่อยอดได้ในอีกหลายช่องทาง ค่าใช้จ่ายในการเก็บข้อมูลอาจไม่ได้สูงมากนัก

จึงสมควรเก็บข้อมูลให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ รวมถึงพิจารณานำข้อมูลไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์ไว้ล่วงหน้าด้วยเป็นการเพิ่มคุณค่าให้กับข้อมูลการหาวิธีว่าทำอย่างไรถึงจะ “ยิงนัดเดียวให้ได้นกสองตัว” ชุดข้อมูลสามารถใช้ได้ในสถานการณ์ที่หลากหลายข้อมูลที่เราเก็บมามีมาตรฐานและชัดเจนย่อมทำหน้าที่ได้สองหน้าที่ในเวลาเดียวกัน

การลดคุณค่าของข้อมูล คุณค่าการเก็บข้อมูลลดลง ธุรกิจที่มีการแข่งขันทำให้ต้องมีการนำข้อมูลกลับมาใช้ใหม่ ไม่ว่าจะด้วยวัตถุประสงค์เดียวหรือหลายวัตถุประสงค์ก็ตาม บางครั้งคุณค่าในตัวข้อมูลก็มีอยู่อย่างจำกัดเหมือนกัน ข้อมูลส่วนใหญ่สามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ตลอดเวลา หากพึ่งพาแต่ข้อมูลเก่าไม่เพียงแต่จะเป็นการไม่เพิ่มมูลค่า

แต่จะเป็นการลดมูลค่าข้อมูลใหม่ไปด้วยแสดงให้เห็นว่าการนำเอาข้อมูลเก่ามาใช้เพียงอย่างเดียวอาจเป็นการลดคุณค่าข้อมูลใหม่ที่ไม่มีโอกาสจะได้เกิดขึ้น จึงได้ออกแบบการวิเคราะห์ข้อมูลที่ก้าวล้ำเพื่อช่วยแยกข้อมูลที่มีประโยชน์ออกมาจากข้อมูลที่ไม่เกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กัน เป็นการหาประโยชน์จากข้อมูลเก่า ซึ่งจะช่วยให้การวิเคราะห์ “อัตราการลดคุณค่า” ของข้อมูลแม่นยำขึ้น

คุณค่าของข้อมูลข้างเคียง การนำข้อมูลกลับมาใช้ใหม่มีบางสิ่งที่ซ่อนอยู่ บริษัทเว็บไซต์สามารถดึงเอาข้อมูลจากทุกสิ่งที่ผู้ใช้บริการและปดำเนินการใด ๆ ก็ตามที่ก่อให้เกิดสัญญาณการใช้ขึ้นมาเพื่อพัฒนาการให้บริการ เป็นแนวทางการสร้างดิจิตอลยุคใหม่ ๆ รวมถึงเป็นข้อมูลที่แสดงให้เห็นถึงผลการตอบรับจากผู้ใช้บริการ กูเกิลมีเครื่องมือตรวจสอบคำที่สมบูรณ์ที่สุดในโลก อาศัยทุกภาษาที่ใช้กันอยู่เป็นพื้นฐาน ระบบกำลังพัฒนาอย่างมั่นคงและเพิ่มคำใหม่ ๆ อยู่เสมอ

 ซึ่งเป็นผลโดยบังเอิญจากคำที่ผู้ใช้สืบค้นในทุก ๆ วัน ระบบการตรวจสอบการสะกดคำของกูเกิล แสดงผลว่าข้อมูล “ที่ไม่ดี” “ไม่ถูกต้อง” หรือ “มีข้อบกพร่อง” นั้นยังสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ กูเกิลตระหนักว่าส่วนที่ดูเหมือนไม่มีค่าจากการสร้างปฏิสัมพันธ์ของลูกค้านั้น สามารถนำมารวบรวมและสร้างขึ้นมาใหม่ได้หนึ่งในวิศวกรของกูเกิลได้ประเมินว่าการสะกดคำของกูเกิลทำงานได้ดีกว่าของไมโครซอฟท์ในเรื่องของการลำดับความสำคัญ

 ภายใต้แนวคิดวัตถุดิบคือคำที่ผู้ใช้สะกดผิดแม้จะไม่มีค่าใช้จ่ายโดยตรงแต่กูเกิลก็ยังต้องจ่ายมากกว่าไมโครซอฟท์เพื่อพัฒนาระบบอยู่ดี เพื่อพัฒนาบริการที่มีอยู่ หรือพัฒนาบริการใหม่กูเกิลเป็นผู้นำโดยไม่ต้องสงสัย โดยประยุกต์ใช้หลัก “การเรียนรู้จากข้อมูล” กับการบริการจำนวนมาก ทุก ๆ การกระทำของผู้ใช้แสดงถึงสัญญาณที่จะถูกวิเคราะห์และฟีดแบ็คกลับมายังระบบ

ข้อมูลเหล่านี้มีคุณค่ามาก หากผู้ใช้คลิกผลการสืบค้นในส่วนท้ายของหน้าจอแสดงผล แสดงว่าผลการสืบค้นส่วนล่างสำคัญกว่าส่วนบน วิธีการวิเคราะห์ของกูเกิลทำให้รู้ว่าควรจัดวางตำแหน่งหรือจัดเรียงลำดับความสำคัญอย่างไร ผลการวิเคราะห์ถูกนำมาใช้สำหรับการลงโฆษณาหน้าเว็บด้วยเช่นกัน “เราชอบเรียนรู้จากชุดข้อมูลขนาดใหญ่และวุ่นวาย”

ข้อมูลข้างเคียงเป็นเบื้องหลังให้กับธุรกิจอีกหลายธุรกิจ เช่น การจดจำเสียง การคัดกรองสแปม การแปลภาษา เป็นต้น ข้อมูลข้างเคียงอาจเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการแข่งขันทางธุรกิจ และอาจเป็นอุปสรรค์สำคัญในการเข้าถึงคู่แข่ง ซึ่งขึ้นอยู่กับข้อมูลข้างเคียงที่ได้รับจากลูกค้าและนำมาผลิตเป็นบริการเว็บไซต์ใหม่ ๆ จะสามารถแข่งขันกับเว็บไซต์ที่มีข้อมูลมหาศาลและรู้จักวิธีใช้ข้อมูลให้เป็นประโยชน์ได้หรือไม่

ข้อมูลเกิดใหม่ ปัจจุบันเราคิดว่าเว็บไซต์กูเกิลและอะเมซอนเป็นแนวคิดอภิมหาข้อมูล แต่จริง ๆ แล้วรัฐบาลเป็นต้นแบบการรวบรวมข้อมูลมหาศาล และคัดค้านการให้เอกชนครอบครองข้อมูลจำนวนมาก ความแตกต่างผู้ถือข้อมูลเอกชนคือรัฐบาลสามารถบังคับให้คนเปิดเผยข้อมูลได้ จะแนะนำหรือให้บริการแลกเปลี่ยนเหมือนเอกชน รัฐบาลจึงมีข้อมูลจำนวนมหาศาล การนำอภิมหาข้อมูลไปใช้กับภาคสาธารณะหรือการพาณิชย์ต้องได้รับการวิเคราะห์เพื่อปลดปล่อยคุณค่าของข้อมูล ไอเดียล่าสุดซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุดการยินยอมให้ภาคเอกชนและสังคมสามารถเข้าถึงข้อมูลได้


เพื่อร่วมกันสกัดคุณค่าของข้อมูลที่ถูกเก็บไว้ รัฐบาลจะดำเนินการรวบรวมข้อมูลของพลเรือนสังคมควรได้มีส่วนเข้าถึงข้อมูลนั้นด้วย ก่อให้เกิดความริเริ่มที่จะ “เปิดข้อมูลรัฐบาล” ทว่ามีข้อโต้แย้งว่ารัฐบาลเป็นผู้รับผิดชอบผู้เดียวในการจัดเก็บข้อมูล ภาคเอกชนและสังคมน่าจะใช้ประโยชน์จากข้อมูลได้มากกว่าเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดเผยข้อมูลทั้งทางพลเมืองและทางพาณิชย์ การทำงานกับข้อมูลก็ต้องมีการกำหนดมาตรฐาน มีเครื่องมือสามารถชี้วัดได้รวมถึงต้องประมวลผลได้โดยง่าย จะเป็นข้อมูลสาธารณะ แค่เพียงในนามเท่านั้น

ไอเดียการเปิดเผยข้อมูลของรัฐบาลได้รับแรงกระตุ้นอย่างจริงจังแม้แต่ประเทศที่ชอบสงวนข้อมูล ข้อมูลจำนวนมากอยู่ภายใต้การควบคุมโดยกฏหมายลิขสิทธิ์และมีค่าใช้จ่ายสูง เพื่อสนับสนุนการสร้างสถาบันข้อมูลเปิด เพื่อสนับสนุนการใช้ข้อมูลใหม่ ๆ และปลดแอกจากการควบคุมโดยรัฐ

คุณค่าที่ประเมินค่าไม่ได การเปิดเผยข้อมูลสู่สาธารณะหรือปิดกั้นเพื่อประโยชน์ทางด้านใดด้านหนึ่ง การวัดคุณค่าของข้อมูลก็ถือเป็นเรื่องยาก ปัจจุบันไม่มีวิธีที่ชัดเจนในการวัดคุณค่าของข้อมูล เราจะวัดคุณค่าของข้อมูลได้อย่างไร การคำนวณมูลค่าไม่ได้หมายถึงการนับกำไรจากประโยชน์อีกต่อไป แต่ข้อมูลส่วนใหญ่ถูกปล่อยไว้ไม่อาจคาดเดาได้ว่าจะมีประโยชน์ใดในอนาคต ยังไม่มีวิธีประเมินค่าก็เหมือนกับความยากในการประเมินราคาก่อนที่มีการพัฒนา

วิธีการใช้กลยุทธที่แตกต่างนับเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยสกัดคุณค่าของข้อมูลให้กับผู้ครอบครองได้ ในยุคอภิมหาข้อมูลผู้ที่ถือข้อมูลจำนวนมากอาจต้องเลือกข้อมูลที่มีคุณค่าและวัดออกมาเป็นเปอร์เซ็นต์เพื่อหลีกเลี่ยงที่จะต้องเสียค่าใช้จ่ายซึ่งเจ้าของต้องการค่าลิขสิทธิ์ของสิ่งที่ค้นพบจากเทคโนโลยีของตน ด้วยวิธีที่ทุกฝ่ายกระตือรื้อร้นที่จะใช้ประโยชน์จากข้อมูลซ้ำมากที่สุด

การเก็บข้อมูลเครื่องบันทึกภาพจาก (กล้องวงจรปิด)

การเก็บข้อมูลเครื่องบันทึกภาพจากกล้องวงจรปิด


                          เครื่องบันทึกภาพจากกล้องวงจรปิด อภิมหาข้อมูลทำให้เข้าใจและค้นพบได้ ในยุคของข้อมูลเพียงเล็กน้อยทำได้เพียงแค่สมมุติฐานและมีหน้าที่พิสูจน์สิ่งเหล่านั้นด้วยการเก็บและวิเคราะห์ข้อมูล 

ในอนาคตข้างหน้าของพวกเราก็ทำให้เกิดข้อมูลมหาศาลนอกเหนือจากการใช้สมมุติฐาน การวิเคราะห์ข้อมูลอันมากมายนั้นขึ้นอยู่กับทฤษฏี 

 อาศัยทั้งวิธีการและผลลัพธ์ เริ่มจากการเลือกข้อมูล การตัดสินใจนั้นจากความสะดวกสบาย เมื่อวิเคราะห์ข้อมูลต้องอาศัยทฤษฏีร่วมด้วยโดยแปลผลและใช้ทฤษฏีอีกครั้ง


การเก็บข้อมูลเครื่องบันทึกภาพจากกล้องวงจรปิด

 ในยุคของข้อมูลมหาศาลที่ไม่ยุ่งเกี่ยงกับทฤษฏี เป็นสิ่งที่ต้องการจะแสดงให้เห็นถึงผลที่เกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ข้อมูลจำนวนมากอาจไม่สามารถนำมาซึ่ง “จุดจบของทฤษฏี” 

 ได้ ทำให้เปลี่ยนแนวคิดเกี่ยวกับการเข้าใจได้มากยิ่งขึ้น คนมากมายมักจะเชื่อถือการเปลี่ยนแปลงของเครื่องมือดิจิตอลมากกว่า เปลี่ยนการใช้ชิปที่มีความเร็วสูงเป็นซอฟต์แวร์ที่มีประสิทธิภาพ 

 สิ่งเหล่านี้นับว่าเป็นเครื่องมือด้วย ด้านเทคนิคก็เป็นเรื่องสำคัญ แต่ไม่มากเหตุผลสำหรับแนวโน้มเหล่านี้คือการมีข้อมูลมากยิ่งขึ้น และเหตุผลที่มีเพิ่มขึ้นก็เพราะเข้าใจมุมมองของความเป็นจริงเกี่ยวกับรูปแบบข้อมูลมากขึ้น

ดาต้าฟิเคชั่น  “ผู้บุกเบิกการเดินเรือ” เป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่รู้ว่าข้อมูลมหาศาลนั้นมีความพิเศษที่ข้อมูลน้อย ๆ นั้นไม่มี สิ่งนี้คืออนุภาพของอภิมหาข้อมูล 

 หากเจาะจงให้ลึกเขาเข้าใจแล้วว่าบันทึกที่เต็มไปด้วยคราบเกลือแท้จริงมันมีข้อมูลที่ทรงคุณค่าสามารถมาวิเคราะห์คัดแยกและจัดเก็บไว้ได้ และเขายังเป็นผู้บุกเบิกดาต้าฟิเคชั่น

ที่ใช้ข้อมูลที่มีอยู่แล้วซึ่งเป็นข้อมูลที่ไม่มีใครคิดว่าจะมีมูลค่า และนำข้อมูลที่สร้างขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์หนึ่งมาเปลี่ยนมันให้มีประโยชน์ในอีกแง่มุมหนึ่งได้เช่นกัน 

 วิธีการคล้ายคลึงกับเทคนิคของอภิมหาข้อมูลในยุรนี้มาก เรื่องราวของเขาโดดเด่นสำหรับผู้เห็นความสำคัญของอภิมหาข้อมูล แต่เราจะเข้าใจได้ว่าทำอย่างไรจึงจะได้ข้อมูลจากที่ที่ไม่น่าจะได้

การวิจัยเพื่อนำไปพัฒนาระบบการแปลงข้อมูลมาเป็นดาต้าเพื่อสร้างสรรค์เทคโนโลยีที่พึ่งพาได้และกลายมาเป็นธุรกิจที่ทำเงินได้มหาศาล 

คุณประโยชน์ของมันอาจมีมากมายและดาต้าที่ได้มานี้อาจเผยให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างการป้องกัน ระบบที่ว่านี้สามารถตรวจจับและเตือนหรือกระทั่งการป้องกันได้อีกด้วย

คำว่า “ดาต้า” หมายถึง “การให้” หรือ “ข้อเท็จจริง” ทุกวันนี้ ดาต้า หมายถึงสิ่งที่สามารถบันทึกได้ วิเคราะห์ได้ และจัดระเบียบใหม่ได้แต่ไม่มีคำที่เหมาะ ๆ 

 สำหรับวิธีที่นำเอาดาต้าเหล่านี้ไปใช้เราเรียกว่า ดาต้าฟิเคชั่น คือการแปลงดาต้าที่มีอยู่มาปรับรูปแบบในการวิเคราะห์ในแนวทางที่ต่างออกไป 

 สำหรับยุคดิจิตอลแล้วมันต่างออกไปกระบวนการแปลงข้อมูลแบบอนาล็อกไปเป็นเลขฐานสองกลายเป็นเรื่องง่ายสำหรับคอมพิวเตอร์แต่ในยุคนี้แหล่งเก็บข้อมูลขนาดใหญ่มาก ๆ 

 ความสามารถในการประมวลผล และแบนด์วิดช์ที่เพิ่มสูงขึ้น สามารถเก็บข้อมูลในรูปแบบอื่น ๆ ได้

การเอาข้อมูลที่มีประโยชน์มาก ๆ มาใช้นั้นต้องเรียนรู้วิธีการหยั่งวัดและวิธีการที่จะบันทึกข้อมูล ซึ่งจำเป็นต้องใช้เครื่องมือที่เหมาะสม ต้องผ่านการออกแบบที่ดี 

 และทั้งสองสิ่งนี้คือสิ่งที่จำเป็นต่อดาต้าฟิเคชั่น เราได้พัฒนาสิ่งที่จำเป็นต่อดาต้าฟิเคชั่นมาแล้วก่อนที่จะถึงยุคทองของดิจิตอลเสียอีก

การหยั่งวัดโลกนี้ในเชิงปริมาณ  ความสามารถในการบันทึกข้อมูล ในสมัยก่อนนั้นการบันทึกข้อมูลมีความถูกต้องและแม่นยำสูงเทียบเท่ากับในปัจจุบัน 

 การจดบันทึกในสมัยก่อนนั้นทำให้การค้าเจริญรุ่งเรือง การมีภาษาเขียนทำให้สามารถบันทึกข้อมูล หยั่งวัด และสามารถค้นหาข้อมูลในภายหลังได้ ทั้งการหยั่งวัดและการบันทึกข้อมูลถือเป็นหัวใจสำคัญของการเก็บข้อมูล และนั่นคือรากฐานของดาต้าฟิเคชั่น

 
การเก็บข้อมูลเครื่องบันทึกภาพจากกล้องวงจรปิด

ผ่านมาหลายทศวรรษการวัดพื้นที่ วัดจำนวน และเวลาได้ขยายวงกว้างออกไป ระบบการคำนวณนั้นนำไปวิเคราะห์ต่อได้ยาก ตัวเลขฐานสิบจึงถือกำเนิดขึ้น 

 แต่การคุณหรือการหารเลขจำนวนมาก ๆ ก็เป็นเรื่องที่ทำได้ยากแม้แต่ผู้ที่ถนัดเรื่องตัวเลข วิธีการคิดเลขอีกแบบถือกำเนิดขึ้นและแพร่หลายไปทั่วและได้รับการปรับปรุงแก้ไขก่อนไปถึงอาหรับ

และนี่เองคือต้นกำเนิดของเลขอารบิค ความรู้และวิทยาการได้แพร่จากตะวันออกไปยังตะวันตก สิ่งที่เห็นได้ชัดก็คือระบบเลขอารบิคและได้รับการถ่ายทอดสู่ภาษาละติน และทั่วยุโรป ก่อนที่จะไปสู่วงการคณิตศาสตร์

คณิตศาสตร์ได้มอบนิยามใหม่ให้แก่ดาต้า เพราะต่อมาดาต้าสามารถนำมาวิเคราะห์ได้ ไม่ใช่เพียงแต่บันทึกและไว้ใช้ค้นหา นักคณิตศาสตร์ได้โอ้อวดว่าสามารถคำนวณเลข

ในปริมาณเดียวกันแต่เร็วมากกว่าการนับด้วยเหรียญและกระดานนับถึง 6 เท่าด้วยเลขอารบิคแสดงให้เห็นว่าประสบความสำเร็จด้วยดาต้าฟิเคชั่น นั่นก็คือระบบบัญชีคู่

ในปัจจุบันระบบบัญชีคู่ได้กลายเป็นหัวใจสำคัญของวงการบัญชีและการเงิน ยังเป็นตัวแทนของการใช้ดาต้าอีกด้วย คือการแบ่งข้อมูลในรูปแบบของ “หมวดหมู่” 

 และสามารถนำไปเชื่อมโยงกับระบบบัญชีได้ในภายหลัง สิ่งนี้ถือเป็นกฏในการบันทึกข้อมูล ช่วยให้การประมวลผลและการคิดคำนวณเกิดขึ้นได้ง่ายและเร็ว 

 ทั้งยังสามารถตามที่มาของข้อมูลได้โดยง่าย การหยั่งวัดและการบันทึกข้อมูลถือเป็นส่วนผสมสำคัญที่ทำให้ดาต้าฟิเคชั่นยุคใหม่เจริญงอกงามขึ้นมาได้ 

 ในยุคปัจจุบันที่การเก็บข้อมูลรุดหน้าไปไกลทั้งเรื่องของวิธีการและการจัดเก็บ ยิ่งช่วยเสริมประสิทธิภาพในดาต้าฟิเคชั่นมากขึ้น

เมื่อถ้อยคำกลายเป็นดาต้า ความแตกต่างระหว่างดิจิไทเซชันกับดาต้าฟิเคชั่น สังเกตได้อย่างชัดเจนเมื่อพิจารณาจากผลลัพธ์ เช่น กูเกิลได้ประกาศแผนการค้นหาข้อมูลข้อมูล

ในหนังสือออนไลน์ฟรี เพื่อจะทำภารกิจให้ลุล่วงต้องร่วมมือกับห้องสมุดขนาดใหญ่และพัฒนาเครื่องสแกนมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะเครื่องสแกนสามารถพลิกหน้าหนังสือได้

โดยอัตโนมัติเพื่อสแกนหนังสือนับล้านเล่มและเก็บไว้บนเซิร์ฟเวอร์ของกูเกิลเพื่อให้สามารถเข้าถึงได้ทุกทีทุกเวลาและสามารถนำข้อมูลจากหนังสือมาใช้อ้างอิง

ในงานที่เราต้องการได้ แต่ไม่สามารถค้นหาคำเฉพาะได้เพราะเนื้อหาในหนังสือไม่ได้ถูกแปลงเป็นไฟล์ดิจิตอล เมื่อเรามีเครื่องมือชั้นดียุคดิจิตอลอย่างกูเกิลก็ยังไม่พอใจเขาเข้าใจว่า

ข้อมูลเหล่านั้นอาจมีค่ามากกว่าหากมันถูกแปลงเป็นไฟล์ดิจิตอลอย่างแท้จริง กูเกิลจึงใช้โปรแกรมเพื่อสามารถจดจำและแยกแยอะตัวอักษรที่สแกนมาเพื่อแปลงออกมาเป็นคำศัพท์และประโยค 

 ผลที่ได้ก็คือไฟล์หนังสือที่เป็นไฟล์ดิจิตอลอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่เพียงภาพของหน้าหนังสือ และข้อมูลนี้ไม่ได้มีประโยชน์ต่อคนเราเพียงอย่างเดียว

แต่ยังมีประโยชน์ต่อการประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลของคอมพิวเตอร์อีกด้วย ดาต้าฟิเคชั่นทำให้เนื้อหาในหนังสือได้รับการจัดเรียงเป็นหมวดหมู่ง่ายต่อการค้นหา

เราสามารถค้นได้ว่าคำศัพท์หรือวลีนั้นถูกใช้เป็นครั้งแรกที่ไหน ความรู้เหล่านี้เป็นไอเดียของคนที่คิดขึ้นมาได้นานนับศตวรรษ หลังจากที่กูเกิลได้เริ่มโครงการสแกนหนังสือ 

 เรื่องนี้จุดประกายให้กับวงการการศึกษาวิชาการแนวใหม่เป็นการศึกษาแนวใหม่ซึ่งเป็นการศึกษาแนวโน้มพฤติกรรมของคนและกระแสของวัฒนธรรมผ่านหนังสือจำนวนมหาศาล



 


สินค้าแนะนำระบบรักษาความปลอดภัย  : กล้องวงจรปิด   รั้วไฟฟ้า   สัญญาณกันขโมย

 

การแปลงถ้อยคำไปเป็นดาต้าช่วยปลดปล่อยประโยชน์ ดาต้านั้นสามารถอ่านได้โดยมนุษย์หรือเครื่องมือสำหรับวิเคราะห์ แต่วงการอภิมหาข้อมูลอย่างกูเกิลรู้ว่าข้อมูลนั้นมีศักยภาพในหลายทิศทาง 

 และสามารถจัดหมวดหมู่และทำดาต้าฟิเคชั่นให้ได้ กูเกิลจึงใช้ไฟล์หนังสือดิจิตอลที่มีอยู่นี้มาปรับปรุงซอฟต์แวร์แปลภาษาที่พัฒนาขึ้นอย่างที่อธิบายไปแล้ว 

 กูเกิลไม่ได้เป็นองค์กรเดียวที่นำเอางานเขียนซึ่งถือเป็นมรดกโลกมาใช้ในยุคคอมพิวเตอร์อย่างปัจจุบันนี้แต่เป็นสิ่งที่ยากจะทำเท่านั้นเอง

การแปลงหนังสือให้เป็นไฟล์ดิจิตอล ไม่เหมือนกูเกิลตรงที่ฝ่ายแรกไม่ได้แปลงหนังสือเป็นดาต้าซึ่งนำเอาไปใช้ในรูปแบบอื่นได้ ได้มีผู้เกลี้ยกล่อม

ให้สำนักพิมพ์หลายร้อยสำนักพิมพ์ออกหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบที่อ่านได้ซึ่งเป็นไฟล์ดิจิตอลจริง ๆ ไม่ใช่แค่ภาพถ่ายของหน้าหนังสือ 

 ซึ่งเอื้ออำนวยต่อการเปลี่ยนขนาดตัวอักษร หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ถูกแกะออกมาเป็นดาต้าเลยไม่ใช่แค่เพียงไฟล์ดิจิตอลทั่วไปในขณะที่ถูกกูเกิลพยายามที่จะรวบรวมหนังสือเก่า

บริการอันน่าทึ่งที่สามารถ “ค้นหาคำสำคัญในหนังสือ” ใช้ระบบอัลกอริทึมในการค้นหาไปตามชื่อหนังสืออาจจะไม่ได้พบง่ายนัก 

 ธุรกิจค้าปลีกออนไลน์นี้ยังไม่ได้ใช้ถ้อยคำเหล่านั้นมาวิเคราะห์ พวกเขามองธุรกิจหนังสือว่าเป็นเรื่องของคอนเทนต์สำหรับให้คนอ่านมากกว่าที่จะมองหนังสืออิเล็กทรอนิกส์เป็นไฟล์ดาต้า

อาจจะเป็นเพราะว่าสำนักพิมพ์ต้องการสงวนเนื้อหาในหนังสือ ในขณะที่กูเกิลพยายามที่จะผลักไสข้อจำกัดนั้นออกไป แต่ความจริงแล้วความนิยมของผู้ใช้งานต่างหากที่สำคัญ 

 แต่อย่างน้อยก็เข้าใจเรื่องคุณค่าของการแปลงคอนเทนต์เป็นไฟล์ดิจิตอล ในขณะที่กูเกิลเข้าใจคุณค่าของการแปลงเป็นดาต้า

เมื่อสถานที่กลายมาเป็นดาต้า ข้อมูลบนโลกหลายศตวรรษที่ข้อมูลทางธรณีวิทยาไม่ได้รับการบันทึกไว้ในรูปแบบของดาต้า มีแค่ข้อมูลบอกว่าภูเขาอยู่ตรงไหน 

 ชุมชนอยู่ที่ใด แต่ไม่เคยนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ด้วยการแปลงไปเป็นดาต้า การแปลงข้อมูลสถานที่ไปเป็นดาต้าต้องอาศัยตัวช่วยเราต้องอาศัยเครื่องมือที่สอดส่องและบันทึกข้อมูลได้ 

 และในการที่จะทำให้บันทึกเกี่ยวกับสถานที่นั้นประสบผลสำเร็จต้องอาศัยการสร้างมาตรฐานซึ่งจำเป็นต้องใช้เวลายาวนาน

ความเปลี่ยนแปลงได้เริ่มขึ้นเมื่อดาวเทียมดวงแรกใช้ระบบ GPS ระบบนี้เป็นการรับส่งสัญญาณผ่านดาวเทียมเพื่อบอกพิกัดได้ทุกที่ทุกเวลาโดยไม่มีปัจจัยอื่นเป็นตัวแปร 

 ความถูกต้องแม่นยำของระบบช่วยให้การค้าเฟื่องฟู ความแม่นยำนี่ถือเป็นความฝันของเนวิเกเตอร์นำทำแผนที่ที่การระบุตำแหน่งหรือหาพิกัดได้ง่าย รวดเร็ว 

 และยังมีค่าใช้จ่ายที่ไม่แพงอีกด้วย โลกได้เปลี่ยนไปแล้วต้องขอบคุณชิปที่สามารถฝังอยู่ในอุปกรณ์ยุคดิจิตอล และทำให้ใช้เวลาไม่กี่วินาทีเพื่อค้นหาตำแหน่งต่าง ๆ บนโลก

รวมถึงพิกัดที่หลายคนคาดว่าจะเป็นที่ตั้งของโครงการลับในรัฐเนวาดาสถานที่ลือกันว่าเป็นที่เก็บยานอวกาศของมนุษย์ต่างดาวเอาไว้ และวันนี้ GPS 

 ไม่ใช่ระบบเดียวที่สามารถตรวจหาพิกัดได้ยังมีคู่แข่งอีกมากที่อยู่ในช่วงกำลังพัฒนา เนื่องจากตัวรับสัญญาณติดตั้งอยู่ตามตึกสูงหรือเครื่องส่งสัญญารไวไฟ เพราะ GPS 

 อาจทำงานได้ไม่นักเมื่ออยู่ในอาคารจึงเป็นสาเหตุว่าทำไมกูเกิลและไมโครซอฟท์ติดตั้งระบบค้นหาตำแหน่งในตัวเพื่อเสริมประสิทธิภาพกับระบบ GPS ในกูเกิลฯ 

จะรวบรวมภาพถ่ายของพื้นที่ต่าง ๆ และเมื่อมีคนถ่ายและอัพโหลดผ่านระบบมือถือเรียกว่าเป็น “มือถือสายลับ” ที่สามารถรวบรวมข้องมูลของตำแหน่งที่กดแชร์และส่งข้อมูลนั่นกลับมา





โดยที่ผู้ใช้ไม่รู้ตัวเลยว่าระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ของกูเกิลและวินโดว์โฟนก็เก็บข้อมูลทำนองนี้เหมือนกัน

ดาต้าฟิเคชั่นของสถานที่สามารถนำมาใช้กับคนได้หลายกลุ่ม ดาต้าที่เก็บข้อมูลผ่านเครือข่ายไร้สายได้นำมาใช้ปรับปรุงบริการในงานของเขา 

 แอพพลิเคชั่นในสมาร์ทโฟนยังสามารถเก็บข้อมูลสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้ผ่านแอพพลิเคชั่นนั้น ๆ และในหลาย ๆ กรณียังช่วยให้ธุรกิจขับเคลื่อนไปได้ดียิ่งขึ้น 

 การที่ผู้ใช้เก็บสะสมบันทึกของแต่ละสถานที่นั้นกลายเป็นสิ่งที่มีมูลค่าสูงทำให้เราสามารถเจาะการทำโฆษณาเฉพาะกลุ่มหรือทำนายพฤติกรรมของผู้บริโภคและรวมถึงแนวโน้มของตลาด

เมื่อการปฏิสัมพันธ์กลายมาเป็นดาต้า ดาต้าฟิเคชั่นเป็นเรื่องใกล้ตัวนั่นก็คือความสัมพันธ์ของเรา ประสบการณ์ และอารมณ์ของเราเอง 

 ไอเดียถือเป็นหัวใจสำคัญของโซเซียลมีเดียต่าง ๆ การที่ทำให้ผู้ใช้สามารถค้นหาเพื่อนหรือติดต่อกับคนที่รู้จักได้ง่ายขึ้น แต่ยังนำเอาองค์ประกอบอันซับซ้อน

ในชีวิตประจำวันของเรามาแปลงเป็นดาต้าและนำเอาไปใช้ในเรื่องอื่น ๆ

เฟชบุ๊กนั้นแปลงข้อมูลความสัมพันธ์เป็นดาต้าและแสดงผลออกมาเป็น “กราฟสังคม” ขณะที่ทวิตเตอร์ทำให้เกิดดาต้าฟิเคชั่นโดยการสร้างสรรค์วิธีการที่จะทำให้ผู้คนบันทึกและแชร์ความคิด

นอกกรอบของตัวเองได้ง่ายขึ้น ในขณะที่ลิงค์อินบันทึกข้อมูลและประสบการณ์การทำงานเปลี่ยนข้อมูลให้สามารถนำมาพยากรณ์อนาคตคนที่เราอาจจะรู้จักหรืองานที่เราอยากได้

การใช้ดาต้าเหล่านี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น ในกรณีของเฟชบุ๊กเองการที่รู้ว่าข้อมูลของตัวเองถูกนำไปใช้ในแง่มุมอื่น ๆ อาจทำให้เกิดความไม่พอใจอย่างรุนแรง 

 อีกอย่างเฟชบุ๊กเองก็ยังอยู่ในช่วงปรับโมเดลธุรกิจ ในตอนนี้เฟชบุ๊กมีผู้ใช้ราวหนึ่งพันล้านคนซึ่งมีเครือข่ายความเชื่อมโยงความสัมพันธ์ถึงหนึ่งแสนล้านความสัมพันธ์และต่อไปเฟชบุ๊กอาจจะกลายเป็นผู้นำด้านการให้บริการเทคโนโลยี

การวิเคราะห์เพื่อช่วยในการตัดสินใจ สืบเนื่องมาจากฐานข้อมูลมหาศาลที่เป็นมากกว่าพื้นที่ออนไลน์สำหรับแชร์ภาพ อัพเดตความเคลื่อนไหวและการกด “ไลค์” 

 ทวิตเตอร์ก็เช่นกันที่เห็นว่าดาต้านั้นเป็นแนวคิดที่น่าสนใจ ทวิตเตอร์สามารถแปลงความคิด อารมณ์ และการปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคลไปเป็นดาต้าที่แสนจะมีประโยชน์ 

 ธุรกิจที่ใช้ทวิตเตอร์เป็นตัววิเคราะห์เสียงตอบรับจากลูกค้าหรือเป็นเครื่องตัดสินว่าแคมเปญโฆษณาที่ปล่อยออกไปนั้นเป็นที่สนใจมากเพียงไหน

ดาต้าฟิเคชั่นไม่ใช่เรื่องการดึงเอาทัศนคติหรือความเชื่อในรูปแบบของการวิเคราะห์ แต่ยังรวมถึงการวิเคราะห์พฤติกรรมมนุษย์ด้วยแม้จะทำได้ยาก

โดยเฉพาะในสังคมที่มีขนาดใหญ่และมีกลุ่มย่อยมากมาย มีนักชีววิทยาและวิศวกรด้านซอฟต์แวร์วิเคราะห์การทววิตเพื่อหาทัศนคติเกี่ยวกับการงานวิจัยของพวกเขาต้องพึ่งเมต้าดาต้า

เป็นสำคัญก่อนที่จะก้าวไปยังขั้นต่อไปและทำให้งานวิจัยน่าสนใจกว่างานชิ้นอื่น ๆ ซึ่งล้วนใช้ข้อมูลจากความเชื่อและอารมณ์

การเก็บข้อมูลเครื่องบันทึกภาพจากกล้องวงจรปิด

 รวมทั้งพฤติกรรมด้านสุขภาพของแต่ละบุคคลทั้งสิ้น การค้นพบนี้สามารถบอกได้ว่าทิศทางของดาต้าฟิเคชั่นจะเป็นไปในทิศทางไหน ไม่ว่าจะเป็นกูเกิล เฟชบุ๊ก ทวิตเตอร์ ลิงค์อิน 

 หรือโฟว์สแควร์ ข้อมูลนั้นได้รับการวิเคราะห์ในทิศทางที่ถูกต้อง แน่นอนว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงในทุกระดับ ตั้งแต่รายบุคคลไปจนถึงระดับสังคมเลยทีเดียว

ดาต้าฟิเคชั่นของทุกสิ่ง ข้อมูลที่สามารถแปลงออกมาอยู่ในรูปของดาต้าได้ ผลงานในโตเกียว การที่ IBM ได้สิทธิบัตรเรื่อง “การอ้างอิงหลักฐานด้านความปลอดภัย

โดยใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ด้านพื้นผิว” คือภูมิปัญญาที่มีลิขสิทธิ์ตามที่วงการกฏหมายจะเรียกสำหรับพื้นผิวที่ไวต่อสัมผัส เช่น หน้าจอสมาร์ทโฟนศักยภาพในการใช้งานมีมากมายสามารถระบุได้ว่าวัตถุที่สัมผัสคือวัตถุชนิดไหน

 เมื่อพื้นฐานเป็นสิ่งที่สามารถแปลงเป็นข้อมูลซึ่งสามารถเอามาใช้ในรูปแบบอื่นได้เมื่อนั้นก็จะไม่มีเพดานที่จำกัดการใช้ดาต้าอีกต่อไป 

 เรามีสมาร์ทโฟนและเทคโนโลยีด้านคอมพิวเตอร์ที่ราคาไม่แพง ดาต้าฟิเคชั่นจึงถือเป็นการลงมือที่สำคัญจะทำให้เรามีชีวิตที่ดีขึ้นและง่ายขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน 

 ทำให้ผู้คนสำรวจการหลับของตนเองได้ด้วยการวัดคลื่นสมองในระหว่างที่หลับและได้ค้นพบความแตกต่างของการหลับระหว่างเพศหญิงและเพศชาย ได้ติดเซ็นเซอร์กับที่พ่นยาเพื่อตรวจจับสถานที่ผ่าน GPS เพื่อให้เข้าใจว่าสภาพแวดล้อมแบบไหนที่ทำให้เกิดโรคนี้

เราเรียนรู้อีกมากผ่านการเก็บข้อมูลเป็นดาต้าในเรื่องร่างกายมนุษย์เพื่อตรวจจับท่าทางการเดินจำเพาะของบุคคล และนำข้อมูลไปใช้ในการพัฒนาระบบความปลอดภัย

สำหรับการปลดล็อกโทรศัพท์ ในขณะที่นักวิจัยก็กำลังประดิษฐ์แอพพลิเคชั่นสำหรับสมาร์ทโฟนซึ่งเป็นเหมือนมิเตอร์วัดความเร่งเพื่อตรวจจับระดับความเจ็บปวดในผู้ป่วยหรือความผิดปกติ แอพพลิเคชั่นนั้นมีประโยชน์มาก

 แอพพลิเคชั่นที่ติดตั้งในสมาร์ทโฟนนั้นมีประสิทธิภาพจึงถือเป็นเครื่องมือที่พึ่งพาได้ และที่แหล่งข้อมูลอันยุ่งเหยิงซับซ้อนให้ผลดี ข้อมูลที่มีอยู่ได้รับการเปลี่ยนแปลงมาอยู่ในรูปแบบของดาต้า

เมื่อไรศักยภาพในการใช้งานดาต้าก็จะจำกัดอยู่แค่ภูมิปัญญาของผู้ที่นำมาใช้เท่านั้น แต่ในทุกวันนี้เรามีเครื่องมือและยังมีอุปกรณ์ที่จำเป็นไว้ใช้จัดการงานได้อย่างรวดเร็ว ในยุคอภิมหาข้อมูลไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้

การมองโลกเป็นแหล่งข้อมูลขนาดใหญ่ช่วยให้เราได้เห็นมุมมองใหม่ ๆ ของความเป็นจริงอย่างที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน สังคมของเรา

ในวันนี้เป็นสังคมแห่งการคำนวณเราจึงละเลยความรู้ที่ถ่ายทอดผ่านกาลเวลา คนรุ่นต่อไปอาจจะ “ตระหนักรู้ถึงอภิมหาข้อมูล” คือทุกสิ่งที่เราทำมีองค์ประกอบสำคัญที่ขาดไม่ได้ คือดาต้าเป็นสิ่งที่สังคมจะได้เรียนรู้ข้อมูลนับล้านในมิติต่าง ๆ

สามารถแปลงไปอยู่ในรูปของดาต้าได้เป็นแค่ความฝันในปัจจุบัน แต่ในอนาคตเมื่อเวลาผ่านไปแรงสะท้อนของดาต้าฟิเคชั่นอาจถูกย่อให้เหลืออยู่แค่ในหน้าหนังสือพิมพ์ 

 สื่อสิ่งพิมพ์ หรืออินเทอร์เน็ตที่ทำให้เราเข้าใจว่าเป็นแค่การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณทั่วไปเท่านั้น ในขณะนักธุรกิจหัวก้าวหน้าที่นำดาต้าฟิเคชั่นมาใช้ในธุรกิจก็กำลังทำให้อภิมหาข้อมูลมีคุณค่ามากขึ้นในอีกรูปแบบหนึ่ง