กล้องวงจรปิด

รูปภาพของฉัน
บริการให้คำปรึกษา ออกแบบ ติดตั้ง รับประกันผลงานตลอดอายุการใช้งาน กล้องวงจรปิด รั้วไฟฟ้า สัญญาณกันขโมย สอบถามได้ที่ Line ID : @CctvBangkok.com

วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2561

ศักยภาพพลังงานแสงอาทิตย์ของประเทศไทยกับ กล้องวงจรปิด

ศักยภาพพลังงานแสงอาทิตย์ของประเทศไทยกับ กล้องวงจรปิด
 ประเทศไทยเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพรับพลังงานแสงอาทิตย์ในเกณฑ์ที่สูงเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่น  ๆ  ในการรับแสงประเทศไทยสามารถรับแสงอาทิตย์ตลอดทั้งปี   โดยพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศไทยจะได้รับพลังงานแสงอาทิตย์เฉลี่ยวันละ  4.7  -  5.5  กิโลวัตต์/ชั่วโมง/ตารางเมตร  โดยทั่วไปศักยภาพพลังงานแสงอาทิตย์จะสูงหรือต่ำขึ้นอยู่กับปริมาณรังสีที่ตกกระทบ  ที่เรียกว่า  “ค่าความเข้มรังสีดวงอาทิตย์”  ที่มีหน่วยพลังงานเป็นเมกะจูล/ตารางเมตร   ผลจากมุมตกกระทบของแสงอาทิตย์  จะเปลี่ยนแปลงตั้งแต่เช้าจนถึงเย็น  สำหรับการเปลี่ยนแปลงตามพื้นที่เป็นผลมาจากสภาพทางอุตุนิยมวิทยา  โดยมีเมฆเป็นตัวแปรที่สำคัญ    จากข้อมูลดาวเทียมประกอบการตรวจวัดภาคพื้นดินของกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานพบว่า   บริเวณที่มีศักยภาพพลังงานแสงอาทิตย์สูงแผ่เป็นบริเวณกว้างทางตอนล่างของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  และตอนบนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่จังหวัดอุดร  รวมทั้งบางส่วนของทางภาคกลาง    เมื่อทำการเฉลี่ยความเข้มรังสีดวงอาทิตย์ทั่วประเทศจากทุกพื้นที่ค่ารายวันเฉลี่ยต่อปีจะได้เท่ากับ  18.0  เมกะจูล/ตารางเมตร/วัน  จะเห็นได้ว่าประเทศไทยมีศักยภาพพลังงานแสงอาทิตย์ค่อนข้างสูง
นโยบายการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงาน  “แสงอาทิตย์”  
  แผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศฉบับปรับปรุงใหม่  เป็นแผนระยะยาว  22  ปี  มีแนวทางในการพัฒนาตามแผนเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ  และการเตรียมตัวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน  ให้สอดคล้องกับแนวโน้มทิศทางพลังงานโลก  ของทบวงพลังงาน   โดยให้คำนึงถึงผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและให้ความสำคัญเรื่องการผลิตไฟฟ้าสำรองของประเทศ
  ปัจจุบันประเทศไทยมีกำลังการผลิตไฟฟ้าทั้งสิ้น  35,000  เมกะวัตต์  ซึ่งเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าส่วนใหญ่จะใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นหลัก รองลงมาเป็นถ่านหิน  พลังงานน้ำ  และพลังงานทดแทน   โดยในอนาคตรัฐบาลได้มีนโยบายสนับสนุนการนำพลังงานทดแทนมาใช้ผลิตไฟฟ้าให้มากขึ้นเพื่อความมั่นคงด้านพลังงานไฟฟ้าของประเทศ
รายละเอียดการสนับสนุนโครงการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์
 การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ถือเป็นทางเลือกที่สดใส   ตามแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกได้กำหนดให้มีการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนและทางเลือก   ได้มีการตั้งเป้าผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ไว้ที่  3,800  เมกะวัตต์  ประกอบไปด้วย
-       โครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน
-       โครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคา
-       โครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินสำหรับหน่วยงานราชการและสหกรณ์การเกษตร
พัฒนาโครงการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์
   โครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน  ถือเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์รุ่นบุกเบิกที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลที่มองเห็นเป็นรูปธรรมที่สุด  ต่อมาได้มีนโยบายส่งเสริมโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา   โดยแบ่งเป็นบ้านอยู่อาศัย  และอาคารธุรกิจ/โรงงาน    โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้เจ้าของอาคารที่พักอาศัย / โรงงาน  ได้เป็นเจ้าของโรงผลิตไฟฟ้าด้วยตนเอง  และเพื่อนำมาใช้ทดแทนพลังงานไฟฟ้าประเภท Peaking  Plant   ซึ่งจะช่วยลดการลงทุนในการสร้างโรงไฟฟ้าของภาครัฐและยังช่วยลดการใช้ไฟฟ้าสูงสุดระหว่างวันอีกด้วย  กพช.  ได้มีมติเห็นชอบให้ดำเนินการรับซื้อไฟฟ้าจาก  “โครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ชุมชน”    และต่อมา  กพช.  ได้มีมติให้ปรับเปลี่ยนการดำเนินงานโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์   แบบติดตั้งในพื้นที่ชุมชน   เป็นโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับหน่วยงานราชการและสหกรการเกษตร
ทิศทางการสนับสนุนอัตรารับซื้อไฟฟ้าจากโครงการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์
 การสนับสนุนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ของประเทศไทย   ในส่วนของราคาการรับซื้อไฟฟ้าได้มีพัฒนาการมาอย่างต่อเนื่อง  และมอบหมายให้สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.)  ศึกษาเปลี่ยนรูปแบบการสนับสนุนจาก  Adder เป็น  Feed – in  Tariff  
Feed – in  Tariff  หรือ   FiT    มาตรการส่งเสริมการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนประเภทหนึ่งที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในต่างประเทศ   เพื่อจูงใจให้ผู้ประกอบการเอกชนเข้ามาลงทุนในธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน   โดย   FiT  จะอยู่ในรูปแบบอัตรารับซื้อไฟฟ้าคงที่ตลอดอายุโครงการ  โดยไม่เปลี่ยนแปลงตามค่าไฟฟ้าฐานและค่า  Ft  จะมีราคาที่ชัดเจนและเกิดความเป็นธรรม  และจะสอดคล้องกับต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน    โดยมีระยะเวลาสนับสนุนตามแต่ละประเภทเทคโนโลยี  และกระทรวงพลังงานจะมีการทบทวนต้นทุน  และปรับปรุงอัตรา  FiT  ให้ทันสมัยสอดคล้องกับต้นทุนการผลิตที่แท้จริง
 

วันพุธที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2561

การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์


การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์




พลังงานแสงอาทิตย์ เราถือว่าเป็นพลังงานสะอาดที่จัดว่าเป็นพลังงานทดแทนอีกรูปแบบหนึ่งและจัดว่าเป็นพลังงานอีกหนึ่งทางเลือกที่มีความมั่นคงในระยะยาวและใช้ได้อย่างไม่มีวันหมดและยังปราศจากปัญหาด้านมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม    และในปัจจุบันยังมีการนำพลังงานแสงอาทิตย์ไปใช้ประโยชน์ในการผลิตไฟฟ้ามีเทคโนโลยีที่ใช้กันอยู่ประเภทหลักๆ อยู่ 2 ประเภทดังนี้

ประเภทของโรงงานผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์

1.     โรงผลิตไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์    (Solar Cell)       การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์   (Sunlight)  โดยตรง     โดยการสิ่งที่ประดิษฐ์ขึ้นมาทางอิเล็กทรอนิกส์สร้างจากสารที่เป็นกึ่งตัวนำที่เรียกว่า   “เซลล์แสงอาทิตย์”   โดยแบ่งเป็นประเภทซิลิคอน  และไม่ใช่ซิลิคอน  ซึ่งในปัจจุบันเซลล์แสงอาทิตย์ที่สร้างจากสารกึ่งตัวนำซิลิคอนนั้นนำมาใช้เป็นตัวหลักในการผลิตไฟฟ้า

ในประเทศไทย  “โซลาร์เซลล์”   ได้ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการผลิตไฟฟ้าแบ่งได้เป็น   3   ระบบ  คือ

-       On – Grid  System   หรือ  Grid  Connected     ระบบผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ที่ทำงานโดยมีการเชื่อมต่อไฟฟ้าที่ผลิตได้กับสายส่งของการไฟฟ้าที่เกี่ยวข้อง   โดยยังแบ่งประเภทการผลิตไฟฟ้าได้อีก  คือ  การผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนพื้นดิน  (Solar  Farm)   และแบบที่ติดตั้งบนหลังคา   (Solar  Rooftop)

-       Off – Grid  System     คือ   การผลิตระบบไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ที่ไม่ได้มีการเชื่อมต่อกับสายส่งเพื่อจำหน่ายกับการไฟฟ้า   แต่เป็นการผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้งานเองโดยผู้ติดตั้งโซลาร์เซลล์จะสามารถผลิตไฟฟ้าใช้ได้เองภายในบ้านพักอาศัย  หรือสถานที่ต่าง  ๆ    ที่ระบบไฟฟ้าเข้าไปไม่ถึง  เช่น  ในป่า    เกาะ  ภูเขา  ในประเทศไทย  เช่น  เกาะตะรุเตา  อทุยานแห่งชาติภูกระดึง  อุทยานแห่งชาติห้วยขาแข้ง  เป็ฯต้น

-       แบบ   Hybrid  System     เป็นการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์และร่วมกับแหล่งกำเนิดพลังงานอย่างอื่นอีก  เช่น  กังหันลม  กังหันน้ำ  เครื่องยนต์  เป็นต้น

2.     โรงงานความร้อนแสงอาทิตย์   (Solar  Thermal)      การผลิตไฟฟ้าที่ใช้ความร้อนจากแสงอาทิตย์  ซึ่งการผลิตในรูปแบบนี้ใช้อุปกรณ์รับแสง  เช่น  กระจกหรือวัสดุสะท้อนแสงและหมุนตามแสงอาทิตย์เพื่อรวบรวมความร้อนไว้ที่จุดเดียวกัน  และส่งผ่านไปยังตัวกลาง  เช่น  น้ำหรือน้ำมัน  แล้วนำไปหมุนกังหันหรือเครื่องกำเนิดไฟฟ้าในการผลิตกระแสไฟฟ้าต่อไป

                ในประเทศไทยนั้นถ้าดูจากความเหมาะสมแล้ว   การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์จะมีความหวังมากกว่าการผลิตจากความร้อนจากแสงอาทิตย์   เพราะในบ้านเราส่วนใหญ่เป็นรังสีกระจายและมีเมฆผสมมากซึ่งการผลิตไฟฟ้าด้วยความร้อนจากแสงอาทิตย์นั้นต้องใช้รังสีตรงในการผลิตเท่านั้น  ซึ่งส่วนใหญ่พบทางแถบทะเลทรายจึงไม่เหมาะกับบ้านเรา

 ข้อดี  ข้อจำกัดของโรงผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์
ข้อดี

1.     เป็นแหล่งเชื้อเพลิงที่ไม่ต้องซื้อได้จากธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุด  ใช้ได้ไม่มีวันหมด  ไม่มีค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิง

2.     ในขณะที่ใช้งานไม่มีชิ้นส่วนที่เคลื่อไหวทำให้ไม่เกิดมลภาวะทางเสียง

3.     ในการผลิตไฟฟ้าไม่ก่อให้เกิดมลภาวะที่เป็นพิษ

4.     ใช้งานแบบอัตโนมัติได้ง่ายและมีการบำรุงรักษาน้อย

5.     การผลิตไฟฟ้าแบบนี้ผลิตได้ทั่วทุกพื้นที่  แม้แต่บนเกาะเล็ก  ๆ  บนยอดเขา  เป็นต้น

6.     ได้พลังงานไฟฟ้าโดยตรงและมีการแปลงกระแสไฟฟ้าที่นำมาใช้ได้สะดวกที่สุด

7.     สามารถนำไปใช้ในแหล่งที่ไม่มีไฟฟ้า  และอยู่ห่างไกลจากระบบสายส่งและสายจำหน่ายไฟฟ้า 
ข้อจำกัด

1.     พื้นที่ที่ใช้ต้องเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่  ในการติดตั้งแผงรับแสงอาทิตย์เพื่อนำไปผลิตไฟฟ้า

2.     แหล่งกำเนิดพลังงานแสงอาทิตย์มีเวลาจำกัดไม่สามารถผลิตได้ตลอด  24  ชั่วโมง

3.     ระบบต้องมีแหล่งเก็บสะสมพลังงานหากต้องการใช้ไฟฟ้าในเวลากลางคืน  เช่น  แบตเตอรี่  เป็นต้น

4.     เทคโนโลยีต่าง  ๆ  ยังต้องมีการนำเข้า  ยังไม่มีความคุ้มค้าในการเป็นผู้ผลิตต้นน้ำ

5.     การผลิตไฟฟ้าขึ้นกับสภาพภูมิอากาศ  และไม่มีเสถียรภาพขึ้นอยู่กับแสงอาทิตย์ในเวลานั้น  ๆ

กระบวนการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์

1.     แสงซึ่งเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า  และมีพลังงานตกกระทบมาที่แผ่นโซลาร์เซลล์

2.     แผ่นโซลาร์เซลล์จะรับพลังงานโฟตอนจากแสงอาทิตย์เกิดเป็นอนุภาคประจุไฟฟ้าลบ  และเสมือนบวก  ขึ้นมา

3.     อนุภาคที่มีประจุไฟฟ้าลบและเสมือนบวกที่เกิดขึ้นจะเคลื่อนที่ไปในทิศทางตรงข้ามกัน

4.     ซึ่งการเคลื่อนที่ของอนุภาคทั้งสองนี้  จะทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าขึ้น  ซึ่งไฟฟ้าที่เกิดจากเซลล์แสงอาทิตย์จะเป็นไฟฟ้ากระแสตรง

ชนิดของเซลล์แสงอาทิตย์

เซลล์แสงอาทิตย์ที่มีการใช้งานในปัจจุบันแบ่งได้เป็น  3  กลุ่ม  ดังนี้

1.     แบบผลึก   (Crystalline   Silicon)  

-       เซลล์แสงอาทิตย์ชนิดผลึกเดี่ยวซิลิคอน    เป็นชนิดที่ได้รับการพัฒนามาเป็นเวลานาน  ผลิตจากแผ่นเวเฟอร์ชนิดผลึกเดี่ยว  มีความหนาประมาณ  150 – 200  ไมครอน  มีประสิทธิภาพในการพลังงานแสงอาทิตย์เป็นพลังงานไฟฟ้า  ข้อเสียคือมีราคาสูง

-       เซลล์แสงอาทิตย์ชนิดผลึกรวมซิลิคอน     เป็นเซลล์แสงอาทิตย์ชนิดที่มีการใช้งานมากที่สุดในปัจจุบัน    ผลิตจากแผ่นเวเฟอร์ชนิดรวมผลึก  มีความหนาเท่าชนิดผลึกเดี่ยว  มีราคาปานกลาง

2.     เซลล์แสงอาทิตย์แบบฟิล์มบาง   (Thin Film  solar  Cell)

-       เซลล์แสงอาทิตย์ชนิดฟิล์มบางอะมอร์ฟัสซิลิคอน      มีลักษณะเป็นฟิล์มบางไม่เกิน  3.0  ไมครอน  สามารถพบเห็นได้รอบ ๆ  ตัวเรา  เช่น   ใช้เป็นแหล่งพลังงานในเครื่องคิดเลข  หรือนาฬิกา  มีความบางเบา  และราคาถูก

-       เซลล์แสงอาทิตย์ชนิดฟิล์มบางแคดเนียมเทลลูไรด์    ทำจากแคดเนียมเทลลูไรด์เป็นชั้นของสารกึ่งตัวนำเพื่อดูดกลืนและแปลงแสงอาทิตย์ให้เป็นไฟฟ้า    มีลักษณะเป็นฟิล์มบางขนาดไม่เกิน  3.0  ไมครอน   ข้อเสียของเซลล์ชนิดนี้คือมีสารประกอบซึ่งเป็นสารพิษและเป็นโลหะที่หายากมากทำให้ยังไม่เป็นที่ยอมรับกับการใช้งานของเซลล์ชนิดนี้

-       เซลล์แสงอาทิตย์ชนิดฟิล์มบางคอปเปอร์อินเดียแกลเลียมเซเลไนด์     เป็นชั้นของสารกึ่งตัวนำเพื่อดูดกลืนและแปลงแสงอาทิตย์ให้เป็นไฟฟ้า  มีลักษณะเป็นฟิล์มบางไม่เกิน  3.0  ไมครอน

3.     แบบแกลเลียมอาเซไนด์   (Gallium  Arsenide  Solar  Cell)      เป็นเซลล์แสงอาทิตย์ชนิดผลึก   มีประสิทธิภาพสูงประมาณ  30%   แต่มีราคาสูงมากเมื่อเทียบกับประเภทซิลิคอน  จึงไม่นิยมนำมาใช้งานทั่วไป  แต่นิยมใช้ในงานที่ต้องการประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้าสูงในพื้นที่จำกัด  เช่น  ในยานอวกาศหรือดาวเทียม



ส่วนประกอบของแผงโซลาร์เซลล์

      การผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์     อุปกรณ์ที่มีความสำคัญรองลงมาจากเซลล์แสงอาทิตย์ก็คือ  “แผงโซลาร์เซลล์”    เพราะแรงเคลื่อนไฟฟ้าที่ผลิตขึ้นจากเซลล์แสงอาทิตย์เพียงเซลล์เดียวนั้นต่ำมาก   ต้องนำมาต่อกันแบบอนุกรมเพื่อเพิ่มค่าแรงเคลื่อนไฟฟ้าให้สูงขึ้นและการทำเซลล์แสงอาทิตย์ให้เป็นแผงก็เพื่อความสะดวกในการนำไปใช้งาน   

     ในการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ยังต้องพึ่งพาอุปกรณ์อื่น  ๆ ที่ทำให้การผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์มีความสมบูรณ์ในกระบวนการทำงาน  เราเรียกว่า  “ Solar  System ”  โดยอุปกรณ์ที่ใช้นี้แบ่งเป็นระบบ  On – Grid และ  Off – Grid   ประกอบด้วยอุปกรณ์หลัก  ดังนี้

ระบบ  On – Grid  System

-       แผงโซลาร์เซลล์    ทำหน้าที่หลักในการรับแสงจากดวงอาทิตย์มาผลิตกระแสไฟฟ้า   เมื่อแสงกระทบกับแผงแล้วจะเกิดการเปลี่ยนพลังงานแสงเป็นพลังงานไฟฟ้า  ซึ่งกระแสไฟฟ้าที่ได้เป็นกระแสตรง

-       อินเวอร์เตอร์      มีหน้าที่แปลงกระแสไฟฟ้าจากไฟฟ้ากระแสตรง  เป็นไฟฟ้ากระแสสลับ  เนื่องจากระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์ที่ใช้ตามบ้านเป็นไฟฟ้ากระแสสลับ    ซึ่งไม่สามารถนำมาใช้งานได้โดยตรง

-       หม้อแปลงไฟฟ้า      หลังจากที่มีการแปลงไฟฟ้าจากกระแสตรงเป็นกระแสสลับแล้วจากเครื่องอินเวอร์เตอร์  กระแสไฟฟ้าจะถูกส่งเข้าหม้อแปลงไฟฟ้าเป็นระบบไฟฟ้าแรงสูง  และจำหน่ายเข้าระบบของการไฟฟ้าต่อไป

ระบบ  Off – Grid  System

             โดยส่วนประกอบหลักจะเหมือนกับ  On – Grid  คือมีแผงโซลาร์เซลล์และอินเวอร์เตอร์  ที่มีความจำเป็นในการแปลงกระแสไฟฟ้า  และมีส่วนประกอบอื่น  ๆ  อีกที่จำเป็นดังนี้

-       อุปกรณ์ควบคุมการประจุแบตเตอรี่  (Baterry  Charge  Controller)     ทำหน้าที่ประจุกระแสไฟฟ้าที่ได้จากแผงโซลาร์เซลล์เข้าสู่แบตเตอรี่และควบคุมให้มีปริมาณที่เหมาะสมกับแบตเตอรี่   เพื่อยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่  รวมถึงควบคุมการจ่ายกระแสไฟฟ้าออกจากแบตเตอรี่ด้วย  เมื่อประจุกระแสไฟฟ้าเข้าสู่แบตเตอรี่เต็มแล้ว ก็จะหยุดหรือลดการประจุกระแสไฟฟ้า    ระบบพลังงานแสงอาทิตย์จะใช้เครื่องควบคุมการประจุกระแสไฟฟ้าในกรณีที่มีการเก็บพลังงานไฟฟ้าไว้ในแบตเตอรี่เท่านั้น

-       แบตเตอรี่     ทำหน้าที่เก็บพลังงานที่ผลิตได้จากแผงเซลล์แสงอาทิตย์และนำพลังงานนั้นมาใช้ในบางช่วงเวลาที่ต้องการ  เช่น   ในเวลากลางคืนหรือในช่วงเวลาที่พลังงานแสงอาทิตย์ไม่เพียงพอ   แบตเตอรี่ที่ใช้ควรเป็นแบบชนิดดีฟไซเคิล  หรือแบบสเตชั่นเนอรี่  ที่ถูกออกแบบให้มีความเหมาะสมและทนทานต่อการใช้งานมากกว่าแบตเตอรี่แบบทั่วไป



ตัวแปรสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อการผลิตไฟฟ้าของโซลาร์เซลล์

-       ความเข้มของแสง      ที่ตกกระทบแผงโซลาร์เซลล์จะมีผลต่อกระแสไฟฟ้าที่ผลิตได้  เช่น  ถ้าความเข้มของแสงอาทิตย์สูงในตอนกลางวันก็จะทำให้กระแสไฟฟ้าที่ได้จากโซลาร์เซลล์ก็จะสูงขึ้นและในขณะที่แรงดันไฟฟ้าก็เพิ่มขึ้นด้วย   ซึ่งถ้าเป็นเวลาในช่วงเย็นหรือในช่วงที่มีเมฆมากความเข้มของแสงก็ลดลงส่งผลให้กระแสไฟฟ้าและแรงดันไฟฟ้าที่ได้จากโซลาร์เซลล์ก็จะลดน้อยลงไปด้วย

-       อุณหภูมิ       มีผลต่อกำลังไฟฟ้าที่ผลิตเช่นกัน  ทั่วไปค่ามาตรฐานอุณหภูมิของแผงโซลาร์เซลล์ คือ  25  องศาเซลเซียส  แต่ในความเป็นจริงเมื่อแผงมีการใช้งานอุณหภูมิจะสูงขึ้น  ซึ่งจะส่งผลให้แรงดันไฟฟ้าที่ได้ลดลงอย่างมาก  แม้ว่าค่ากระแสไฟฟ้าที่ได้จากแผงนั้นจะเพิ่มขึ้น  แต่การลดลงของแรงดันไฟฟ้าจะมีอิทธิพลมากกว่า  ซึ่งการลดลงของแรงดันไฟฟ้าเมื่อมีอุณหภูมิสูงขึ้นเป็นคุณสมบัติทั่วไปของสารกึ่งตัวนำทำให้เมื่อมีการใช้งานของแผงจริงโดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทยที่มีสภาพอากาศที่ร้อน   ค่ากำลังไฟฟ้าของแผงที่ได้จะลดลง   สรุปได้ว่าเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น  แรงดันไฟฟ้าก็จะลดลง  ซึ่งมีผลทำให้กำลังไฟฟ้าสูงสุดของแผงโซลาร์เซลล์ลดลงด้วย



  รู้จัก Solar   Thermal

                      โรงผลิตไฟฟ้าความร้อนแสงอาทิตย์ด้วยระบบการผลิตไฟฟ้าโดยใช้ความร้อนจากดวงอาทิตย์       โดยมีการทำงานแบบลักษณะคล้ายแว่นขยาย  จะรวมแสงอาทิตย์ไปที่จุดเดียวเพื่อให้เกิดความร้อนสูงเพื่อใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้า  ที่มีการใช้งานในปัจจุบัน  จะมีหลักการทำงานทั้งวิธีการสะท้อนแสงมาใช้งานโดยตรง  และการใช้โดยอ้อมคือการใช้ไอน้ำ  หรือ  การใช้ลมร้อนเพื่อหมุนเจเนอเรเตอร์  โดยมีลักษณะการทำงานแต่ละประเภทดังนี้

ระบบรางพาราโบลิค  (Parabolic  Trough)

                 ตัวรับรังสีดวงอาทิตย์ทำงานโดยหลักการรวมรังสีด้วยการสะท้อนจากผิวโค้งรูปพาราโบลาที่เป็นรางยาว  ตัวรับรังสีประกอบด้วยตัวสะท้อนรังสีและท่อรับรังสี   โดยช่องว่างระหว่างท่อเป็นสูญญากาศเพื่อลดการสูญเสียความร้อน  ภายในมีของเหลวในท่อโลหะเพื่อพาความร้อนไปถ่ายเทให้กับหม้อไอน้ำเพื่อขับเคลื่อนเครื่องยนต์กังหันไอน้ำ  สำหรับในช่วงที่ไม่มีแสงอาทิตย์  จะใช้พลังงานจากก๊าซช่วยในการกำเนิดไอน้ำ



ระบบจานพาราโบลิค   (Parabolic  Dish)

                 ระบบผลิตไฟฟ้าแบบนี้จะใช้หลักแปลงพลังงานจากรังสีดวงอาทิตย์ให้เป็นความร้อน  แล้วแปลงพลังงานความร้อนให้เป็นพลังงานกลเพื่อนำไปผลิตไฟฟ้า   ประกอบด้วยจานรวมแสงแบบพาราโบลิคและเครื่องยนต์สเตอร์ลิงกับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า   โดยตัวรวมแสงอาจมีผิวสะท้อนเป็นผิวต่อเนื่องหรือประกอบด้วยแผ่นสะท้อนแสงหลายชิ้นประกอบกันเครื่องกำเนิดไฟฟ้าวางอยู่ที่จุดโฟกัสของจานพาราโบลิคและจานต้องมีระบบขับเคลื่อนแบบ  2  แกน ตามดวงอาทิตย์ตลอดทั้งวัน  แต่ละชุดสามารถทำงานโดยอิสระถ้าต้องการกำลังไฟฟ้ามากก็ติดตั้งจำนวนหลายชุดคล้ายกับระบบผลิตไฟฟ้าด้วยโซลาร์เซลล์

ระบบหอคอยแบบ   Solar  Thermal  Tower

                 การผลิตไฟฟ้าโดยใช้วิธีรวมความร้อนที่ได้จากการสะท้อนของแผ่นสะท้อนแสงหลายแผ่นมารวมกันที่หอสูง  จะประกอบด้วย  หอคอย  และระบบกระจกสะท้อนแสงแผ่นราบ   กระจกแต่ละแผ่นจะสะท้อนแสงไปรวมกันที่หอคอย  ภายในหอจะมีท่อน้ำร้อนเมื่อร้อนจนเดือดและเป็นไอที่มีความดันเพื่อไปหมุนสตรีมเทอร์ไบน์และเจนเนอเรเตอร์ ทำการผลิตกระแสไฟฟ้าออกมาได้  แต่วิธีนี้ต้องเป็นโครงการขนาดใหญ่มีปริมาณรังสีแสงอาทิตย์ที่มากพอ

ระบบหอคอยแบบ  Solar  Chimney  Tower

                  การผลิตพลังงานไฟฟ้าจากการหมุนของเทอร์ไบน์ที่ติดตั้งอยู่ในปล่องท่อที่มีลมร้อนไหลผ่านตามหลักของเทอร์โมไดนามิกส์ของอากาศ  เมื่อมีพื้นที่รับแสงมากปริมาณอากาศที่ไหลเวียนจะมากขึ้น   อากาศที่ร้อนก็จะไหลรวมกันเข้าไปในกล่อง   ภายในจะมีการออกแบบให้กระแสลมเร่งความเร็วสูงขึ้นทำให้ได้พลังงานมากขึ้นไปหมุนใบพัดกังหันลมภายในท่อเพื่อทำการผลิตไฟฟ้าออกมาได้   วิธีการผลิตไฟฟ้าแบบนี้   เพื่อให้ได้พลังงานสูงจึงต้องสร้างเป็นโครงการขนาดใหญ่มีการลงทุนสูงและมีการใช้พื้นที่ในบริเวณที่ขนาดใหญ่มาก  เหมาะกับประเทศที่มีแสงแดดมากบวกกับพื้นที่กว้างขวาง

ระบบความร้อนร่วม   (Combine  Cycle)
               หลักการทำงานของการผลิตไฟฟ้า  โดยใช้ความร้อนจากดวงอาทิตย์  หรือใช้ระบบการผลิตไฟฟ้า  โดยใช้ความร้อนจากดวงอาทิตย์ที่เน้นการสะท้อนแสงอาทิตย์ไปรวมยังจุดรวมศูนย์เพื่อให้ความร้อนแก่ตัวกลางที่ประกอบอยู่   โดยมีการเพิ่มเติมการใช้ความร้อนจากพลังงานอื่น  ๆ   ในการให้ความร้อนกับตัวกลางควบคู่พร้อมไปในเวลาเดียวกันด้วย

ทั้งหมดนี้เราสามารถปรับเอามาใช้กับงานกล้องวงจรปิด ในกรณีของการไม่มีไฟฟ้าใช้งานได้เหมือนกัน 

วันอังคารที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

การเลือกซื้อกล้องวงจรปิด ปี 2018

การเลือกซื้อกล้องวงจรปิด ปี 2018

1. เครื่องบันทึกภาพกล้องวงจรปิด สำหรับปีนี้เครื่องบันทึกกล้องวงจรปิดเริ่มนำเอาวิธีการบันทึกภาพแบบ H.265 เข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ ครับ หรือบางยี่ห้อการบันทึกภาพเป็นแบบ H.265+ กันแล้ว สำหรับท่านลูกค้าที่กำลังมองหาเครื่องบันทึกใหม่ๆ ก็อย่างลืมถามพนักงานขายนะครับว่า H.265 มีหรือป่าว ส่วนสินค้าที่เป็นการบันทึกแบบ H.264 ก็จะมีการนำออกมาขายแบบลดราคากันกระจาย ลดแบบไม่เอากำไร หรือแค่เอาทุนคืนกันเลยก็ว่าได้ สำหรับบริษัทไหนที่สต็อกสินค้าเอาไว้มากๆ ก็อันตรายหน่อยนะครับ เป็นสินค้าจำพวกกล้องวงจรปิด พวกนี้ไวมาก เทคโนโลยีถือว่าเปลี่ยนกันปีต่อปีเลยทีเดียว การสต๊อกสินค้าเลยเป็นเรื่องที่เสี่ยงมากมาย  H.265 ข้อดูของมันคือการบีบอันไฟล์ภาพทำได้เล็กลงจากที่เราต้องซื้อ HDD ขนาด 6 TB บันทึกภาพกล้องวงจรปิด 8 ตัวได้ 15 วัน  เมื่อเราใช้เครื่องที่เป็น H.265 เราซื้อเท่าเดิมแต่การบีบอัดไฟล์ภาพด้วยกล้องวงจรปิด วันที่เราได้จะเป็น 30 วันเลย ทำให้เราได้จำนวนวันในการบันทึกที่นานขึ้น ไม่ต้องซื้อ HDD เพิ่มอีก 1 ลูก 6TB เพื่อจะให้ได้ 30 วัน  ข้อดีก็คือช่วยเราประหยัด HD ได้มากเลยครับ  จริงๆ แล้วส่วนตัวผมว่าการบันทึกเป็นสิ่งจำเป็น และสำคัญมาก ลูกค้าหลายๆ ท่านซื้อกล้องดี เครื่องดี แต่ชอบมาขี้เหนียวเรื่อง HDD ผมว่าไม่ถูกต้องครับ เดียวเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นมาแล้วการบักทึกมีการผ่านพ้นไปแล้ว มันน่าเสียด้วย
CCTV
การเลือกซื้อกล้องวงจรปิด ปี 2018


2. เรื่องของ ฮาร์ดดิส กล้องวงจรปิด  ขอย้ำว่าเราต้องใช้ HDD เฉพาะนะครับไม่ใช้ว่าเอารุ่นไหนมาใส่ไปก็ได้ อันนี้ไม่ถูกต้อง ถ้าเป็นเมื่อสมัยก่อนก็พอได้อยู่แต่เนื่องด้วยงานกล้องวงจรปิดได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ผู้ผลิตสินค้าเกี่ยวกับการบันทึกข้อมูลเลยให้ความสำคัญ เลยทำการผลิตสินค้าเพื่องานกล้องวงจรปิดโดยเฉพาะ เพราะการทำงานบันทึกภาพทุกวัน ทุกเวลาเราต้องใช้ HDD แบบชนิดพิเศษ เลยได้เกิด HDD เฉพาะงานกล้องวงจรปิดขึ้นมา  การซื้อฮาร์ดดิสมาใช้งานเราต้องดูความสัมพันธ์กันหลายอย่างครับเช่น  จำนวนวันที่ต้องการบันทึก,   ความละเอียดของกล้องวงจรปิดที่นำมาใช้งานในครั้งนี้มีความละเอียดเท่าไหรบ้าง เช่น 1.3 MP, 2 MP, 4 MP หรือ 4K อันนี้ก็แล้วแต่งบของลูกค้า ว่าสู้ที่เท่าไหรเพราะมีผลกับงบประมาณและก็แลกมาด้วยภาพที่สมจริง คมชัด สุดท้ายก็จะเป็นจำนวนกล้องวงจรปิดที่ใช้งานครับ เช่น 4 ตัว 8 ตัว 16 ตัว หรือมากกว่านั้น  ทุกอย่างจะมีการสัมพันธ์กันทั้งหมดเลย เพื่อที่เราจะได้เลือกขนาดของฮาร์ดดิสที่จะมาใช้งาน

3. ความละเอียดของกล้องวงจรปิด เรื่องนี้เป็นอะไรที่ถูกหยิบยกมาพูดกันมากสำหรับงานกล้องวงจรปิดว่ากล้องมีความละเอียดเท่าไหร ชัดหรือป่าว ยี่ห้ออะไร ลูกค้าหลายๆ ท่านก็ทำการบ้าน ศึกษามาเป็นอย่างดีถถึงความคมชัด ความละเอียด แต่หลายๆ ท่านก็ยังงง คิดว่ากล้องวงจรปิดติดแล้วต้องชัด ต้องมองเห็น ต้องบอกย่างนี้ครับว่าการมองเห็นในสิ่งที่เราต้องการให้เห็น มันมีวิธีคิดค่าออกมาว่าเราต้องใช้กล้องแบบไหน  ไม่ใช้ว่ากล้องทุกตัวจะเห็นเหมือนกัน ตรงนี้ต้องสอบถามพนักงานขายเบื้องต้นก่อน อย่างที่เคยเจอมาลูกค้าติดต้องไว้ริมถนน  ต้องการดูป้ายทะเบียนให้ชัด  ซึ่งผลที่ได้ก็มองไม่ชัดเลยต้องมานั้งประเมินให้ใหม่ อย่างเช่นต้องเพิ่มความละเอียดของกล้องจากแค่ 650 TVL ต้องเปลี่ยนกล้องเป็นระดับ FHD หรือ 2 ล้านพิกเซล ต่อมาก็ต้องเปลี่ยนจุดติดตั้งกล้องให้ขยับเข้าใกล้มากขึ้น และกำหนดจุดจอดรถ รับบัตรรถ  ก็เริ่มที่จะมองเห็นกันได้มากขึ้น

4. เรื่องของหลอดอินฟาเรดครับ  เรื่องการดูภาพได้ในเวลากลางคืนถือเป็นเหตุผลหลักๆ ของผู้ติดตั้งกล้องวงจรปิดที่คิดจะใช้งานเอาไว้ที่บ้านเลยครับ สมัยก่อนหลอดอินฟาเรดจะเป็นลักษณะเม็ดๆ เยอะแยะไปหมดรอบๆ เลนส์กล้องวงจรปิด แต่เดี่ยวนี้เปลี่ยนไปแล้วครับหลายๆ บจก. เริมมาใช้งานหลอดอินฟาเรดแบบ Aray กันเพราะว่าอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่าเกือบ 5 ปี  ในการใช้งานแต่ละกล้องๆ ผมว่าอายุการใช้งานน่าจะมากกว่าตัว  CCD เสียอีก  ส่วนหลอดแบบเก่าพวก LED ข้อเสียคือขาดง่าย กินไฟกว่าและให้พลังงานแสงที่น้อยกว่าสู้หลอดที่เป็น Aray  ไม่ได้เลย

5. เรื่องการดูภาพผ่านทางมือถือ ส่วนมากเป็นปัญหาโลกแตกเหมือนกันนะครับ ลูกค้ามีปัญหาหลักๆเลยสำหรับการผู้ภาพผ่านทางมือถือไม่ได้  ดูได้บ้างไม่ได้บ้าง บ้างท่านถึงกับอารมณ์เสียกันเลยทีเดียว  แต่ปีนี้หลายๆ ค่ายกล้องวงจรปิดก็น่าจะมีการพัฒนาการดูออนไลน์กันมากยิ่งขึ้น มีการทำ Server เป็นของต้นเองให้ใหญ่ขึ้นรองรับการใช้งานกล้องวงจรปิดกันมากขึ้นแนๆ ครับเพื่อให้ลูกค้าได้สะดวกในการดูภาพ  หลายๆ ปัญหาที่เกิดจากการดูภาพไม่ได้ เช่น ลูกค้าเปลี่ยนมือถือ  ลูกค้าเปลี่ยนเร้าเตอร์  ลูกค้าจำรหัสผ่านไม่ได้  อินเตอร์เน็ตมีปัญหา มาบ้างไม่มาบ้าง และสุดท้ายคือเครื่องบันทึกกล้องวงจรปิด เสีย  ซึ่งช่างๆ หลายๆ ท่านก็จะค่อยๆ ทำการตรวจเช็คการทำงานของแต่ระบบ จนกว่าจะเจอครับ แต่ปีนี้น่าจะใช้งานกันง่ายมากยิ่งขึ้นแน่นอนครับ

6. เรื่องของผู้ติดตั้งกล้องวงจรปิด ปัญหาตอนนี้ที่เจอบ่อยๆ คือลูกค้าไม่สามารถติดต่อผู้ให้บริการได้อีกแล้ว หายไปไหนแล้วไม่รู้ หรือจำไม่ได้ว่าซื้อมาจากที่ไหน  ต้องบอกเลยครับทุกวันนี้ราคากล้องวงจรปิด เครื่องบันทึกภาพกล้องวงจรปิดราคาถูกลงมามาก หลายๆ ที่ใช้วิธีทุบราคา ขายแล้วไปเลย ทำให้ลูกค้าไม่สามารถเรียกใช้บริการได้ หรือเรียกแต่ละครั้งต้องรอคิวนานๆ  อันนี้เป็นปัญหาที่ลูกค้ามักชอบบ่นๆ ให้ฟังเป็นประจำ เลยต้องบอกอย่างนี้ครับว่าอย่าเอาราคาเป็นตัวตัดสินใจเลย พยายามดูความพร้อมในการให้บริการหลังการขาย มีเจ้าหน้าที่ที่จะคอยช่วยเหลือได้หรือป่าว  อันนี้สำคัญมากครับ  ยังไงฝากเลือกผู้ให้บริการที่เชือถือได้ ทีมงานพร้อม มีประสบการณ์ จะได้ไม่ผิดหวังหลังติดตั้งไปแล้วนะครับ

วันจันทร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

CCD และ CMOS ทั้งสองตัวเป็นเทคโนโลยีซิปเซ็นเซอร์ที่ใช้ในงานกล้องวงจรปิด

CCD และ CMOS ทั้งสองตัวเป็นเทคโนโลยีซิปเซ็นเซอร์ที่ใช้ในงานกล้องวงจรปิด

กล้องวงจรปิด
CCD และ CMOS ทั้งสองตัวเป็นเทคโนโลยีซิปเซ็นเซอร์ที่ใช้ในงานกล้องวงจรปิด

1. ตัว เซ็นเซอร์ CCD มีต้นทุนการผลิตที่สูงกว่าตัวเซ็นเซอร์แบบ CMOS
2. ตัวเซ็นเซอร์ของ CCD จะมีวงจรส่วนที่ทำหน้าที่รับแสงแพงอย่างเดียวเลยครับ ต่างจากตัวเซ็นเซอร์กล้องวงจรปิดของ CMOS ต้องทำหน้าที่รับแสงและทำหน้าที่แปลงสัญญาณด้วย  
3. การทำงานในส่วนของตัว CMOS จะมีความซับซ้อนในตัวมันเอง ต่างจากตัว CCD มีความเร็จน้อยกว่า เพราะต้องเสียเวลาในการแปลงสัญญาณ
4. ความนิยมส่วนมากงานกล้องวงจรปิดจะใช้ตัว CCD มากกว่าตัว CMOS เพระให้สีเหมือนจริงกว่า
5. ตัว CCD มีโอกาสเกิดสัญญาณรบกวนน้อยครับตัว CMOS ครับ

วันศุกร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

สายสัญญาณกล้องวงจรปิด

สายสัญญาณกล้องวงจรปิด

สายสัญญาณกล้องวงจรปิดถือเป็นอีกหนึงปัจจัยที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก  จริงๆ แล้วใช้กันอยู่สองแบบครับ ถ้าเป็นกล้องวงจรปิดชนิด IP เราก็จะใช้สายสัญญาณกล้องวงจรปิดชนิด UTP หรือที่เรียกกันสาย Lan นั้นเหละครับ  อันนี้ก็จะเป็นการออกแบบงานกล้องวงจรปิดแบบไอพี  แต่สำหรับกล้องวงจรปิดที่เป็นชนิด Analog  สายสัญญาณกล้องวงจรปิดก็จะเป็นแบบ RG6 หรือ Coaxial  เป็นสายนำสัญญาณสำหรับกล้องวงจรปิดแบบอนาล็อกครับ  สาย RG 6 ประกอบไปด้วย ตัวนำสัญญาณ  เป็นการนำวัสดุมาหุ้มทองแดงเอาไว้เพื่อป้องกันไม่ให้มีอะไรรบกวน ต่อมาก็จะเป็น ฉนวนหุ้ม  ซึ่งก็ทำหน้าที่ป้องกันสัญญาณรบกวนที่ผมกล่าวไว้เมื่อกี่ครับ อาจจะใช้เป็นโฟม หรือ PE แล้วก็ต่อด้วยเทปอลูมิเนียมอีกที่  สังเกตุว่าหุ้มเยอะมากพอสมควร หลักๆ ก็เพื่อป้องกันทองแดงตรงกลางแกนไม่ให้มีอะไรไปรบกวนสัญญาณนะครับ  สำคัญมาก  ต่อมาก็จะมีอุปกรณ์อีกตัวครับที่สำคัญในการป้องกันทองแดงนั้นก็คือ ซิลด์หรือเส้นถัก ส่วนใหญ่ทำจากอลูมิเนียมและทองแดงแล้วแต่ผู้ผลิตจะเลือกนำมาผลิตกันครับ เป็นตัวป้องกันสัญญาณรบกวนอีกอย่างที่จำเป็ฯและการกระจายสัญญาณออกมาภายนอก จำนวนเส้นทีถักเพื่อป้องกันก็จะมีวิธีการถักหลายแบบครับ  อย่างเช่น 112, 120, 144  จำนวนเส้นที่ถักยิ่งมากก็จะยิ่งช่วยในการนำสัญญาณได้ดี และป้องกันการรบกวนของสัญญาณได้มากเลยทีเดียว ทำให้สายสัญญาณกล้องวงจรปิดเราที่ติดตั้งไปเดินได้ในระยะไกลๆ   สุดท้ายนั้นก็คือตัวเปลือกหุ้มสายสัญญาณกล้องวงจรปิด ครับ อันนี้ก็สำคัญเพราะเห็นได้ด้วยตาเปล่าอยู่ภายนอก ทำมาจาก PVC  ส่วนมากจะ 2 สีครับ คือ ดำ กับ ขาว  แต่ที่นิยมใช้กันก็จะเป็นสีดำ อาจเป็นเพราะมีความเชื่อกันว่าสามารถติดตั้ง ภายนอกอาคารได้ หรือทนแดด ทนฝน ประมาณนี้ครับ  ส่วนตัวผมเองก็เลือกที่จะใช้สายสีดำเหมือนกัน แต่ไม่ใช้อะไรครับ มันไม่สกปรกง่ายเท่านั้นเองในเวลาทำงานภายนอก

สำหรับสายสัญญาณกล้องวงจรปิด แบ่งออกเป็น 3 ชนิดที่นิยมใช้กันมาก ครับ
1. RG59 ข้อดูของสายชนิดนี้คือตัวสายมีลักษณะอ่อน ไม่แข็งเหมือนชนิดอื่น เวลาจัดสายเข้าตู้จะทำได้ดีและง่ายในการใช้งาน ส่วนตัวแล้วทางผมก็จะใช้กันเป็นประจำในการจัดสายเข้าตู้ ในกรณีที่มีจำนวนกล้องเยอะๆ ครับ

2. RG6 สายชนิดนี้ได้รับความนิยมมากที่สุด ใช้กันเป็นประจำสำหรับงานกล้องวงจรปิด เดินได้ในระยะไกลๆ แต่ก็ไม่ควรเกิน 500 เมตรครับ มากกว่านี้ไม่แนะนำให้เดิน เดียวงานเข้า ผมเนี้ยกันมาบ่อยสมัยทำกล้องใหม่ๆ ดื้อ คิดว่ามันได้ ภาพต้องออก เอาเข้าจริงๆ สัญญาณเป็นคลื่นมาเลย  วิธีแก้ก็ต้องไปหาซื้อตัวขยายสัญญาณมาคั้นตรงกลาง แต่มันก็ได้ไม่นานครับ เพราะพอนานๆ เข้าตัวขยายก็จะเสื่อมคุณภาพ มันก็เป็นอีก  บางครั้งก็ต้องตัดสินใจเดินใหม่ หาแนวใหม่ หรือต้องเปลียนจุดกันเลยทีเดียว

3. RG11 อันนี้เหมาะกับการเดินสายในระยะไกลๆ มากกว่า 500 เมตร นิยมใช้กันในสมัยก่อน แต่เดียวนี้ไม่ค่อยเห็นใครใช้แล้ว ส่วนตัวผมถ้าไกลมากก็เปลี่ยนเป็นสาย Fiber Optic ไปเลยมัน 100% มั่นใจกว่าครับ