กล้องวงจรปิด

รูปภาพของฉัน
บริการให้คำปรึกษา ออกแบบ ติดตั้ง รับประกันผลงานตลอดอายุการใช้งาน กล้องวงจรปิด รั้วไฟฟ้า สัญญาณกันขโมย สอบถามได้ที่ Line ID : @CctvBangkok.com

วันพุธที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2561

การแก้ปัญหาอุปสรรคต่อการสื่อสารสำหรับผู้ที่ใช้งาน (กล้องวงจรปิด)

การแก้ปัญหาอุปสรรคต่อการสื่อสารสำหรับผู้ที่ใช้งาน   เครื่องบันทึกกล้องวงจรปิด


ในการปรับปรุงทักษะการสื่สารของบุคคล มีเทคนิค 8 ประการดังนี้คือ

1. พยายามเลือกใช้ช่องทางการสื่อสารหลายแบบ

2. แยกแยะข่าวสารให้เหมาะกับผู้รับ

3. แสดงความเอื้ออาทรต่อผู้อื่น

4. ไม่ควรลืมว่าการสื่อสารแบบตัวต่อตัวมีความสำคัญมาก

5. ฝีกฝนวิธีฟังอย่างตั้งใจ

6. สิ่งที่พูดต้องสอดคล้องกับการกระทำ

7. ใช้การสื่อสารแบบเถาองุ่น

8. การใช้ข้อมูลป้อนกลับ


สินค้าแนะนำ :  กล้องวงจรปิด



เครื่องบันทึกกล้องวงจรปิด


การใช้น้ำเสียง

โดยปรกติคนเราสามารถแสดงอารมณ์ผ่านทางน้ำเสียงได้หลากหลาย เช่น

- แสดงความเป็นมิตร หรือเป็นศัตรู

- แสดงความกระตือรือร้น หรือเฉื่อยชา

- แสดงความอบอุ่น หรือความเย็นชา

- แสดงความรู้สึกห่วงใย หรือไม่ใส่ใจ

ผู้ให้บริการควรใช้น้ำเสียงและคำพูดที่แสดงถึงความเป็นมิตร มีความกระตือรือร้นแฝงในน้ำเสียง เป็นน้ำเสียงที่แสดงความอบอุ่นและห่วงใย

 แก่ลูกค้า น้ำเสียงของคนเราแบ่งออกได้ 5 ระดับคือ น้ำเสียงธรรมดา น้ำเสียงสูงขั้นมา 1 ระดับ น้ำเสียงสูงขึ้นมา 2 ระดับ น้ำเสียงต่ำลง 1 ระดับ น้ำเสียงต่ำลง 2 ระดับ



ภาษากาย

การสื่อความหมายโดยไม่ใช้ถ้อยคำ การถ่ายทอดข่าวสารผ่านทางสื่อกลางที่ไม่ใช่คำพูดหรือการเขียน และในบางครั้งข่าวสารที่ไม่ใช่ถ้อยคำกลับมีความสำคัญ

ยิ่งกว่าถ้อยคำที่พูดออกไป เช่น การแสดงออกด้วยสีหน้าดวงตา ซึ่งอาจรวมเรียกว่า ภาษากายซึ่งสามารถแสดงออกได้ 5 ทางด้วยกัน ดวงตา ปาก ท่ายืน ท่าทาง การแต่งกาย

การสื่อความหมายโดยไม่ใช้คำพูดซึ่งเกิดขึ้นจาการเคลื่อนไหวทางร่างกายและการแสดงออกด้วยสีหน้าของผู้ส่งข่าวสารที่มีต่อผู้รับสาร 

 ซึ่งการที่ผู้ส่งสารพอใจหรือสนใจต่อผู้รับข่าวสารเพียงไร ยังบอกถึงทัศนะของผู้ส่งข่าวสารเกี่ยวกับด้านสถานภาพระหว่างผู้ส่งสารกับผู้รับข่าวสาร 

 ภาษาทางกายจึงมีความหมายเชิงสื่อสารที่สลับซับซ้อน ที่จำเป็นต้องแปลความหมายให้สอดคล้องและถูกต้องอีกด้วย


ระบบรักษาความปลอดภัยขั้นสูง  :  รั้วไฟฟ้ากันขโมย  







การคาดเดาความต้องการของลูกค้า

ผู้ให้บริการจะสามารถคาดเดาความต้องการของลูกค้าว่าลูกค้าต้องการ “อะไร” และต้องการ “เมื่อไร” เช่น

- คิดล่วงหน้าลูกค้าไป 1 ก้าวเสมอ

- เตรียมพร้อมตลอดเวลา ทั้งด้านทรัพยากร ความรู้ และจำนวนพนักงาน

การคาดเดาความต้องการของลูกค้าถือเป็นทักษะบวกด้วยไหวพริบและความใส่ใจในรายละเอียดที่ผู้ให้บริการมีต่อลูกค้า



ระยะห่างระหว่างบุคคล

เป็นการสื่อสารด้วยภาษากายอย่างหนึ่งและแนวคิดเรื่องนี้เชื่อว่า คนทุกคนแล้วมีพื้นที่ส่วนตัวและจะรู้สึกสบายหากไม่มีใครรุกล้ำเข้ามา 

 และจะไม่รู้สึกอึดอัดถ้าต้องมีใครเข้ามาคนนั้นจะต้องสนิทสนมพอสมควร แต่ในทางตรงข้ามถ้ามีคนที่ไม่สนิทสนมเข้ามาในพื้นที่นี้จะรู้สึกอึดอัดทันที 

 ซึ่งพื้นที่นี้อาจเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “ระยะห่างระหว่างบุคคล” ในฐานะพนักงานผุ้ให้บริการ การเรียนรู้เรื่องระยะห่างระหว่างบุคคล

 จะทำให้สามารถบริการลูกค้าให้รู้สึกสบายได้โดยการ “รักษาระยะห่าง” ระหว่างผู้ให้บริการกับลูกค้า วางตำแหน่งตนเองให้อยู่ในพื้นที่ที่ถูกต้องและเหมาะสม สามารถแบ่งได้เป็น 4 เขตดังนี้

- เขตสนิทสนม

- เขตส่วนตัว

- เขตสังคม

- เขตสาธารณะ



ปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ให้บริการและลูกค้า


การประพฤติตัว และนิสัย ของผู้ให้บริการและลูกค้าระหว่างมีปฏิสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน ผู้ให้บริการและลูกค้าจะแสดงออกซึ่งนิสัย 3 แบบ ดังนี้

1. แบบผู้ปกครอง มักจะเจ้าระเบียบ ชอบออกคำสั่ง ดุ แสดงอำนาจ มีจ้าระเบียบ ชอบออกคำสั่ง ดุ แสดงอำนาจ และเผด็จการ

2. แบบผู้ใหญ่ มีเหตุผล ใจเย็น พูดคุยด้วยข้อเท็จจริง ชอบแก้ไชอบแก้ไขปัญหา

3. แบบเด็ก เอาแต่ใจตนเอง ไม่มีเหตุผล ชอบกรีดร้อง ทำเสียงดีดัง แสดงอารมณ์โดยไม่ปิดบัง ไม่มีความอดทนอดกลั้น

ในการให้การบริการแก่ลูกค้าที่ ติดตั้งกล้องวงจรปิด ลูกค้าอาจจะแสดงนิสัยได้ทั้ง 3 แบบ แต่ไม่ว่าลูกค้าจะแสดงนิสัยแบบใด ผู้ให้บริการจะต้องมีปฏิสัมพันธ์ตอบกลับลูกค้าไปด้วยนิสัยเพียงแบบเดียวก็คือ แบบผู้ใหญ่





วันศุกร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2561

แบบสร้างโกดัง กับการกำหนดขนาดท่อไอกลั่นตัว (กล้องวงจรปิด)

แบบสร้างโกดัง  กับการกำหนดขนาดท่อไอกลั่นตัว


แบบสร้างโกดัง  การนำไอกลั่นตัวกลับมายังหม้อไอน้ำหรือนำไปใช้ในกิจการอื่น ๆ ต่างจำเป็นที่จะต้องมีวิธีการเดินท่อที่เหมาะสม 

 การนำไอน้ำกลั่นตัวกลับคืนสู่ระบบ คือ การปล่อยไอกลั่นตัวออกจากตัวดักไอน้ำลงสู่ท่อรวมเท่านั้น และที่สำคัญต่อมาก็คือจะต้องใช้

ท่อขนาดเท่าใดเรื่องนี้ได้มีคำแนะนำเกี่ยวกับขนาดท่อและอัตราการไหลที่เหมาะสมแตกต่างกันออกไปหลายความเห็นโดยผู้เชี่ยวชาญต่าง ๆ

สามารถที่จะอธิบายได้เพราะเงื่อนไขและการใช้งานอาจจะแปรเปลี่ยนไปได้มาก ถ้าคิดแค่เพียงภายในท่อก็จทำให้จำเป็นที่จะต้องใช้ตารางหรือแผนภูมิในการหาขนาดท่อต่างกัน

 ในการกำหนดขนาดของท่อไอกลั่นตัวจะต้องคิดถึงสิ่งต่อไปนี้ คือ

1. ในขณะเริ่มเดินระบบไอน้ำ อากาศจะต้องระบายออกจากตัวดักไอน้ำเข้ามาสู่ท่อไอกลั่นตัวด้วย

2. ในขณะที่เริ่มเดินระบบนี้ ปริมาณของไอกลั่นตัวจะมากเป็นพิเศษ ทั้งนี้เพราะท่อและอุปกรณ์ต่าง ๆ ยังเย็นอยู่ ทำให้เกิดไอกลั่นตัวอย่างรวดเร็ว 

 อาจจะมีอัตราตั้งแต่ 2 เท่าของไอกลั่นตัวในภาวการณ์ใช้งานปรกติขึ้นไป อัตราของไอกลั่นตัวสูงจำทำให้ความดันลดในระบบท่อนี้สูงด้วย

3. ในขณะที่ระบบได้น้ำร้อนขึ้นจนเข้าสู่ภาวะปรกติแล้ว ปริมาณของไอกลั่นตัวจะลดลงมาเท่ากับภาระที่ต้องการ 

 แต่เนื่องจากอุณหภูมิของไอกลั่นตัวมีค่าใกล้กับอุณหภูมิของไอน้ำมากจึงทำให้เกิด flash steam ภายในท่อไอกลั่นตัวได้มากด้วย

จากประสบการณ์เรากำหนดขนาดของท่อไอกลั่นตัวโดยท่อนี้จะต้องระบายน้ำด้วยอัตราเท่ากับในขณะเริ่มเดินระบบแล้ว 

 ขนาดของท่อจะพอเพียงต่อการไหลของไอกลั่นตัวที่อาจจะเกิดขึ้นในขณะที่ทำงานในภาวะปรกติด้วย ถ้าไม่สามารถที่จะทราบภาระ

ในขณะเริ่มเดินระบบได้ก็อาจจะประมาณให้มีค่าเป็น 2 เท่าของภาระในขณะใช้งาน ถ้าไม่มีความแน่ใจเกี่ยวกับภาระของอุปกรณ์นั้น ก็ควรที่จะเพิ่มให้มากกว่า 2 เท่าขึ้นไป

การกำหนดขนาดท่อเพื่อรับไอกลั่นตัว ต้องระวังไม่ให้ความดันย้อนกลับสูงจนเกินไป ความดันย้อนกลับทั้งหมด

ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ ความดันย้อนกลับอันเนื่องมาจากความต้านทานต่อการไหลและความดันย้อนกลับอันเนื่องมาจาก

การที่จะต้องยกไอกลั่นตัวขึ้นไปในระดับสูงกว่าทางออกจากตัวดักไอน้ำ การที่จะยอมรับค่าความดันย้อนกลับเท่าใดนั้นขึ้นอยู่

กับความดันไอน้ำที่มีอยู่ตรงทางเข้าสู่ตัวดักไอน้ำ ความดันนี้จะมีค่าต่ำสุดในขณะเริ่มเดินระบบซึ่งตัวดักไอน้ำต้องเปิดกว้างตลอดเวลา


สินค้าแนะนำ :  กล้องวงจรปิด


แบบสร้างโกดัง
 สำหรับอุปกรณ์ที่มีวาล์วควบคุมไอน้ำแบบแปรเปลี่ยนความดันไอน้ำจะเกิดการแปรเปลี่ยนไปได้มากตามภาระความต้องการใช้ขนาด

ท่อไอกลั่นตัวที่ใหญ่จนเกินไปก็จะทำให้เสียค่าใช้จ่ายในการลงทุนสูงขึ้นโดยไม่จำเป็น สำหรับอุปกรณ์ที่ต้องการไอน้ำที่ความแตกต่างกันมาก 

 จะต้องแยกท่อไอกลั่นตัวออกจากกันเพื่อไม่ให้เกิดความดันย้อนกลับสูงที่อุปกรณ์ที่ใช้ไอน้ำความดันต่ำกว่า ซึ่งอาจจะมีผลให้ตัวดักไอน้ำไม่สามารถเปิดได้ด้วย


ตัวดักไอน้ำ  หน้าที่ที่สำคัญของตัวดักไอน้ำมี 3 ประการคือ

1. เพื่อทำการระบายไอกลั่นตัวทันทีที่เกิดขึ้น

2. ป้องกันมิให้ไอน้ำหนีออกมาจากระบบได้

3. สามารถที่จะระบายอากาศหรือก๊าซที่ไม่กลั่นตัวอื่น ๆ ออกจากระบบได้

Mechaincal Traps ตัวดักไอน้ำชนิดที่เก่าแก่ที่สุด มีหลักการทำงานโดยอาศัยผลต่างระหว่างความหนาแน่นของไอน้ำและไอกลั่นตัวซึ่งจะทำให้ bucket หรือ float 

 เคลื่อนที่ขึ้นลงได้ ตัวดักไอน้ำชนิดนี้จะระบายไอกลั่นตัวติดต่อกันไป ซึ่งแตกต่างกับชนิดอื่น ๆ ซึ่งเป็นแบบระบายไอกลั่นตัวเป็นระยะ ๆ

Thermostatic Steam Traps หลักการทำงานอาศัยความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างไอน้ำและไอกลั่นตัว ขณะที่ไอกลั่นตัวของไอกลั่นตัวจะเท่ากับอุณหภูมิของไอน้ำในขณะนั้น 

 ไอกลั่นตัวจะค่อย ๆ เอกลั่นตัวจะค่อย ๆ เย็นลง เพราะไอกลั่นตัวไม่มีความร้อนแฝง จึงทำงานโดยใช้หลักที่ว่าอุณหภูมิของไอกลั่นตัวจะต้องลดลงต่ำกว่าอุณหภูมิของไอน้ำที่ความดันเท่ากันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

Thermodynamic Steam Traps การทำงานนั้นอาศัยความแตกต่างระหว่างคุณสมบัติทางเธอร์ดมไดนามิคของไอน้ำและไอกลั่นตัว 

 ส่วนประกอบที่สำคัญของตัวดักไอน้ำคือ้านวาล์วซึ่งยาวมาก และกระบอก วางล์วนี้มีรูขนาดเล็กเจาะผ่านตลอดความยาว พร้อมกับมีปีกทรงกลมอยู่ใกล้ปลายบน 

 ระยะระหว่างปีกและกระบอกเรียกว่ารูระบายแรก และรูที่เจาะในก้านวาล์วเรียกว่ารูระบายที่สอง ส่วนรูที่บ่าวาล์วเรียกว่ารูระบายหลัก 

 แม้ว่าวาล์วจะปิดสนิทบนบ่าวาล์วทางเข้าและทางออกก็ยังคงติดต่อกันอยู่โดยผ่านรูระบายแรก และรูระบายสอง นั่นคือตัวดักไอน้ำชนิดนี้จะไม่ปิดสนิท และจะสูญเสียไอน้ำออกไปทีละน้อยอยู่ตลอดเวลา

หลักทั่วไปในการเลือกตัวดักไอน้ำ


ส่วนที่สำคัญที่สุดของระบบไอน้ำทั้งหมดคือตัวดักไอน้ำ การทำงานของอุปกรณ์ที่ใช้ไอน้ำต่าง ๆ จะเป็นไปอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ

ซึ่งก่อให้เกิดการประหยัดพลังงานได้ก็ต่อเมื่อได้มีการเลือกตัวดักไอน้ำที่ถูกต้อง ตัวประกอบที่ต้องการทราบสำหรับการเลือกตัวไอน้ำ ดังนี้

1. ความดันใช้งานสูงสุดและต่ำสุด

2. Pressure differentials สูงสุดและต่ำสุดที่ตัวดักไอน้ำ

3. อุณหภูมิใช้งานสูงสุด

4. อัตราการระบายออกของไอกลั่นตัว

5. ชนิดของตัวดักไอน้ำ

6. อุปกรณ์ที่ใช้ไอน้ำ

7. วัสดุของตัวดักไอน้ำ

ในการดักไอน้ำความสำเร็จขึ้นอยู่กับการเลือกชนิดของตัวดักไอน้ำให้เหมาะสมกับอุปกรณ์และการใช้งาน ลักษณะที่สำคำญของตัวดักไอน้ำ

แต่ละชนิดจะทำให้สามารถเลือกชนิดที่เหมาะสมกับการใช้งานได้ การเลือกชนิดของตัวดักไอน้ำสำหรับอุปกรณ์บางชนิด 

 ซึ่งขึ้นอยู่กับคุณลักษณะที่สำคัญของอุปกรณ์นั้น ๆ สำหรับอุปกรณ์ที่ใช้ทำความร้อนทั่วไปมากที่สุด โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่มีคุณลักษณะดังนี้

- อุปกรณ์ที่อัตราไอกลั่นตัวอาจจะแปรเปลี่ยนไปได้มาก

- อุปกรณ์ที่ต้องการควบคุมอุณหภูมิให้คงที่

- อุปกรณ์ที่จะนำไอกลั่นตัวกลับมาใช้อีก

อัตราการระบายไอกลั่นตัวนี้ขึ้นอยู่กับผลต่างระหว่างความดันทางเข้าและออกจากตัวดักไอน้ำ หรือระหว่างความดันไอน้ำ 

 และความดันย้อนกลับนั่นเอง ถ้าความดันทั้งสองนี้สามารถแปรเปลี่ยนได้ จะต้องทำการเลือกผลต่างต่ำสุดของความดันมาใช้ในการเลือกตัวดักไอน้ำ 

 อัตราการระบายยังขึ้นอยู่กับอุณหภูมิของไอกลั่นตัว ในภาวะเดียวกันถ้าอุณหภูมิของไอกลั่นตัวยิ่งต่ำเท่าใดอัตราการระบายก็จะยิ่งเพิ่มขึ้น


ระบบรักษาความปลอดภัย  :  รั้วไฟฟ้า


 


หลักการติดตั้งตัวดักไอน้ำที่ถูกต้อง


ตัวดักไอน้ำถ้าติดตั้งไม่ถูกต้องจะเป็นอุปสรรคต่อการทำงานของระบบอย่างมีประสิทธิภาพและในบางครั้งยังทำให้เกิดปัญหาได้เป็นอย่างมาก 

 ถ้ามีความเข้าใจเกี่ยวกับคุณลักษณะและจุดประสงค์ของตัวดักไอน้ำอย่างดีแล้ว การติดตั้งก็สามารถกระทำได้อย่างถูกต้อง จุดที่สำคัญบางประการที่จะต้องรู้ในการติดตั้งตัวดักไอน้ำมีดังนี้ คือ

- ตัวดักไอน้ำไม่สามารถที่จะสูบไอกลั่นตัวได้เหมือนอย่างเช่นเครื่องสูบน้ำ ในขณะที่ทำการระบายไอกลั่นตัวจะถูกดันออกมาด้วยความดันของไอน้ำ 

 ท่อทางต่อออกจากตัวดักไอน้ำเอียงขึ้นหรือยกสูงขึ้นตัวดักไอน้ำจะไม่เปิดออกจนกว่าไอกลั่นตัวจะถูกดันเข้าไปภายในตัวดักไอน้ำ 

 เพื่อที่จะให้ไอกลั่นตัวไหลเข้าไปในตัวดักไอน้ำได้ดี ท่อส่วนนี้จะต้องเอียงลงเพื่อให้เกิดการไหลตามธรรมชาติ

- กรณีที่มีความจำเป็นจะต้องติดตั้งตัวดักไอน้ำอยู่ในระดับสูงกว่าท่อระบายที่ออกจากอุปกรณ์ให้ใช้ท่อรูปตัวยูติดตั้งตรงส่วนล่างของท่อดิ่ง 

 ไอกลั่นตัวที่ขังอยู่ในท่อรูปตัวยูจะกั้นไอน้ำ ภายในท่อดิ่งออกจากไอน้ำภายในอุปกรณ์ใช้ไอน้ำ ไอกลั่นตัวจะถูกดันให้ขึ้นไปยังท่อดิ่งและถึงตัวดักไอน้ำที่สุด 

 ท่อดิ่งมีการหุ้มฉนวนอย่างดีอาจจะทำให้มีไอน้ำขังอยู่ระหว่างท่อรูปตัวยูและตัวดักไอน้ำได้ ความดันไอน้ำส่วนนี้จะป้องกันไม่ให้ไอกลั่นตัวระบายออกมาจากอุปกรณ์ได้สะดวก

- กรณีที่ท่อทางออกจากตัวดักไอน้ำจะต้องยกสูงขึ้นไปต่อกับท่อรวมของไอกลั่นตัวเหนือเพดาน จะต้องต่อท่อนี้เข้าทางด้านบนของท่อรวม 

 เพื่อป้องกันไม่ให้ไอกลั่นตัวจากท่อรวมไหลกลับลงมาอีก และควรใช้วาล์วกันการไหลย้อนกลับที่ทางออกด้วยเสมอ ท่อทางออกจากตัวดักไอน้ำจะสั้นที่สุด 

 ในกรณีที่ต้องเดินท่อยาวมาก็ควรที่จะเพิ่มขนาดท่อให้โตกว่ารูท่อตรงทางออกจากตัวดักไอน้ำ

การคำนวณหาอัตราไอกลั่นตัว

การออกแบบระบบไอน้ำได้อย่างเหมาะสมจำเป็นที่จะต้องรู้ถึงอัตราความต้องการไอน้ำ หรืออัตราไอกลั่นตัวของอุปกรณ์แต่ละชิ้นในระบบ 

 จะช่วยให้กำหนดขนาดท่อต่าง ๆ ได้แล้ว ยังช่วยให้สามารถเลือกขนาดของอุปกรณ์ที่ประกอบในระบบได้อย่างเหมาะสมที่สุด 

 อัตราความต้องการไอน้ำอาจจะได้มาจากการคำนวณทางทฤษฏีจากผู้ผลิตอุปกรณ์ อัตราที่ไอน้ำจะกลั่นตัวบนผิวใด ๆ ขึ้นอยู่กับวัสดุ 

 พื้นที่ และความเปียกได้ง่ายหรือยากของผิวนั้น และยังขึ้นอยู่กับความเร็วที่ผิว อุณหภูมิ แผ่นอากาศ หรือความสกปรกของผิวด้วย

การยกไอกลั่นตัว

ผู้ออกแบบมักถามว่าตัวดักไปน้ำจะสามารถยกไอกลั่นตัวขึ้นไปในระดับสูงเพื่อส่งไปยังท่อไอกลั่นตัวรวมที่อยู่ข้างบนได้หรือไม่ 

 ความดันไอน้ำเป็นตัวที่จะยกไอกลั่นตัวขึ้นไปไม่ใช่ตัวดักไอน้ำ การที่จะยกไอกลั่นตัวขึ้นไปได้ ความดันไอน้ำตรงทางเข้าสู่ตัวดักไอน้ำจะต้องมีความดันเพียงพอ 

 และตัวดักไอน้ำจะต้องได้รับการเลือกมาให้ทนความดันนั้นได้ ในการใช้งานในลักษณะนี้ความดันย้อนกลับจะเพิ่มขึ้น

ฉะนั้นคำตอบที่เกี่ยวกับการยกไอกลั่นตัวขึ้นโดยความดันไอน้ำนี้อยู่ที่ว่า ความดันไอน้ำที่ตัวดักไอน้ำมีเพียงพอที่จะชนะความดันย้อนกลับได้หรือไม่ 

 และภายใต้ภาวะเช่นนี้ ตัวดักไอน้ำจะมีอัตราการระบายไอกลั้นตัวเพียงพอหรือไม่ ในการใช้งานเช่นนี้ควรจะติดตั้งวาล์วกันย้อนที่ท่อด้านออกจากตัวดักไอน้ำด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำในท่อดิ่งไหลย้อนกับลงมาท่วมอุปกรณ์ได้

Flash Steam (ไอน้ำจากไอกลั่นตัว)

ถ้าพบว่าความดันสูงขึ้น จุดเดือดของน้ำจะสูงขึ้นด้วย ในทางกลับกันเมื่อความดันลดลงจุดเดือดของน้ำก็จะต่ำลงด้วย เมื่อไอน้ำคายความร้อน

แฝงแล้วไอกลั่นตัวที่ได้จะมีอุณหภูมิและความดันเท่ากับไอน้ำนั้น แต่ถ้าไอกลั่นตัวถูกลดความดันต่อไปอีก น้ำบางส่วนก็จะกลายเป็นไออันเนื่องจากจุดเดือดต่ำลง

 ไอน้ำที่ได้จากไอกลั่นตัวโดยการลดความดันปริมาณของไอน้ำที่จะได้กลับมาขึ้นอยู่กับความดันของไอน้ำและความดันด้านต่ำ 

 ในการคำนวณปริมาณของ flash pressure นี้สามารถทำได้โดยอาศัยตารางไอน้ำ และความสัมพันธ์

การนำ Flash Steam ไปใช้งาน

เราสามารถที่จะนำเอา flash steam จากไอกลั่นตัว ความดันสูงไปใช้งานกับอุปกรณ์ที่ต้องการไอน้ำที่ความดันต่ำได้ แทนที่จะปล่อยให้เสียไปในบรรยากาศ

ที่ถังพักไอกลั่นตัว จะต้องมีการวิเคราะห์ถึงความเหมาะสมทางเศรษฐศาสตร์ถึงความคุ้มทุนสำหรับในแต่ละระบบ 

 ฉะนั้นประมาณของ flash steam ที่ได้ก็จะลดลงด้วย และยังมีการเสียความร้อนไปในท่ออันเนื่องมาจากการแผ่รังสีอีกด้วย

 การแยก flash steam ออกสามารถทำได้โดยการใช้ flash tank สำหรับท่อไอกลั่นตัวเข้า ท่อออกและท่อระบายไอกลั่นตัวส่วนที่เหลือ 

 ลักษณะการเดินท่อเพื่อนำ flash steam ไปใช้ประโยชน์ซึ่งประกอบด้วยอุปกรณ์ที่ใช้ความดันไอน้ำสูง อุปกรณ์ที่ใช้ความดันไอน้ำต่ำ และการทำงานของระบบดังนี้

ไอกลั่นตัวความดันสูงจะถูกส่งไปเข้า flash tank ส่วนท่อจะต่อเข้ากับท่อเมนของไอน้ำความดันสูงที่ได้รับการลดความดันลงมาเท่ากับที่ต้องการแล้ว 

 ถ้าปริมาณไม่เพียงพอที่จะจ่ายให้ ไอน้ำจากท่อเมนก็จะช่วยจ่ายให้แทน โดยเสริมกับส่วนที่มีปริมาณมากเกินไป ความดันภายใน flash tank จะสูงขึ้น ซึ่งจะทำให้วาล์วระบายเปิดเพื่อระบาย flash steam บางส่วนทิ้งไป

การเดินท่อแบบต่าง ๆ ที่สำคัญ

การเดินท่อจะต้องให้มีความลาดเอียงไปตามทิศทางการไหลของไอน้ำ เพื่อไม่ให้ไอกลั่นตัวที่เกิดขึ้นไหลย้อนต้านกับการไหลของไอน้ำ 

 ตำแหน่งปลายสุดของท่อเมนจึงต้องมีวิธีการระบายไอกลั่นตัวและอากาศออกจากระบบโดยใช้ float trap ที่ติดตั้งที่ปลายท่อ 

 กรณีที่ระยะในแนวดิ่งระหว่างท่อไอน้ำและท่อไหลกลับของไอกลั่นตัวมีน้อย ก็ให้ใช้การติดตั้งที่จะทำให้ไอกลั่นตัวระบายออกได้ช้าลงเพราะ pressure differential ของตัวดักไอน้ำลดลง

ถ้าท่อเมนของไอน้ำมีความยาวมาก ทำให้จำเป็นต้องยกระดับท่อขึ้นเพื่อให้สามารถเดินท่อให้มีความลาดเอียงต่อไปได้ ให้ใช้ตัวดักไอน้ำ 

 สำหรับการระบายอากาศและไอกลั่นตัวออกที่ตรงตำแหน่งที่จะยกระดับท่อขึ้นจะเห็นว่าท่อส่วนที่จะต่อเข้าตัวดักไอน้ำ เพื่อช่วยลดความเค้นอันเนื่องมาจากการขยายตัวของท่อเมน กรณีที่ไอกลั่นตัวมีไม่มากก็อาจจะใช้แทนได้

ผลของไอเปียก

ในการทำไอน้ำเปียกสิ่งที่สำคัญก็คือหม้อไอน้ำ ทั่วไปผู้ผลิตหม้อไอน้ำมักจะระบุถึงขนาดของหม้อไอน้ำด้วยอัตราการผลิตไอแห้งอิ่มตัว 

 ข้อความดังกล่าวทำให้เกิดการเข้าใจผิด เพราะไอน้ำที่จ่ายออกมาจากหม้อไอน้ำ จะมีหยดน้ำขนาดเล็ก ๆ ติดออกมาด้วยเสมอ 

 สาเหตุอีกอย่างหนึ่งของการที่ทำให้เกิดไอเปียกก็คือการที่ไอน้ำคายความร้อนให้แก่ผนังท่อเนื่องจากแผ่นน้ำบาง ๆ ที่เกาะอยู่ภายในจะทำหน้าที่เป็นฉนวนที่ดี 

 ฉะนั้นแผ่นน้ำบาง ๆ นี้จะมีผลให้อัตราการผลิตของอุปกรณ์ที่ใช้ไอน้ำลดลง และยังทำให้ต้องสิ้นเปลืองค่าเชื้อเพลิงในการผลิตไอน้ำให้แก่อุปกรณ์เหล่านั้นอีกด้วย

 หม้อน้ำที่ทำงานที่ความดันสูง จะให้ไอน้ำที่แห้งกว่าที่ความดันต่ำกว่า ผู้ผลิตจึงแนะนำให้ผลิตไอน้ำที่ความดันสูงขึ้น วิธีการทำให้ได้ไอน้ำที่แห้งขึ้นก็คือ

การใช้ตัวแยกไอติดที่ต้นทางของท่อเมน หรือที่ท่อแยกก่อนที่จะเข้าสู่วาล์วควบคุมไอน้ำของอุปกรณ์นั้นพร้อมติดตั้งตัวดักไอน้ำ

เพื่อระบายไอกลั่นตัวออกด้วย ผลของไอเปียกที่มีต่อการทำงานของอุปกรณ์อาจจะมีได้มากเพียงใดขึ้นอยู่กับอัตราส่วนความแห้งของไอน้ำว่ามีมากหรือน้อยเพียงใด


สัญญาณกันขโมย


 

สร้างโกดัง


ผลของอากาศในไอน้ำ

อากาศทำหน้าที่เป็นฉนวนที่ดี ถ้ามีแผ่นหรือฟองอากาศเข้าไปจับอยู่ผิวภายในของอุปกรณ์ไอน้ำแล้ว ก็จะทำให้อัตราการผลิตของอุปกรณ์นั้นลดลง 

 อากาศในไอน้ำยังไม่ได้มีปริมาณความร้อนที่เกิดประโยชน์ต่ออุปกรณ์ใช่ไอน้ำดังเช่นความร้อนแฝงของไอน้ำ 

 จึงทำให้ส่วนผสมของไอน้ำและอากาศมีอุณหภูมิลดลง ซึ่งพิสูจน์ได้ ความดันทั้งหมดของก๊าซผสมจะเท่ากับความดันของแต่ละก๊าซรวมกัน ความดันในกลุ่มนี้หมายถึงความดันสมบูรณ์

อากาศในระบบส่วนใหญ่จะเข้ามากับ feed water ซึ่งได้รับการเติมน้ำจากภายนอกระบบ ซึ่งจะมีผลให้เร่งอัตราการสึกกร่อนภายในหม้อไอน้ำและท่อด้วย 

 วิธีการแรกที่จะขจัดอากาศในระบบก็คือการผ่านน้ำเข้าไปในถังแยกอากาศ ก่อนที่จะส่งไปยังหม้อไอน้ำ

ขั้นต่อไปก็คือการออกแบบระบบไอน้ำให้มีวาล์วระบายอากาศอยู่ในตำแหน่งต่าง ๆ ที่เหมาะสมซึ่งรวมทั้งในท่อไอน้ำ และที่อุปกรณ์ที่ไอน้ำด้วย 

 เนื่องจากอากาศและไอน้ำจะมีอุณหภูมิที่แตกต่างกัน จึงเป็นวาล์วระบายอากาศชนิดที่เหมาะสมที่สุด และจะช่วยให้ระยะเวลาที่เสียไปในการอุ่นระบบลดน้อยลงซึ่งจะมีผลให้เกิดการประหยัดพลังงานได้เป็นอย่างดียิ่ง





ขายกล้องวงจรปิด อย่างไรสร้างความพึงพอใจที่ดีให้ลูกค้า (กล้องวงจรปิด)

ขายกล้องวงจรปิด อย่างไรสร้างความพึงพอใจที่ดีให้ลูกค้า

ขายกล้องวงจรปิด  ในการบริการเพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้ามากที่สุด ผู้ให้บริการต้องสื่อสารกับลูกค้าไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง เช่น การพูด การถามคำถาม 
 การเขียนจดหมายโต้ตอบ เพราะในแต่ละวันผู้ให้บริการกับลูกค้าสื่อสารกันมาก ๆ ผู้ให้บริการจึงจำเป็นต้องเรียนรู้การสื่อสารทั้งการสื่อสารด้วยคำพูด น้ำสียง 

 และภาษากาย เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดทางการสื่อสาร

ขายกล้องวงจรปิด

สินค้าแนะนำระบบเฝ้าระวัง :  กล้องวงจรปิด


ประเภทของการสื่อสารงานขายกล้องวงจรปิด

การสื่อสารโดยปกติหากคิดเป็นเปอร์เซ็นต์แล้ว มนุษย์จะส่งสารและเข้าใจผู้อื่นผ่านทางสื่อเหล่านี้ คิดเป็นสัดส่วนดังนี้

- ผ่านทางคำพูด 7 เปอร์เซ็นต์

- ผ่านทางน้ำเสียง 38 เปอร์เซ็นต์

- ผ่านทางภาษากาย 55 เปอร์เซ็นต์

มนุษย์สื่อสารผ่านทางคำพูดเพียงแค่ 7 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น อีก 93 เปอร์เซ็นต์เป็นการสื่สารที่ไม่ได้ใช้คำพูด

การสื่อสารผ่านทางคำพูด

มนุษย์มักจะเข้าใจกันผ่านทางท่าทาง แต่ทางคำพูดก็ยังมีบทบาทสำคัญในการสื่อสาร ในแต่ละวันผู้ให้บริการใช้คำพูดสื่อสารกับลูกค้ามากมายหลายครั้ง 

 การสื่อสารด้วยคำพูดก็อาจเกิดความผิดพลาดได้ ด้วยอุปสรรคต่อการสื่อสารความหมาย ที่ทำให้ข่าวสารที่ได้จากการถอดรหัสของผู้รับผิดไปจากความตั้งใจของผู้ส่ง อุปสรรค์ต่าง ๆ เหล่านั้น ได้แก่

1. การปรุงแต่งข้อมูลข่าวสาร การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงข้อมูลใหม่ของผู้ส่งที่ตั้งใจจะให้ผู้รับเกิดความโน้มเอียงที่เป็นประโยชน์แก่ตน

2. การเลือกเฉพาะส่วนที่ต้องการรับรู้ การเลือกเฉพาะที่ต้องการรับรู้ เกิดขึ้นจากการที่ผู้รับเลือกที่จะรับรู้ข่าวสาร

โดยการฟังหรือการเห็นตรงตามความต้องการ แรงจูงใจ ประสบการณ์ ภูมิหลัง และคุณลักษณะส่วนตัวของผู้รับข่าวสารนั้น

3. ข้อมูลข่าวสารมากเกินไป คนแต่ละคนมีความสามารถในการรับข้อมูลข่าวสารได้จำกัด ทำให้เกิดปัญหาข้อมูลข่าวสารล้นตัว 

 การที่กิจกรรมการสื่อสารในแต่ละวันมีหลายอย่างทำให้มีข่าวสารผ่านช่องทางเหล่านั้นมากมายจนไม่อาจจัดระบบหรือเลือกนำมาใช้ได้ จนเกิดภาวะข้อมูลล้นตัว

4. การใช้กลไกปกป้องตนเอง เมื่อรู้สึกว่าถูกกดดัน จะแสดงการปกป้องตนเองด้วยการโต้กลับอย่างรุนแรง จนก่อให้เกิดความไม่เข้าใจต่อกัน 

 ดังนั้นเมื่อบุคคลจะตีความว่าผู้อื่นกดดันข่มขู่ตน ก็จะมีปฏิกิริยาการใช้กลไกปกป้องตนเองซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการสื่ความหมายที่ดี อาจพบได้เมื่อลูกค้ามาตำหนิทำให้ผู้ให้บริการปกป้องตนเอง

5. ภาษา สำหรับธุรกิจบริการซึ่งมีลูกค้ามากมายหลายชาติหลายภาษา ความสามารถทางภาษาก็เป็นอุปสรรคที่สำคัญต่อการสื่อสารได้ 

 ปัจจัยที่ทำให้คนแตกต่างกันด้านความสามารถทางภาษา ได้แก่ อายุ ระดับการศึกษา และพื้นฐานทางวัฒนธรรม เช่น ชาวญี่ปุ่นจะไม่นิยมพูดภาษาอังกฤษ เป็นต้น


ระบบรักษาความปลอดภัยขั้นสูง  :  รั้วไฟฟ้ากันขโมย




วันพฤหัสบดีที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2561

เช่าโกดังขนาดเล็ก ต้องดูระบบท่อไอน้ำ (กล้องวงจรปิด)

เช่าโกดังขนาดเล็ก ต้องดูระบบท่อไอน้ำ


เช่าโกดังขนาดเล็ก ในการเชื่อมโยงระหว่างเครื่องกำเนิดไอน้ำหรือหม้อน้ำและอุปกรณ์ที่ต้องการสิ่งที่สำคัญที่สุดการลงทุนที่ต้องใช้ไปในการผลิตไอน้ำ

และการใช้ไอน้ำอาจจะสิ้นเปลืองเกินความจำเป็น นอกจากว่าระบบไอน้ำเป็นไปตามจุดประสงค์ของงานมรการส่งไอน้ำ

เพื่อให้ถึงอุปกรณ์ด้วยความดันและปริมาณที่พอเหมาะ ไอน้ำแห้งและปราศจากอากาศ ไอน้ำเป็นเพียงตัวกลางที่ช่วยในการนำความร้อนเท่านั้น

 ความร้อนอาจได้มาจากน้ำมันเชื้อเพลิง ถ่านหิน ไฟฟ้า ฯลฯ และตัวกลางอาจเป็นไอน้ำ น้ำร้อน หรือน้ำมันร้อนก็ได้ 

 ในตัวกลางทั้งสามนี้ไอน้ำอิ่มตัวจะมีใช้กันกว้างขวางที่สุด ไอน้ำก็คืออุณหภูมิและความดันของไอน้ำจะมีความสัมพันธ์กันอย่างแน่นอน

เห็นได้จากตารางไอน้ำ สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับอุปกรณ์ที่ใช้ไอน้ำ ในกระบวนการซึ่งมีช่วงอุณหภูมิที่เป็นส่วนสำคัญต่อการสำเร็จของกระบวนการ 

 ในกระบวนการบางชนิดจะยอมรับความดันที่ต่ำกว่าระบุเอาไว้ที่อุปกรณ์ได้ แต่ก็จิทำให้ปริมาณการผลิตต้องลดลงไปเช่นกัน

ไอน้ำที่ส่งไปตามท่อจะสูญเสียความร้อนเป็นผลให้ไอน้ำบางส่วนกลายเป็นไอกลั่นตัวอยู่ภายในท่อและเมื่อไอน้ำถูกส่งไปถึงอุปกรณ์ต่าง ๆ 

 ที่ใช้ไอน้ำในการให้ความร้อนไอน้ำก็จะคายความร้อนแฝงให้แก่อุปกรณ์นั้น ๆ และกลายเป็นไอกลั่นตัวเช่นกัน สิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำงานของระบบทั้งหมด

การแยกไอกลั่นตัวออกจากระบบไอน้ำอย่างมีประสิทธิภาพยังจะช่วยในการประหยัดพลังงานได้อย่างดี จุดประสงค์ของการแยกไอกลั่นตัวออกจากระบบมีดังนี้


สินค้าแนะนำระบบ :  กล้องวงจรปิด


เช่าโกดังขนาดเล็ก

1. ถึงแม้ว่าท่อไอน้ำจะได้รับการหุ้มฉนวนอย่างดี การหุ้มฉนวนก็เป็นเพียงวิธีการชะลออัตราการสูญเสียความร้อนเท่านั้น 

 ความร้อนที่สูญเสียไปโดยแผ่รังสีจะทำให้ไอน้ำกลั่นตัวและไอกลั่นตัวซึ่งรวมอยู่ที่ก้นท่อจะมีผลให้เกิดการกระแทกขึ้นได้ จึงต้องจัดให้มีการแยกไอกลั่นตัวออกจากท่อส่งไอน้ำโดยเร็วที่สุด

2. ส่วนของไอน่ำอนที่จะเข้าสู่อุปกรณืต่าง ๆ ควรจะเป็นไอแห้งเพราะไอเปียกจะมีปริมาณความร้อนต่อหน่วยน้ำหนักน้อยกว่าไอแห้ง 

 ซึ่งทำให้อุปกรณ์นั้นต้องการไอน้ำทำการแยกำอกลั่นตัวออกจากไอน้ำก่อนที่จะส่งเข้าสู่อุปกรณ์ต่าง ๆ

3. ไอน้ำผ่านเข้าไปในอุปกรณ์ที่ใช้ไอน้ำแล้ว ก็จะคายความร้อนแฝงออกสู่ผิวรับความร้อนที่อยู่ภายในอุปกรณ์นั้น 

 ถ้าไม่มีการรั่ว ไอน้ำทั้งหมดก็จะกลั่นตัวเป็นไอกลั่นตัว การปล่อยให้ไอกลั่นตัวรวมตัวอยู่ภายในอุปการณ์ ก็จะเป็นผล

ให้อัตราการถ่ายเทความร้อนจากไอน้ำลดลง ทั้งนี้เพราะภายในอุปกรณ์จะเต็มไปด้วยไอกลั่นตัวแทนที่จะเป็นไอน้ำ

การกำหนดขนาดท่อไอน้ำ

การกำหนดท่อส่งไอน้ำให้พอเหมาะกับอัตราความต้องการไอน้ำ ถ้ามีท่อที่ขนาดเล็กเกินไปความดันลดก็จะมากเกินไปด้วย 

 ซึ่งมีผลทำให้อุปกรณ์ได้รับไอน้ำไม่เพียงพอ ส่วนท่อที่ใหญ่เกินไปถึงแม้ว่าจะไม่ทำความเสียหายให้กับการทำงานของอุปกรณ์ 

 ค่าใช้จ่ายในการลงทุนจะสูงขึ้นไปโดยไม่จำเป็น และยังทำให้ค่าใช้จ่ายในขณะใช้งานสูงขึ้นอันเนื่องมาจากอัตราความร้อนที่เสียไป

โดยการแผ่รังสีเพิ่มขึ้นด้วย การหาขนาดของท่อไอน้ำมีอยู่ 2 วิธี แต่ละวิธีมีตัวประกอบที่ยังไม่ทราบล่วงหน้าและจะต้องทำการสมมติในระหว่างการคำนวณ คือ

- วิธีการใช้ความเร็วของไอน้ำเป็นหลัก

- วิธีกำหนดความดันลดของไอน้ำเป็นหลัก

การกำหนดความเร็วของไอน้ำแล้ว การคำนวณก็จะขึ้นอยู่กับปริมาตรจำเพาะของไอน้ำซึ่งจะมีความสัมพันธ์กับขนาดของท่อ 

 จากประสบการณ์ทำให้พบว่าความเร็วสูงสุดของไอน้ำอิ่มตัวควรมีค่าอยู่ระหว่าง 25-35 m/s ถ้าความเร็วสูงกว่านี้อาจจะทำให้เกิดเสียงดัง

และเกิดการกัดกร่อนของท่อได้เร็วป็ดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นไอเปียก ถ้าต้องการหลีกเลี่ยงความดันลดที่มากจนเกินไปแล้ว 

 ความเร็วของไอน้ำควรจะมีค่าประมาณ 15 m/s เท่านั้น อัตราการส่งไอน้ำของท่อที่ความดันและความเร็วต่าง ๆ กัน ซึ่งจะทำให้แนวทางในการกำหนดขนาดท่อ โดยใช้ความเร็วเป็นหลักได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

การกำหนดขนาดท่อไอน้ำโดยการใช้ความเร็วเป็นหลักมักจะพบปัญหาก็คือ การที่ไม่ได้นำเอาความยาวของท่อเข้ามาคิดด้วย 

 จะทำให้ความดันลดภายในท่อไม่เป็นอย่างสม่ำเสมอและไม่อาจจะทราบความดันไอน้ำที่จุดต่าง ๆ ได้ อุปกรณ์ที่อยู่ห่างออกไปก็จะได้รับไอน้ำที่มีความดันต่ำลง 

 อุณหภูมิอาจจะมีความสำคัญต่อการทำงานของอุปกรณ์อย่างมีประสิทธิภาพ และความดันไอน้ำอิ่มตัวมีความสัมพันธ์ที่แน่นอนกับอุณหภูมิ 

 ในการที่จะให้ได้อุณหภูมิตามต้องการจึงควรที่จะหาขนาดท่อโดยวิธีการกำหนดความดันลด ซึ่งจะทำให้เราสามารถทราบความดันที่ทุก ๆ ตำแหน่งได้ 

 ในปัจจุบันนี้ได้มีการจัดทำแผนภูมิ และแผ่นเลื่อนสำเร็จรูปที่ช่วยในการหาขนาดท่อโดยวิธีมากมาย แต่วิธีหนึ่งซึ่งใช้ได้ดีก็คือการใช้ข้อมูลในตารางตามที่กำหนด

ระบบรักษาความปลอดภัยภายในบ้านด้วย  สัญญาณกันขโมยไร้สาย




 

ไอกลั่นตัว

วิศวกรบางท่านมีความเข้าใจผิดว่า ควรจะใช้ความร้อนสัมผัสของไอกลั่นตัวด้วยเพื่อการประหยัดพลังงาน การที่จะใช้ความร้อนสัมผัส

ของไอกลั่นตัวในการให้ความร้อนแก่อุปกรณ์ ก็จำเป็นที่จะต้องให้ไอกลั่นตัวนี้อยู่ในอุปกรณ์จนกว่าอุณหภูมิลดลง ซึ่งจะมีผล

ให้ประสิทธิภาพของอุปกรณ์และอัตราการผลิตผลิตภัณฑ์ลดลง การประหยัดไอน้ำโดยที่ทำให้ได้ผลิตภัณฑ์น้อยลงไม่อาจจะถือได้ว่า

เป็นการประหยัดพลังงาน เพื่อจะรักษาประสิทธิภาพของอุปกรณ์ให้สูงสุด จะต้องทำการแยกไอกลั่นตัวออกให้เร็วที่สุดโดยใช้ตัวดักไอน้ำ 

 ในกรณีเช่นนี้ไอกลั่นตัวจะมีพลังงานความร้อนสูงสุดด้วย ผู้ออกแบบและติดตั้งระบบจะต้องนำไอกลั่นตัวกลับมาใช้ต่อไปอีกเพื่อเป็นการประหยัดพลังงานที่แท้จริง 

 น้ำที่เติมให้แก่หม้อไอน้ำยังได้รับการปรับปรุงคุณภาพโดยสารเคมี ด้วยเหตุนี้ไอกลั่นตัวจึงเหมาะสำหรับการเติมให้หม้อไอน้ำมากที่สุด 

 การที่อุณหภูมิของน้ำที่ป้อนให้แก่หม้อไอน้ำสูงขึ้นจะสามารถประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง ท่อไอกลั่นตัวควรจะได้รับการหุ้มฉนวน เพื่อป้องกันการสูญเสียความร้อน ข้อดีของการนำไอกลั่นตัวกลับมาใช้งานมีดังนี้

1. เป็นการประหยัดเชื้อเพลิงของหม้อไอน้ำ

2. เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพของหม้อไอน้ำ

3. เป็นการประหยัดน้ำ

4. เป็นการประหยัดสารเคมีสำหรับปรับคุณภาพน้ำ

5. ช่วยลดมลภาวะทางอากาศโดยการลดอัตราการเผาไหม้เชื้อเพลิงลง

6. ช่วยลดเสียงที่เกิดจากการทำงานหนักเกินไปของตัวดักไอน้ำ


ระบบรักษาความปลอดภัยขั้นสูง  :  รั้วไฟฟ้า




การบริการที่ดีทำให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างไร (กล้องวงจรปิด)

 กล้องวงจรปิดดูผ่านมือถือ กับการบริการที่ดีทำให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างไร

กล้องวงจรปิดดูผ่านมือถือ  กับการบริการที่ดีทำให้ธุรกิจเติบโต และย่อมส่งผลให้อุตสาหกรรมทั้งอุตสาหกรรมเติบโตตามไปด้วย 

 รายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการเติบโตนี้ สามารถผันไปเป็นการพัฒนาและวิจัยสร้างนวัตกรรมใหม่ให้แก่อุตสาหกรรมและธุรกิจต่อไป

กล้องวงจรปิดดูผ่านมือถือ



1. โอกาสในการให้บริการที่ดี ผู้ให้บริการมีโอกาสหลาย ๆ ครั้งในแต่ละวันที่จะให้การบริการที่ดีได้ และโอกาสดี ๆ เหล่านั้นเราเรียกว่า “ช่วงเวลาแห่งความประทับใจ” 

 คือจังหวะหรือช่วงเวลาที่ลูกค้าได้สัมผัสกับเจ้าหน้าที่ เป็นช่วงเวลาของการให้และรับบริการ หรือการสัมผัสระหว่างผู้ให้และผู้รับบริการที่จุดหรือช่วงเวลานั้น 

 การบริการจากผู้ให้บริการอาจจะสร้างความประทับใจที่ดีหรือไม่ดีก็ได้

2. หลักการบริการพื้นฐาน ได้มีนักวิชาการได้ให้หลักการบริการไว้ 10 ประการ คือ

- ตระหนักถึงคุณค่าของลูกค้า

- สร้างความประทับใจแรกให้ลูกค้าได้ยาวนาน

- เติมเต็มความต้องการของลูกค้า

- ทำให้ลูกค้าออกแรงน้อยที่สุด

- ช่วยการตัดสินใจของลูค้า

- มองจากมุมมองของลูกค้า

- รบกวนเวลาลูกค้าให้น้อยที่สุด

- สร้างความทรงจำที่จะทำให้ลูกค้าอยากกลับมา

- ลูกค้าจะจำประสบการณ์ที่ไม่ดีได้เสมอ

- มองลูกค้าเป็นเจ้าหนี้

3. แนวทางของการให้บริการพื้นฐาน เพื่อให้ลูกค้าเกิดความประทับใจ โดยใช้หลัก GUMS ประกอบด้วย

- การทักทายลูกค้า

- การใช้ชื่อลูกค้าที่ถูกต้อง

- การสบตากับลูกค้า

- การส่งยิ้มให้กับลูกค้า

การใช้หลัก GUMS อาจจดจำได้ง่ายขึ้นโดยการท่องให้ขึ้นใจไว้ว่า

“ยิ้มแย้มแจ่มใส ทักทายใช้ชื่อ ถือความสุภาพเป็นสำคัญ บริการอย่างประทับใจ สิ่งสุดท้ายมิลืมขอบคุณ”

4. สรรพนามที่ควรใช้เรียกลูกค้า โดยปกติทั่วไปแล้วผู้ให้บริการควรเรียกลูกค้าว่า “คุณ หรือ ท่าน” แล้วตามด้วยชื่อถ้าจำได้ แต่ในปัจจุบัน 

 ธุรกิจการบริการมีสรรพนามที่ใช้เรียกลูกค้าแบบให้เกียรติมากขึ้นโดยใช้คำว่า “ท่าน” หากต้องทำให้เกินความคาดหวังความต้องการของลูกค้ามากขึ้นไปอีก 

 ผู้ให้บริการก็ควรเรียกลูกค้าว่า “คุณผู้หญิงและคุณผู้ชาย” 

5. ความประพฤติของพนักงานบริการ ในสายตาของลูกค้าความประพฤติก็มีส่วนในการสร้างความประทับใจให้ลูกค้าอย่างมาก ผู้ให้บริการจึงควรมีความประพฤติดังนี้

- บุคลิกลักษณะภายนอก

- ตำแหน่งการยืน

- ท่านยืน ท่าเดิน และท่านั่ง

- ท่าทาง

- สีหน้า

- การสบตา

- คำพูด

- การบอกทิศทาง/การชี้


สินค้าแนะนำ  :  กล้องวงจรปิด




 

6. การทักทายลูกค้า สิ่งแรกที่ผู้ให้บริการต้องทำเมื่อพบลูกค้า คือ การทักทาย ซึ่งแยกออกเป็น 3 กรณี คือ การไหว้ การจับมือ และการคำนับแบบตะวันตก

7. การบริหารการรอ การให้ลูกค้ารอเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยวไม่ได้สำหรับธุรกิจบริการทุกแห่ง แต่เราสามารถบริหารจัดการให้ลูกค้ารู้สึกพอใจในขณะที่รอได้ หลักของการบริหารการรอมีดังนี้

- ต้องให้ลูกค้ามีกิจกรรมทำระหว่างรอ

- ควรมีผู้มาต้อนรับลูกค้าไว้ก่อน

- ระงับความกลัวของลูกค้าที่รอ

- แจ้งให้ลูกค้าทราบถึงระยะเวลาในการรอ

- หากเป็นไปได้ ควรแจ้งให้ลูกค้าทราบถึงสาเหตุที่ต้องรอ

- การรอต้อง “เสมอภาค”

- ความนานในการรอต้องน้อยกว่าคุณค่าของการบริการ

- หากเป็นไปได้ให้ลูกค้ารอเป็นกลุ่ม

8. กรณีที่มีลูกค้ามากกว่า 1 คน การรอหรืออีกสถานการณ์หนึ่งที่เกิดขึ้นบ่อย ๆ คือ การมีลูกค้ามากกว่า 1 คนในเวลาเดียวกัน สถานการณ์นี้แบ่งได้เป็น 2 กรณีคือ

- ในเวลาเดียวกันมีลูกค้าตรงหน้ามากกว่า 1 คน ผู้ให้บริการกำลังบริการลูกค้าคนที่ 1 แต่ในขณะเดียวกันก็มีลูกค้าคนที่ 2 เข้ามารอรับบริการ

 ผู้ให้บบบริการควรปฏิบัติดังนี้ ขอโทษลูกค้าที่กำลังให้บริการอยู่ กล่าวขอเวลาสักครู่, ทักทายลูกค้าที่รออยู่ และขอให้รอสักครู่, 

 กลับมาให้บริการลูกค้าคนเดิม, บริการตามลำดับก่อนหลัง, ขอโทษลูกค้าคนที่ 2 ที่ทำให้เขาต้องรอ

- ลูกค้าในสายกับลูกค้าตรงหน้า ขณะที่ผู้ให้บริการให้บริการลูกค้าในสายที่โทรเข้ามา และขณะเดียวกันก็มีลูกค้าเข้ามารอรับบริการตรงหน้า 

 ผู้ให้บริการควรปฏิบัติดังนี้ ขอโทษลูกค้าในสาย กล่าวขอให้รอสักครู่, กดปุ่มพักสาย ทักทายลูกค้าตรงหน้า และขอให้รอสักครู่,  กลับมาให้บริการลูกค้าในสาย 

 โดยยกเลิกการพักสายและกล่าวขอโทษที่ต้องให้รอ, บริการตามลำดับก่อนหลัง ให้บริการลูกค้าในสายจนเสร็จสิ้น, เมื่อวางสายแล้ว กล่าวขอโทษลูกค้าตรงหน้าที่ทำให้เขาต้องรอ

9. การสร้างความแตกต่างด้านการบริการ วัตถุประสงค์ของการบริการลูกค้าให้ได้รับความพึงพอใจที่สุดนั้น เป็นไป

เพื่อให้องค์การของเราโดดเด่นอยู่ในความทรงจำของลูกค้าเพื่อให้ลูกค้านึกถึงองค์การของเราก่อนนึกถึงคู่แข่งซึ่งมีอยู่มากกมาย 

 องค์การของเราจะแตกต่างจากคู่แข่งได้ใน 2 แง่มุม คือ ความแตกต่างด้านสินค้า และ ความแตกต่างด้านบริการ


ระบบรักษาความปลอดภัยขั้นสูง  :   รั้วไฟฟ้ากันขโมย





วันอังคารที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2561

การสร้างโรงงาน (กล้องวงจรปิด)

การสร้างโรงงาน  กับสารดับเพลิงสะอาดทดแทนก๊าซฮาลอน



การสร้างโรงงาน  กับสารซึ่งประกอบด้วยอะตอมของธาตุจากอนุกรมฮาลอนตั้งแต่หนึ่งอะตอมขึ้นไป ธาตุเหล่านี้ได้แก่ ฟลูออรีน คลอรีน โบรมีน 

 และไอโอดีน สารประกอบที่เคยนำมาใช้เป็นดับเพลิงกันมากในอดีตมีอยู่ 5 ชนิดด้วยกัน สารประกอบฮาลอนเป็นก๊าซดับเพลิงที่ “สะอาด” 

 เก็บไว้ในถังอัดความดันซึ่งจะทำให้อยู่ในสภาพของเหลว หลังจากไฟดับแล้วจะไม่ทิ้งร่องรอยใด ๆ หรือทำความเสียหายให้กับบริเวณนั้น

เหมือนการใช้น้ำหรือโฟม แต่เนื่องจากฮาลอนเป็นสารเคมีที่อยู่ในกลุ่มประเภทที่มีคุณสมบัติในการทำลายชั้นโอโซนในบรรยากาศที่มีห่อหุ้มโลกอยู่สูงมาก 

 อันจะมีผลให้พื้นผิวโลกได้รับรังสีอุลตราไวโอเล็ตจากแสงอาทิตย์เพิ่มขึ้นจนเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อมได้

 ด้วยเหตุนี้จึงได้มีการค้นคว้าวิจัยเพื่อผลิตสามารถนำมาใช้ทดแทนฮาลอนได้ ตลอดจนบรรยายถึงวิธีการคำนวณออกแบบระบบดับเพลิงที่ใช้สารดับเพลิงทดแทนนี้

น้ำเป็นสารดับเพลิงที่หาได้ง่ายที่สุดและมีราคาถูกที่สุด ในการดับเพลิงจะทำให้พื้นที่เหล่านั้นเปียกและเกิดความเสียหายขึ้นกับวัสดุและอุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในห้อง 

 ดังนั้นน้ำจึงไม่ใช้สารดับเพลิงสะอาดและไม่เหมาะกับการใช้ดับเพลิงในอีกหลาย ๆ ส่วนของอาคาร เช่น ศูนย์คอมพิวเตอร์ ศูนย์โทรคมนาคม ฯลฯ เป็นต้น

ในจำนวนสารดับเพลิงสะอาด สารซึ่งเป็นที่ยอมรับกันมากในด้านประสิทธิภาพการดับเพลิง ความปลอดภัย และความสะอาด ซึ่งมีชื่อเรียกทางการค้าสั้น ๆ ว่า FM-200

การออกแบบระบบดับเพลิงใช้สาร FM-200


ระบบดับเพลิงที่ใช้สารชนิดนี้เหมาะสำหรับใช้ดับเพลิงในห้องที่ต้องการสารดับเพลิงสะอาดและที่ซึ่งมีคนทำงานหรืออาศัยอยู่ด้วย 

 สารดับเพลิงสามารถดับเพลิงได้โดยการเข้าไปขัดจังหวะกระบวนการเผาไหม้ทางเคมีโดยที่ไม่มีผลต่อปริมาณออกซิเจนที่มีอยู่ภายในห้อง 

 ซึ่งทำให้ผู้ที่อยู่ในห้องสามารถมองเห็น หายใจได้ และออกมาจากห้องได้อย่างปลอดภัย ดังนั้นการที่จะลดการเกิดสารพิษนี้ให้น้อยที่สุดก็

โดยการฉีดสาร FM-200 อย่างรวดเร็ว เพื่อดับเพลิงเสียก่อนที่จะมีการแตกตัวเนื่องจากความร้อนสูง

การกำหนดและออกแบบระบบท่อ FM-200


การออกแบบระบบท่อที่ดี จะต้องให้อัตราการไหลของสารในระบบท่อให้ได้ดุลย์กัน การที่จะเป็นเช่นนี้มีข้อคำนึงในการวางแบบแปลนระบบท่อดังนี้

1. จำนวนหัวฉีดก๊าซในระบบจะต้องเป็นจำนวนคู่

2. หัวฉีดแต่ละหัวควรมีอัตราการฉีดเท่ากัน

3. ท่อจ่ายจากถังเก็บ FM-200 ไปยังแต่ละหัวจ่ายควรมีขนาดและความยาวใกล้เคียงกัน

4. การต่อท่อแยกควรใช้ 3 ตา ชนิด Bullhead tee ซึ่งต่อเข้ากับท่อประธานตรงกลางและมีท่อแยกทั้ง 2 ตั้งฉากกับท่อประธาน ไม่ควรใช้ 3 ตา ชนิดที่มีท่อแยกท่อหนึ่งอยู่ในแนวเดียวกับท่อประธาน

การกำหนดขนาดท่อจะต้องคำนึงถึงระยะเวลาที่ต้องจ่ายสาร FM-200 ให้ได้ตามความเข้มข้นที่ต้องการ และความเร็วต่ำสุดภายในท่อ

เพื่อให้เกิดการไหลแบบปั่นป่วน ระยะเวลาฉีดสารกำหนดให้อยู่รหว่าง 6 – 10 วินาที ในระยะแรกของการจ่ายสารส่วนใหญ่จะอยู่

ในสถานะก๊าซเพราะการขยายตัวไปตามระบบท่อจะทำให้ความดันลดลงมาก ต่อมาจึงเป็นการไหลแบบสองสถานะคือมีทั้งสารและก๊าซปนกัน 

 ส่วนใหญ่จะเป็นสารเหลว สารเหลวและก๊าซจะผสมเป็นเนื้อเดียวกัน ซึ่งเป็นสถานะที่จะใช้ในการคำนวณกำหนดขนาดท่อ

จำนวนหัวฉีดก๊าซจะขึ้นอยู่กับขนาดของพื้นที่และระยะเวลาที่ต้องฉีดให้ได้ความเข้มข้นภายใน 10 วินาที หัวฉีดมีทั้งชนิดจ่ายด้านข้างกระจายเป็นมุม 180 องศา 

 และแบบจ่ายจากเพดานกระจาย 360 องศา รัศมีทำการของการกระจายขึ้นอยู่กับอัตราการไหล ความดันที่หัวฉีด และความสูงของเพดาน 

 ตลอดจนแบบของหัวฉีดแต่ละผู้ผลิตความดันที่เหมาะสม ที่หัวฉีดในขณะทำงานไม่ควรจะต่ำกว่า 350 kPa สำหรับรัศมีการกระจายนั้นควรที่จะตรวจสอบจากคู่มือผู้ผลิต

การคำนวณท่อรับความดัน

สารดับเพลิงโดยปรกติจะถูกเก็บอยู่ภายในถังในสถานะของเหลว เพื่อให้ถังมีความดันเพียงพอสำหรับจ่ายสารดับเพลิงเหลวไปตามท่อ

ซึ่งมีทั้งความดันลดเนื่องจากความเสียดทาน ความสูงของระบบท่อ และการขยายปริมาตรของสารดับเพลิง จำเป็นที่จะต้องอัดความดันภายในถัง

ให้สูงกว่าความดันไออิ่มตัวในขณะเป็นของเหลวอยู่ โดยปรกติจะใช้ก๊าซไนโตรเจนอัดเพิ่มความดันภายในถังสารดับเพลิง สำหรับสาร FM-200 

 แล้วมาตรฐานการอัดความดันในถัง ในการคำนวณความแข็งแรงของท่อส่งและอุปกรณ์ในระบบ ได้กำหนดให้ใช้ความดันในถังขณะบรรจุเต็มที่ที่อุณหภูมิ 55 องศา 

 ซึ่งทำให้ความดันออกแบบระบบท่อสูงกว่าความดันที่อุณหภูมิบรรจุ


สินค้าแนะนำ :  กล้องวงจรปิด




 

ระบบดับเพลิงก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์


จัดเป็นก๊าซเฉื่อย ไม่กัดกร่อน ไม่มีพิษ และไม่เป็นตัวนำไฟฟ้า ซึ่งจัดเป็นน้ำยาดับเพลิงชนิด “สะอาด” เช่นเดียวกัน 

 จะต้องใช้ความเข้มข้นของก๊าซสูงมากจึงจะสามารถดับเพลิงลงได้ ฉะนั้นอันตรายที่อาจจะเกิดจากการใช้ก๊าซนี้ในการดับเพลิงคือการทำให้ผู้ที่อยู่ภายในห้อง

ปิดนั้นรู้สึกหายใจไม่ออกและตาพร่ามัวจนทำให้หมดสติได้ ในการใช้ก๊าซดับเพลิงในพื้นที่ปิด จึงจำเป็นที่จะต้องมีสัญญาณเตือนล่วงหน้า

ประมาณหนึ่งนาทีก่อนที่จะให้ระบบทำการฉีดก๊าซออกมา เพื่อให้ผู้ที่ทำงานอยู่ภายในห้องนั้นมีเวลาที่จะหลบออกมาได้

ความเย็นที่ได้จาการฉีดก๊าซเข้าไปภายในห้องมีผลช่วยในการดับเพลิงไม่มากนัก ส่วนใหญ่สามารถดับไฟได้โดยการลดความเข้มข้นของออกซิเจน

ในอากาศลงจนถึงจุดที่ไม่ช่วยในการลุกไหม้ ในการใช้งานดับเพลิงก๊าซคาร์บอนฯจะถูกอัดเอาไว้ภายในถังให้อยู่ในรูปของของเหลว 

 ระบบดับเพลิงนี้สามารถใช้ดับเพลิงซึ่งเกิดจากวัสดุเชื้อเพลิงชนิดเดียวกันกับการใช้ก๊าซฮาลอน ส่วนใหญ่จะเป็นเพลิงที่เกิดจากของเหลวติดไฟ อุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ ตลอดจนห้องคอมพิวเตอร์ เป็นต้น

ลักษณะการจัดระบบทั่วไปของระบบดับเพลิงก๊าซคาร์บอนฯจะเหมือนกับระบบดับเพลิง FM-200 โดยเปลี่ยนจากถังเก็บก๊าซ FM-200 

 มาเป็นถังเก็บก๊าซคาร์บอนฯ เท่านั้น ซึ่งมีท่อเมนร่วมกัน ซึ่งแต่ละใบจะมีท่ออ่อนและวาล์วควบคุมด้วยไฟฟ้าติดอยู่ 

 เมื่อเกิดเพลิงไหม้อุปกรณ์ตรวจควันจะทำการเปิดวาล์วที่ถังเก็บก๊าซคาร์บอนฯเพื่อจ่ายก๊าซออกมาตามท่อพร้อมกันนี้สวิตช์ความดันก็จะส่งสัญญาณ

เตือนภัยและหยุดการทำงานของพัดลมระบายอากาศสำหรับห้องเพื่อไม่ให้ก๊าซคาร์บอนฯถูกดูดทิ้งไป

 นอกจากนี้ก็จะทำการปิดของท่อระบายอากาศ ประตูไฟ และหน้าต่างโดยอัตโนมัติ กรณีที่ระบบเกิดขัดข้องขึ้นและก๊าซคาร์บอนฯไม่ถูกปล่อยออกมา

โดยอัตโนมัติผู้ที่อยู่ในบริเวณนั้นสามารถที่จะเปิดวาล์วจ่ายก๊าซได้โดยการดึง remote control pull box ซึ่งติดตั้งอยู่ที่ผนังห้องได้

การหาปริมาณของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์


ปริมาณของก๊าซคาร์บอนฯที่ต้องใช้ในการดับเพลิงจะต้องมีความเข้มข้นสูงกว่าก๊าซ FM-200 ต้องใช้ความเข้มข้นไม่ต่ำกว่า 30% 

 สำหรับวัสดุเชื้อเพลิงธรรมดาทั่วไปซึ่งเกิดการเผาไหม้ที่ผิวหน้าก็สามารถที่จะหยุดการลุกไหม้ลงได้แล้ว แต่เชื้อเพลิงประเภทที่มีการคุแดงอยู่ภายใน

จะต้องใช้ความเข้มข้นสูงมากกว่านี้ ความเข้นข้นของก๊าซคาร์บอนฯที่ต้องใช้ในการดับเพลิงที่เกิดจากของเหลวและก๊าซชนิดต่าง ๆ 

 ในการคำนวณ หาปริมาณของก๊าซคาร์บอนฯที่ต้องใช้ทั้งหมดนั้นได้ให้ข้อมูลไว้ซึ่งทำให้สามารถคำนวณได้รวดเร็ว

อัตราการฉีดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์


การฉีดก๊าซคาร์บอนฯเข้าไปในห้องขึ้นอยู่กับปริมาณของก๊าซคาร์บอนฯ และระยะเวลาที่ต้องการให้ได้ความเข้มข้นตามที่ออกแบบ 

 สำหรับเชื้อเพลิงทั่วไปซึ่งมีการลุกไหม้อยู่ที่ผิวและต้องการความเข้มข้นไม่เกิน 34% จะต้องกำหนดท่อให้สามารถฉีดก๊าซคาร์บอนฯ 

 ให้ได้ความเข้มข้นตามต้องการภายในระยะเวลาหนึ่งนาทีจึงจะสามารถดับเพลิงได้อย่างมีประสิทธิภาพ เชื้อเพลิงประเภทที่มีการคุแดงอยู่ภายใน

ได้ควรฉีดก๊าซคาร์บอนฯระยะเวลาไม่เกิน 7 นาที และยังควรที่จะรักษาความเข้มข้นดังกล่าวเอาไว้ได้อีกอย่างน้อย 20 นาที 

 ระยะเวลาที่ต้องการรักษาความเข้มข้นเอาไว้ขึ้นอยู่กับลักษณะของวัสดุเชื้อเพลิง และอุปกรณ์ต้นเพลิงซึ่งจะต้องพิจารณาเป็นกรณีไป


ระบบรักษาความปลอดภัยขั้นสูง :  รั้วไฟฟ้า





การแต่งกายและบุคลิกภาพในการให้บริการลูกค้า (กล้องวงจรปิด)

ช่างกล้องวงจรปิด กับการแต่งกายและบุคลิกภาพในการให้บริการลูกค้า



ช่างกล้องวงจรปิด  สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้ให้บริการก็คือการแต่งกายและบุคลิกภาพ ถือเป็นสิ่งแรกที่ลูกค้าได้พบเห็นและทำให้เกิดความประทับใจในทางบวกและลบก็ได้ 

 และที่สำคัญถือว่าผู้ให้บริการเป็นตัวแทนขององค์การย่อมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่องค์การ และในทางตรงกันข้ามหากผู้ให้บริการบุคคลิกภาพ

ไม่ดีหรือการแต่งกายไม่สุภาพเรียบร้อยก็ย่อมส่งผลให้ลูกค้าไม่เชื่อถือองค์การนั้น ๆ

 ความประทับใจแรกเป็นสิ่งสำคัญ จนมีคำกล่าวว่า “ความประทับใจแรกเป็นความประทับใจที่ยาวนาน” ลูกค้าจะเก็บความรู้สึกที่ดี

ที่เกิดขึ้นในระหว่างความประทับใจแรกไว้ในความทรงจำเป็นเวลานาน และยากที่สิ่งอื่นจะเปลี่ยนความรู้สึกนั้นได้ ดังนั้นความประทับใจแรกถือว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมาก 

 ผู้ให้บริการจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสร้างความประทับใจแรกที่ดีให้เกิดขึ้นกับลูกค้าให้ได้ เพราะหากลูกค้ามีความประทับใจกับองค์การของเราในครั้งแรกแล้ว

หากมีความผิดพลาดเกิดขึ้นในการบริการขั้นต่อไปความผิดพลาดนั้นก็ดูจะไม่ร้ายแรงเท่าที่ควรในความคิดของลูกค้า 

 ในปัจจุบันความประทับใจแรกเกิดขึ้นได้ภายในเวลาอันสั้น ระยะเวลาที่สั้นลงนั้นบ่งบอกถึงความเร็วในการตัดสินใจของมนุษย์ที่มากขึ้นตามกระแสโลก 

 ผู้ให้บริการจึงมีเวลาไม่นานนักที่จะสร้างความประทับใจแรกให้เกิดขึ้นกับลูกค้าบุคลิกภาพเป็นภาพใหญ่ที่ลูกค้าจะมองเห็นได้ 

 ผู้ให้บริการจึงควรเริ่มต้นที่บุคลิกภาพที่น่าประทับใจ บุคลิกภาพประกอบด้วย 4 ส่วนด้วยกันคือ

- บุคลิกภาพภายนอก การแต่งกาย ความเรียบร้อยของหน้า ทรงผม

- อิริยาบถและมารยาท การยืน เดิน นั่ง พูด ยิ้ม

- อารมณ์

- ทัศนคติ

สินค้าแนะนำ :  กล้องวงจรปิด




รอยยิ้ม

สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้ให้บริการในทุก ๆ ธุรกิจนั่นก็คือ “รอยยิ้ม” เพราะทำให้ลูกค้ารู้สึกอบอุ่น เป็นกันเอง ผ่อนคลาย 

 การใช้รอยยิ้มให้ถูกต้องถูกที่ถูกเวลาแล้วรอยยิ้มยังอาจคลี่คลายสสถานการณ์ต่าง ๆ ที่รุนแรงหรือบรรเทาความโกรธลงได้ 

 และสำหรับผู้ให้บริการ รอยยิ้มยังถือว่าเป็นการให้กำลังใจตนเอง ทำให้มีความมั่นใจในตนเองมากขึ้นด้วย และถือเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องแต่งกาย

ทำงานไม่ว่าพนักงานคนนั้นจะสวมเครื่องแบบหรือไม่ก็ตาม คนเราทุกคนสามารถยิ้มได้อยู่แล้วตามธรรมชาติ แต่สำหรับผู้ให้บริการจำเป็นต้องทราบว่ารอยยิ้มแบ่งเป็นสองประเภท คือ

- รอยยิ้มจริงใจ เกิดจากความรู้สึกที่เบิกบานและมีมิตรไมตรีของผู้ยิ้ม สังเกตได้ง่ายเพราะยิ้มจริงใจจะยแสดงออกทั้งปาก ดวงตา 

และใบหน้า รอยยิ้มที่จริงใจไม่จำเป็นต้องยิ้มกว้างหากแต่เป็นยิ้มที่มีพลังสร้างความสุขสดชื่นให้พบผู้ที่ได้พบเห็นก็เพียงพอ

- รอยยิ้มเสแสร้ง เป็นรอยยิ้มที่เกิดขึ้นเพราะแรงขับเคลื่อนบางประการที่ไม่ใช่ความรู้สึกเบิกบานอย่างแท้จริง อาจเกิดจากความกดดันจากหน้าที่

การงานบังคับให้ต้องยิ้มทั้ง ๆ ที่เหนื่อยแสนเหนื่อยทั้งกายและจิตใจ จึงทำให้รอยยิ้มนั้นปรากฏแค่เพียงที่ปากในขณะที่ดวงตา

และใบหน้าไม่ได้ยิ้มด้วย และจะมีรอยยิ้มที่กว้างเพียงใดแต่ก็ไม่ได้สร้างความสุขสดชื่นให้แก่ผู้ที่ได้พบเห็น

บุคลิกภาพภายนอก

สำหรับผู้ให้บริการ การแต่งกายและบุคลิกภาพภายนอกแบ่งออกได้เป็น 2 ส่วน ดังนี้ พนักงานที่สวมเครื่องแบบ และพนักงานที่ไม่ได้สวมเครื่องแบบ


1.  พนักงานที่สวมเครื่องแบบ เครื่องแต่งกายที่องค์การเป็นผู้กำหนดให้กับพนักงานทุกคนทุกตำแหน่งที่จะต้องสวมใส่ในเวลาทำงาน 

 และมีความสำคัญเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าผุ้ให้บริการพร้อมที่จะให้บริการ, ช่วยเพิ่มความสะดวกและปลอดภัยในการทำงาน, บ่งบอกความเป็นสมาชิกขององค์การนั้น, บ่งบอกความเป็นหนึ่งเดียวกัน

2.  พนักงานไม่สวมเครื่องแบบ จะมีอิสระในการแต่งกาย แต่ยิ่งมีอิสระยิ่งต้องระมัดระวังมาก เพราะเราไม่ได้แสดงความเป็นสมาชิกขององค์การ

โดยการสวมเครื่องแบบ แต่ลูกค้าก็รู้อยู่แล้วว่าเป็นส่วนหนึ่งขององค์การ และไม่ว่าจะสวมเครื่องแบบหรือไม่ก็ตาม 

 เราก็สามารถสร้างความประทับใจแรกได้ทั้งสิ้น “การแต่งกาย” ไม่ได้หมายถึงเสื้อผ้าแต่เพียงอย่างเดียว ยังหมายความรวมถึงความเรียบร้อยของหน้าตา 

 ทรงผมและเครื่องประดับอีกด้วย การแต่งกายโดยไม่มีเครื่องแบบควรคำนึงถึงตนเองและสไตล์ที่เหมาะสมกับตนเอง, คำนึงถึงกาลเทศะ, ความสะอาด สวยงามและสุภาพ เป็นต้น


อุปกรณ์รักษาความปลอดภัยขั้นสูง :  รั้วไฟฟ้ากันขโมย




 

สุภาพบุรุษ

ธุรกิจการบริการ สำหรับผู้ชายควรสวมเสื้อเชิ้ต ผูกเนคไท และมีแจ็กเก็ตหรือสูทติดตัวไว้เสมอ ความเป็นทางการของสูทและแจ็กเก็ตต่างกันด้วย 

 คือ สูทจะมีความเป็นทางการมากกว่าแจ็กเก็ต แต่การใส่แจ็กเก็ตกับกางเกงที่ตัดเย็บด้วยผ้าคนละม้วนก็เป็นเรื่องที่ทำได้ เพียงแต่ผู้ให้บริการต้องพิจารณาให้เข้ากับกาลเทศะเท่านั้น

อิริยาบถของผู้ให้บริการ

การยืน ในส่วนของผู้ให้บริการควรยืนให้ตรงในท่าเตรียมพร้อมให้บริการ ต้องคำนึงถึงตำแหน่งการยืน และท่ายืนก็มีความสำคัญเช่นกัน 

 เพราะถือเป็นภาษากายที่บอกลูกค้าถึงความพร้อมในการให้บริการ โดยผู้ให้บริการควรยืนตรง หลังตรง หน้าตรง มือวางข้างลำตัว 

 แต่ท่ายืนนี้อาจเป็นทางการมากเกินไป และทำให้ลูกค้ารู้สึกเกร็ง อึดอัดได้ ผู้ให้บริการจึงควรที่จะในลักษณะดังนี้

- ต่อหน้าลูกค้าไทยและลูกค้าชาวตะวันออก ให้ยืนตัวตรง หน้าตรง และอมยิ้มพร้อมให้บริการ ไม่ยืนพักขา พร้อมทั้งประสานมือไว้หรือกุมมือไว้ที่หน้าท้อง 

 ซึ่งถือว่าเป็นการแสดงความเคารพและการให้เกียรติแก่ลูกค้า

- ต่อหน้าลูกค้าชาวตะวันตก ให้ยืนตัวตรง หน้าตรง อมยิ้มพร้อมให้บริการ ไม่ยืนพักขามือไขว้หลัง พักมือไว้ที่บั้นเอว ท่ายืนนี้ทำให้ลำตัวยืดตรง 

 ดูสง่างาม และยังเป็นภาษากายที่สื่อความหมายว่าเราพร้อมจะให้บริการอีกด้วย ต่อหน้าลูกค้าชาวตะวันตก ผู้ให้บริการไม่ควรยืนประสานมือไว้ด้านหน้า 

 เพราะในวัฒนธรรมตะวันตก การประสานมือไว้ด้านหน้าลำตัว ไม่ว่ามือจะอยู่ในตำแหน่งใดก็ตาม ถือเป็นการปกป้องหรือปิดกั้นตนเอง 

 เป็นภาษากายที่สื่อว่าบุคคลนั้นต้องการอยู่ลำพัง ไม่ต้องการติดต่อกับผู้อื่น และระวังตัวจากผู้อื่น ภาษากายเช่นนี้ไม่ใช้ภาษากายที่ผู้ให้บริการที่ดีจะสื่อไปยังลูกค้า

ในขณะที่ยืนไม่ว่าท่าใดผู้ให้บริการไม่ควรทำกิริยาไม่เหมาะสม เช่น ล้วง แคะ แกะ เกา ไอ จาม หาว เรอ ค้อน ถอนหายใจ ไม่ยืนพักขา หรือล้วงกระเป๋า และไม่ยืนหันหลังให้ลูกค้าโดยเด็ดขาด



สินค้าระบบรักษาความปลอดภัยภายในบ้าน :  สัญญาณกันขโมยไร้สาย


 

ท่าเดิน ลักษณะต่าง ๆ ของท่าเดิน มีดังนี้

- เมื่อเดินคนเดียว ผู้ให้บริการควรที่จะเดินตัวตรง ขณะเดิน ตาควรมองตรงไปข้างหน้าเพื่อป้องกันการเดินชนหรือสะดุดล้ม

 อีกทั้งสามารถสังเกตเห็นลูกค้าที่ต้องการความช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว ควรเหลือบมองด้านข้างเป็นระยะ ๆ เพื่อป้องกันการเดินชนหรือเดินตัดหน้าลูกค้า 

 ไม่ควรล้วงกระเป๋าหรือเอามือไขว้หลังขณะเดิน และไม่คุยกันด้วยเสียงดังเกินควร ท่าเดินที่ดีนั้นควรเป็นท่าเดินที่ “มั่นใจเงียบ” ควรหลีกเลี่ยงการวิ่ง 

 ผู้ให้บริการจะวิ่งเมื่อมีเหตุจำเป็นจริง ๆ เท่านั้น หากไม่รีบมากนักให้ใช้การเดินเร็วแทน

- เมื่อเดินกับลูกค้า ผู้ให้บริการอาจเดินกับลูกค้าได้ใน 2 กรณีคือ ลูกค้ารู้ทางเดินดีอยู่แล้ว ผู้ให้บริการเดินตามอยู่ทางด้านซ้ายมือของลูกค้า, 

 เมื่อต้องเดินนำทางลูกค้า ให้เดินนำหน้าและอยู่ทางขวามือของลูกค้า ทั้งนี้เพื่อผู้ให้บริการจะสามารถใช้มือขวาผายบอกทิศทางให้แก่ลูกค้าได้

- บัเมื่อต้องก้มลงเก็บของระหว่างเดิน ให้ยืนมาหยุดที่หน้าของนั้น แล้วย่อเข่าลง ขณะเก็บของพยายามให้ตัวตั้งฉากกับพื้นให้มากที่สุด

- การเดินลงบันได ให้บิดตัวเอาด้านข้างลง ทั้งนี้เพื่อความสวยงาม และเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ เพราะหากเดินลงแบบหน้าตรง หากตกบันได การบาดเจ็บจะร้ายแรง แต่หากเอาด้านข้างลง ความแรงของอุบัติเหตุจะลดลง

ท่านั่ง ผู้ที่ให้บริการควรนั่งหลังตรง และไม่นั่งพิงพนัก เพราะท่านั่งที่สบายเกินไปมักทำให้ง่วงนอนและเสียกิริยาได้ ผู้ให้บริการที่เป็นผู้หญิงควรนั่งเข่าชิด 

 หรือแยกห่างกันไม่มากนัก รวบข้อเท้าไว้ด้วยกัน จะทำให้เกิดภาพที่สวยงาม และเมื่อต้องก้มลงหยิบของให้ใช้สะโพกเป็นจุดหมุน

ผู้ให้บริการควรรักษาบุคลิกภาพของตนให้ดีอยู่เสมอด้วยการมีสติและรู้ตัว เพราะบุคลิกภาพดีย่อมทำให้ลูกค้าเกิดความประทับใจได้ง่าย 

ซึ่งทั้งหมดบริษัทกล้องวงจรปิด ต้องอบรม ช่างกล้องวงจรปิด ก่อนออกทำงานหรือตรวจสอบความเรียบร้อย


 

วันจันทร์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2561

ทัศนคติในการบริการ ที่มีต่อการทำงาน (กล้องวงจรปิด)

ชุดกล้องวงจรปิดราคาถูก กับทัศนคติในการบริการ ที่มีต่อการทำงาน


ชุดกล้องวงจรปิดราคาถูก  ความรู้สึกนึกคิดของบุคคลในการประเมินการบริการ ทำให้มีปฏิกิริยาตอบสนองต่อการบริการที่มีความโน้มเอียงไปทางใดทางหนึ่ง

ด้วยการแสดงออกในทางบวกหรือลบได้ ในสถานการณ์การบริการ บุคคลจะประเมินว่าการบริหารนั้น ๆ เป็นอย่างไร เต็มใจหรือไม่เต็มใจให้บริการ ประทับ

ใจหรือไม่ประทับใจในการบริการ และบุคคลจะมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อการบริการนั้น ๆ ไปในลักษณะใด ทั้งนี้พฤติกรรมการแสดงออกที่เกิดขึ้นจะมีผลต่อทัศนคติของบุคคลที่มีต่อการบริการในครั้งต่อ ๆ ไปได้

 
ชุดกล้องวงจรปิดราคาถูก


ทัศนคติของผู้ให้บริการ


สิ่งที่เป็นประโยชน์สำหรับการดำเนินชีวิตของบุคคลส่วนมากนั้นได้แก่ ทัศนคติเพราะช่วยให้บุคคบค้นพบความต้องการที่ตนเองมีอยู่ 

 และการกระตุ้นให้บุคคลแสดงออกโต้ตอบต่อสิ่งนั้นไปในทิศทางที่ตนเองต้องการหรือไม่ต้องการตามความพอใจส่วนบุคคล

 ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าหรือผู้ให้บริการย่อมมีทัศนคติต่อการบริการในแง่มุมต่าง ๆ กัน ขึ้นอยู่กับความรู้สึกและประสบการณ์การเรียนรู้ของแต่ละบุคคลที่มีต่อการบริการที่ได้รับในการดำเนินชีวิตประจำวัน

การดำเนินงานบริการอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นไปอย่างราบรื่นนั้นย่อมขึ้นอยู่กับทัศนคติของผู้ให้บริการเป็นสำคัญ ผู้ให้บริการทำให้เกิดความรู้ความเข้าใจ

ในการปรับเปลี่ยนและพัฒนาพฤติกรรมการบริการของผู้ให้บริการอย่างเหมาะสม สอดคล้องกับสิ่งที่ลูกค้าต้องการหรือคาดหวังไว้ ผู้ให้บริการจะมีทัศนคติที่ดีหรือไม่ เป็นผลมาจากปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้

- คุณลักษณะส่วนบุคคล

- ลักษณะงาน

- สภาพการทำงาน

- ผู้ร่วมงาน

- ประสบการณ์การทำงาน

Service Mind และ Service Self

อุตสหกรรมบริการได้นำทัศนคติมาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงาน หรือ “จิตใจให้บริการ” หมายถึงการอำนวยความสะดวก การช่วยเหลือ 

 การให้ความกระจ่าง การสนับสนุน การเร่งรัดหรือการทำงานตามสายงาน และความกระตือรือร้นต่อการให้บริการคนอื่น 

 รวมทั้งการยิ้มแย้มแจ่มใส ให้การต้อนรับด้วยไมตรีจิตที่ดีต่อผู้อื่น ต้องการให้ผู้อื่นประสบความสำเร็จในสิ่งที่เขาต้องการ การให้ที่จริงใจ ไม่หวังผลตอบแทน

กลยุทธ์หลักสำคัญในการปลูกฝังจิตใจให้บริการแก่พนักงานนั้น องค์การต้องเริ่มต้นจากสิ่งต่อไปนี้

- การจัดบรรยากาศสถานที่ทำงาน

- ปลูกฝังพนักงานให้เต็มใจบริการ

- ปลูกฝังให้พนักงานยิ้มแย้มเจ่มใส

- ปลูกฝังให้พนักงานไม่นิ่งดูดาย

- ปลูกฝังให้พนักงานรู้สึกอย่างแรงกล้าและลึกซึ้งถึงความสำคัญต่อลูกค้า

- ปลูกฝังให้พนักงานมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าด้วยความรวดเร็วและเต็มใจ

- ปลูกฝังให้พนักงานมีกรสื่อสารที่ดี

- ปลูกฝังการเอาใจเขามาใส่ใจเรา

- การพัฒนาเทคโนโลยี

- การติดตามประเมินผล และมาตรการประกันคุณภาพการให้บริการ


สินค้าแนะนำ  :  กล้องวงจรปิด




 

ผลของการมีจิตใจให้บริการ

การที่มีผู้ให้บริการหรือบุคคลที่มีจิตใจให้บริการช่วยให้เกิดผลดีต่อลูกค้า และต่องานที่ทำของบุคคลหรือผู้ให้บริการ ดังนี้

1. ผลดีต่อลูกค้า ทำให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจ สามารถเพิ่มปริมาณ คุณภาพ และความรวดเร็วในงานได้ ประหยัดเงินและประหยัดเวลา เกิดความรู้สึกที่ดีต่อผู้ให้บริการ

2. ผลดีต่อผู้ให้บริการเอง ทำให้งานเกิดความสำเร็จ เกิดภาพสะท้อนที่ดีต่อบุคคลและองค์การ มีกำลังใจ คิดสร้างสรรค์งานต่อไป

3. ผลดีต่องานที่ทำ งานเป็นที่พึงพอใจ งานเกิดการพัฒนาต่อไป งานช่วยให้องค์การประสบความสำเร็จ

ความพึงพอใจของผู้ให้บริการ

การแสดงออกถึงความรู้สึกในทางบวกที่เกิดจากการประเมินประสบการณ์และผลตอบแทนความพึงพอใจในงาน ได้แก่ ลักษณะงาน อัตราจ้าง 

 โอกาสก้าวหน้า และผลประโยชน์ ที่ได้รับจากงานในระดับที่เป็นไปตามความคาดหวังที่บุคคลตั้งไว้ ในทางตรงกันข้ามความไม่พึงพอใจในงาน 

 ภาวะการแสดงออกถึงความรู้สึกในทางลบที่เกิดจากการประเมินประสบการณ์ และผลตอบแทนที่ได้รับจากงานในระดับที่ต่ำกว่าสิ่งที่คาดหวังไว้ว่าจะได้รับ

สถานการณ์การทำงานความพึงพอใจทั้งสองลักษณะมีความหมายกับความพอใจในการบริการทั้งที่เกี่ยวกับลูกค้าและพนักงานผู้ให้บริการ 

 เป็นบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในสถานการณ์การบริการให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ หากองค์การบริการสามารถสร้างความพอใจ

ในการบริการ ทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการบริการมีความรู้สึกในทางบวก ก็จะเป็นผลมาจากการประเมินเปรียบเทียบสิ่งที่ได้รับจริง 

 ในระดับที่สอดคล้องหรือมากกว่าสิ่งที่คาดหวังไว้ในสถานการณ์การบริการที่เกิดขึ้น ย่อมก่อให้เกิดผลดีต่อกิจการบริการนั้น

ความสำคัญของความพึงพอใจในการบริการ

ในการดำเนินงานบริการเป้าหมายสูงสุดของความสำเร็จขึ้นอยู่กับกลยุทธ์การสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า 

 เพื่อให้ลูกค้าเกิดความรู้สึกที่ดีและประทับใจในการบริการที่ได้รับและกลับมาใช้บริการอีก ความรู้ความเข้าใจในความพึงพอใจจะนำมาซึ่งความได้เปรียบในเชิงการแข่งขันทางการตลาด 

 เพื่อความก้าวหน้าและการเติบโตของธุรกิจบริการอย่างไม่หยุดยั้ง และส่งผลให้สังคมส่วนรวมมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ความพึงพอใจมีความสำคัญต่อผู้ให้บริการและลูกค้า 

 ซึ่งนับว่าความพึงพอใจทั้งสองลักษณะมีความสำคัญต่อการพัฒนาคุณภาพของการบริการและการดำเนินงานบริการให้ประสบความสำเร็จ

เพื่อสร้างและรักษาความรู้สึกที่ดีต่อบุคคลทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการบริการ

ความพึงพอใจของผู้ให้บริการ ติดตั้งกล้องวงจรปิด

ความรู้สึกในทางบวกของผู้ให้บริการ จากการประเมินเปรียบเทียบที่ผู้ให้บริการได้รับในการบริการกับสิ่งที่ผู้ให้บริการคาดหวังว่าจะได้รับจากการบริการในการดำเนิงานบริการ 

 ความรู้สึกดังกล่าวแปรเปลี่ยนได้หลายระดับ ขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมและนโยบายของงานบริการแต่ละประเภท ปัจจัยที่มีผลต่อความพึงพอใจของผู้ให้บริการ 

 พนักงานจะมีความพึงพอใจในระหว่างการปฏิบัติงานหรือไม่ มีปัจจัยสำคัญ ๆ ดังนี้

1. ลักษณะงาน

2. การนิเทศงาน

3. เพื่อนรวมงาน

4. ค่าจ้างงาน

5. โอกาสก้าวหน้าในงาน



 

ระบบรักษาความปลอดภัย  :  รั้วไฟฟ้า  


ความสัมพันธ์ระหว่างความพึงพอใจของลูกค้าและความพึงพอใจของผู้ให้บริการ


ธุรกิจบริการความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับการให้ความสำคัญต่อความพึงพอใจของลูกค้าหรือตัวลูกค้าแต่เพียงประการเดียว 

 ต้องคำนึงถึงความพึงพอใจของพนักงานบริการควบคู่ไปกับความพึงพอใจของลูกค้ากลายเป็นกลยุทธ์ของการบริการและการตลาดสมัยใหม่ 

 หรือที่เรียกว่า “การบริหารการบริการเชิงกลยุทธ์” โดยเน้นความสัมพันธ์ระหว่างการสร้างความพึงพอใจภายในองค์การ 

 และความพึงพอใจภายนอกองค์การให้มีความเชื่อมโยงกัน โดยความพึงพอใจของลูกค้ามีผลมาจากความพึงพอใจของพนักงาน 

 และความพึงพอใจของพนักงานจะเป็นแรงจูงใจโดยตรงต่อการทำงานบริการอย่างมีคุณภาพ การทำให้ลูกค้าเกิดความรู้สึกพึงพอใจและทำให้กิจกรรมบริการมีปริมาณลูกค้าเพิ่มขึ้น และนำไปสู่การสร้างความพึงพอใจต่อพนักงานต่อไปเรื่อย ๆ

ความพึงพอใจของผู้รับบริการและผู้ให้บริการต่างมีอิทธิพลต่อความสำเร็จในการดำเนินงานบริการ ผู้บริหารองค์การจำเป็นที่จะต้องสร้าง

และรักษาความพึงพอใจของลูกค้าและผู้ให้บริการที่มีต่อการบริการอย่างเท่าเทียมกัน ความพึงพอใจในการบริการจึงจะบังเกิดขึ้นอย่างแท้จริง



วันอาทิตย์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2561

สร้างโรงงานราคา ประหยัดต้องไม่ลืม ขนาดของท่อน้ำสำหรับระบบโปรยน้ำฝอย (กล้องวงจรปิด)

สร้างโรงงานราคา ประหยัดต้องไม่ลืม ขนาดของท่อน้ำสำหรับระบบโปรยน้ำฝอย


สร้างโรงงานราคา  ขนาดท่อน้ำที่จ่ายให้กับหัวฉีดอาจคำนวณได้จากประสบการณ์ ประกอบการการทดลองซึ่งใช้งานได้ผลดีมาแล้วในอดีต ส่วน hydraulic calculation 

 นั้นเหมาะสำหรับใช้กับระบบขนาดใหญ่ที่ต้องการอัตราน้ำมาก เพราะจะให้การกระจายน้ำที่สม่ำเสมอดีและยังสามารถออกแบบขนาดท่อได้อย่างประหยัดอีกด้วย 

 วิธีที่ง่ายแก่การปฏิบัติก็คือการใช้ประสบการณ์การศึกษาระบบที่ใช้งานอยู่และผลการทดลองประกอบแล้วจัดทำเป็นตารางของขนาดท่อ



สร้างโรงงานราคา

สินค้าแนะนำ :  กล้องวงจรปิด


การจัดระบบท่อและระยะของหัวฉีด

ผู้ออกแบบควรจัดระบบท่อให้จ่ายอยู่กลางกลุ่มของหัวฉีด ทั้งนี้เพื่อลด friction loss ภายในท่อให้อยู่ในระดับที่พอเหมาะทางด้านปฏิบัติ วิธีการเดินท่อสำหรับหัวจ่ายที่เหมาะสม 4 แบบ คือ

- แบบ ก เรียกว่า central feed

- แบบ ข เรียกว่า side central feed

- แบบ ค เรียกว่า central end feed

- แบบ ง เรียกว่า side end feed

พื้นที่ที่เป็นอาคารเดียวกัน อาจจะใช้ท่อเมนเพียงท่อเดียวในการทำการจ่ายน้ำได้ แต่ก็ไม่เป็นที่นิยมทำกันทางด้านปฏิบัติ 

 ยกเว้นเสียแต่ว่าแต่ละส่วนมีพื้นที่และจำนวนหัวฉีดน้อยเท่านั้น ในลักษณะที่มีพื้นที่กว้างควรจะจัดท่อดิ่งเมนสำหรับจ่ายแต่ละพื้นที่โดยเฉพาะทั้งนี้

เพื่อความสะดวกในการซ่อมบำรุงทีละส่วน ตลอดจนแบ่งเขตการป้องกันเพลิงให้พอเหมาะ สำหรับตำแหน่งของหัวฉีดจะต้องจัดให้พอเหมาะโดยคำนึกงถึงสิ่งต่อไปนี้

1. จำนวนพื้นที่ป้องกันเพลิงสูงสุดของแต่ละหัวฉีด

2. จัดหัวฉีดไม่ให้มีสิ่งกีดขวางทิศทางของการโปรยน้ำ

3. ระยะห่างของหัวฉีดจากระดับเพดาน

วาล์วสัญญาณเตือนภัยสำหรับระบบท่อเปียก

ในระบบดับเพลิงแบบโปรยน้ำจะต้องมีวาล์วสัญญาณสำหรับเตือนภัยอยู่ด้วย มักจะติดอยู่ใกล้ส่วนล่างของท่อยืน หรือที่ท่อแยกสสำหรับแต่ละชั้น หน้าที่สำคัญของวาล์วสัญญาณเตือนนภัยก็คือ

- เป็นสัญญาณแจ้งเพลิงไหม้

- ช่วยให้การดับเพลิงมีประสิทธิผลดีขึ้น

หน้าที่ประการหลังนี้สืบเนื่องมาจากประการแรก ระบบดับเพลิงจะโปรยน้ำโดยอัตโนมัติ อาจจะไม่สามารถดับไฟให้หมดได้ในทันที 

 สัญญาณเตือนภัยจะช่วยให้ผู้อยู่ในอาคารสามารถช่วยในการดับเพลิงเพิ่มขึ้นอีก โดยใช้เครื่องดับเพลิงหิ้วได้ ฯลฯ 

 การทำงานในบางครั้งของหัวฉีดเพียงหนึ่งหรือสองหัวก็สามารถดับไฟลงได้แล้ว ผู้ที่มาเพราะสัญญาณเตือนภัยก็อาจจะปิดวาล์วน้ำซึ่งจะทำให้

ทรัพย์สินเสียหายจากการถูกน้ำลดลงไปได้ด้วย ปรกติวาล์วนี้จะปิดอยู่โดยมีความดันน้ำอยู่ภายในท่อน้ำที่ต่ออยู่ทั้งสองด้าน 

 เมื่อหัวฉีดเปิดให้น้ำไหลออกไป ความดันด้านหนึ่งจะลดลง น้ำภายในท่อก็จะดันแผ่นกั้นน้ำให้ยกขึ้นด้านข้างของวาล์วจะมีรูเล็ก ๆ ให้น้ำไหลออกไปได้ 

 ซึ่งจะต่ออยู่กับสวิตช์เตือนภัย ความดันของน้ำจะทำให้สวิตช์เตือนภัยส่งเสียงดังเพื่อแจ้งสัญญาณเพลิงไหม้


ระบบรักษาความปลอดภัย :  รั้วไฟฟ้า




 

ระบบดับเพลิงชนิดพ่นน้ำเป็นฝอย

ระบบแบบพ่นน้ำฝอย หัวฉีดทุกหัวจะทำงานพร้อมกัน โดยมีระยะห่างที่พอเหมาะ กรณีที่เกิดเพลิงไหม้ที่บริเวณใกล้เคียงจนอุณหภูมิรอบ ๆ 

 สูงขึ้นอาจจะเป็นอันตรายได้ อุปกรณ์ตรวจความร้อนจะเปิดวาล์วน้ำและหัวฉีดทุกหัวจะทำการพ่นน้ำตรงไปยังพื้นผิวเพื่อทำการหล่อผิวให้เย็นลง 

 ตำแหน่งของท่อและหัวฉีดเมื่อเทียบกับผิวที่จะหล่อเย็นจะต้องจัดตามลักษณะและขนาดของผิวนั้น ซึ่งไม่มีกฏเกณฑ์ที่จะกำหนดให้แน่นอนลงไปได้ 

 ปรกติแล้วระบบนี้จะต้องการไหลของน้ำสูงกว่าระบบโปรยน้ำฝอยมากส่วนความดันน้ำที่ต้องการมักจะอยู่ระหว่าง 3 บาร์ ถึง 10 บาร์ 

 ซึ่งขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ของระบบ เมื่อสามารถกำหนดตำแหน่งของหัวฉีด และอัตราความต้องการของน้ำได้แล้ว ก็สามารถคำนวณหาขนาดของท่อและอุปกรณ์ให้ความดันแก่น้ำได้

ระบบน้ำยาสร้างฟองอากาศ

เหมาะสำหรับการดับไฟที่เกิดจากน้ำมัน หรือเชื้อเพลิงเหลวต่าง ๆ แต่ไม่เหมาะที่จะใช้กับเครื่องจักรและบริเวณที่อาจจะเกิดอันตรายจากไฟฟ้าได้ 

 เพราะการชำระล้างจะทำได้ยากและเป็นตัวนำไฟฟ้า หลักการของระบบนี้ก็คือ การเติมน้ำยาที่ช่วยให้เกิดฟองอากาศลงไปในน้ำที่ใช้ดับเพลิง 

 ซึ่งเมื่อฉีดออกไปแล้วฟองอากาศเล็ก ๆ จำนวนมากจะไปปกคลุมบนเชื้อเพลิงให้มิดชิด ความเย็นของน้ำซึ่งทำหน้าที่ลดอุณหภูมิลงจนถึงจุดที่ต่ำกว่าการติดไฟ 

 ฟองอากาศเหล่านี้จำทำหน้าที่ปิดกั้นไม่ให้ออกซิเจนจากภายนอเข้ามาช่วยในการลุกไหม้ด้วยความหนาของโฟมที่ใช้ในการปกคลุมผิวหน้าของเชื้อเพลิงเหลวนี้ขึ้นอยู่กับ

ลักษณะของพื้นที่ การใช้งานอยู่ภายในอาคารความหนาของโฟมเพียง 100 มม. ถึง 200 มม. ก็อาจจะเพียงพอ ถ้าเป็นการใช้งานอยู่กลางแจ้ง

นอกอาคารอาจจะต้องใช้โฟมหนากว่า 300 มม.ขึ้นไป น้ำยาที่ช่วยให้เกิดฟองอากาศมีอยู่หลายชนิด ขึ้นอยู่กับชนิดของน้ำยา

และอุปกรณ์ที่ใช้ระบบน้ำยาสร้างฟองอากาศนี้ใช้ได้ทั้งระบบดับเพลิงสายสูบ และระบบหัวฉีดแบบโปรยน้ำ

ระบบผสมน้ำยาของโฟม

ระบบสามารถปรับสัดส่วนของน้ำยาและน้ำได้อัตโนมัติ อาศัยความดันและเครื่องสูบน้ำยา จะส่งน้ำยาให้ไหลผ่านไปเข้าท่อน้ำตรงอุปกรณ์ผสมน้ำยาซึ่งเป็น nozzle 

 จะทำหน้าที่กระจายน้ำยาเข้าผสมกับน้ำในลักษณะที่ต้องการ ต่อเข้ากับท่อน้ำและท่อน้ำยาตามลำดับ ความดันน้ำสูงกว่าความดันของน้ำยา 

 วาล์วนี้จะหรี่ลงเพื่อให้น้ำยาไหลออกไปสู่ระบบมากขึ้น ในทางกลับกัน ความดันของน้ำยาสูงกว่าของน้ำ วาล์วก็จะปล่อยให้น้ำยาไหลผ่านกลับเข้ามาถังน้ำยามากขึ้นด้วย


การรักษาความปลอดภัยภายในบ้าน :  สัญญาณกันขโมยไร้สาย





วันศุกร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2561

ผู้ให้การบริการติดตั้งหรือพนักงานขายควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรม (กล้องวงจรปิด)

ติดตั้งกล้องวงจรปิดราคาถูก  ผู้ให้การบริการติดตั้งหรือพนักงานขายควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมหลาย ๆ อย่าง เช่น


สินค้าแนะนำ :  กล้องวงจรปิด


- ลืมยิ้ม รอยยิ้มถือเป็นหัวใจสำคัญของการบริการเป็นความประทับใจอย่างแรก ผู้ให้บริการที่ไม่ยิ้มเป็นภาษากายที่แสดงว่า ไม่พร้อมที่จะต้อนรับลูกค้า

- หันหลังให้ลูกค้า ผู้ให้บริการต้องคิดเสมอว่าการมาทำงานในด้านการบริการก็เปรียบได้กับการแสดงละครเวที และลูกค้าคือผู้ชมการแสดง ผู้แสดงย่อมไม่หันหลังให้ผู้ชมโดยเด็ดขาด

- พูดคำหยาบ หรือพูดลับหลังลูกค้า พฤติกรรมนี้ทำให้ลูกค้าเกิดภาพลักษณ์ที่ไม่ดีต่อองค์การโดยรวม แม้จะเป็นการพูดเมื่อลูกค้าไม่อยู่ในที่นั้นแล้วก็ไม่ใช่พฤติกรรมที่ควรทำ

- มองลูกค้าด้วยหางตา ผู้ให้บริการต้องพยายาม “ต้องทำตัวให้เล็ก” กว่าลูกค้า การให้ลูกค้ารู้สึกว่าเขาเป็นคนสำคัญ อยู่เหนือผู้ให้บริการนั่นเอง การมองลูกค้าด้วยหางตาทำให้ลูกค้าถูกกดข่มโดยผู้ให้บริการ

- คิดว่าตนเองอยู่เหนือลูกค้า อย่าคิดว่าตนเองเป็นเจ้าของสถานที่ อยู่เหนือลูกค้า หรือเป็นผู้มีความรู้มากกว่าลูกค้า ต้องคิดอยู่เสมอว่าลูกค้าคือบุคคลที่สำคัญที่สุด

- กลัวลูกค้า แม้ว่าลูกค้าจะเป็นบุคคลสำคัญ แต่ก็ไม่ใช่คนที่น่ากลัว ลูกค้าเป็นเพื่อนคนหนึ่งที่ผู้ให้บริการสามารถพูดคุยได้ตามปกติ แต่ต้องให้เกียรติเขามากเป็นพิเศษเท่านั้น

- ละเลยลูกค้าที่ดีและน่ารัก บ่อยครั้งที่ผู้ให้บริการกลัวลูกค้าที่มาตำหนิและลูกค้าที่ยาก ลูกค้าประเภทนี้มักใช้เสียงดังและแสดงพลังอำนาจเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ต้องการ 

 เมื่อมีลูกค้าที่ดีและลูกค้าที่ยากเข้ามารับบริการในเวลาไล่เลี่ยกัน ผู้ให้บริการจึงมักเลือกให้บริการลูกค้าที่ยากก่อน เพราะเกรงจะโดนตำหนิ

 แต่สิ่งที่ควรทำจริง ๆ แล้ว ควรให้บริการตามลำดับก่อนหลังถือเป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สุด



 ระบบรักษาความปลอดภัยด้วย :  รั้วไฟฟ้า

 

- เป็นแค่คนเฝ้าของหรือเฝ้าสถานที่ อย่ามีความคิดแบบนี้ ไม่จำเป็นต้องมีความรู้เกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ จึงไม่สามารถตอบคำถามของลูกค้าหรือช่วยเหลือลูกค้าได้เลย 

 แต่ผุ้ให้บริการเป็นมากกว่าคนเฝ้าของหรือเฝ้าสถานที่ ต้องมีจิตใจให้บริการและความรู้เกี่ยวกับสินค้าหรือบริการที่เต็มเปี่ยม

- ทำงานด้วยความเศร้า ไม่ว่าด้วยสาเหตุใดก็ตาม ความเศร้าจะมาจากเรื่องใด เมื่อมาทำงานตามหน้าที่ต้องทิ้งภาระความกังศร้าไว้เบื้องหลังหรือเก็บไว้ภายในทันที 

 การแยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวได้เช่นนี้ ถือได้ว่าเป็นผู้ให้บริการแบบ “มืออาชีพ”

- เป็นคนไร้น้ำใจ ในการให้บริการต้องมีความกระตือรือร้นที่จะช่วยเหลือลูกค้า อย่าไร้ซึ่งจิตใจในการบริการและอย่าเป็นคนไร้น้ำใจในการช่วยเหลือทั้งลูกค้าและผู้ร่วมงาน


ที่กล่าวมาทั้งหมด ช่างติดตั้งกล้องวงจรปิด หรือพนักงานขายกล้องวงจรปิด ควรหลีกเลี่ยงอย่างเด็ดขาด