กล้องวงจรปิด

รูปภาพของฉัน
บริการให้คำปรึกษา ออกแบบ ติดตั้ง รับประกันผลงานตลอดอายุการใช้งาน กล้องวงจรปิด รั้วไฟฟ้า สัญญาณกันขโมย สอบถามได้ที่ Line ID : @CctvBangkok.com

วันพุธที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

กล้องวงจรปิด กับเกณฑ์ราคากลางและคุณลักษณะพื้นฐานของระบบประจำปี พ.ศ. 2559


              กล้องวงจรปิด กับเกณฑ์ราคากลางและคุณลักษณะพื้นฐานของระบบประจำปี  พ.ศ.  2559

1.       กล้องโทรทัศน์วงจรปิดชนิดเครือข่าย  แบบมุมมองคงที่สำหรับติดตั้งภายในอาคาร  (Indoor  Fixed  Network Camera)   แบบที่  1  ราคา  17,000  บาท 
คุณลักษณะพื้นฐาน   
-           มีความละเอียดของภาพสูงสุดไม่น้อยกว่า  1,280X720  pixel  หรือไม่น้อยกว่า  921,600  pixel
-           มี  frame  rate  ไม่น้อยกว่า  25  ภาพต่อวินาที  (frame  per  second)
-           มีความไวแสงน้อยสุด  ไม่มากกว่า  0.3  LUX  สำหรับการแสดงภาพสี  (Color)  และไม่มากกว่า  0.06  LUX สำหรับการแสดงภาพขาวดำ  (Black/White)
-           มีขนาดตัวรับภาพ  (Image  Sensor)   ไม่น้อยกว่า  1/3  นิ้ว
-           สามารถตรวจจับความเคลื่อนไหวอัตโนมัติ  (Motion  Detection)  ได้
-           สามารถแสดงรายละเอียดของภาพที่มีความแตกต่างของแสงมาก  (Wide  Dynamic  Range)  หรือ  Super  Dynamic  Range)  ได้
-           สามารถส่งสัญญาณภาพ (Streaming)   ไปแสดงได้อย่างน้อย  2  แหล่ง
-           ได้รับมาตรฐาน  Onvif   (Open  Network  Video  Interface  Forum)
-           สามารถส่งสัญญาณภาพได้ตามมาตรฐาน   H.264   เป็นอย่างน้อย
-           สามารถใช้งานตามมาตรฐาน   IPv4  และ  IPv6  ได้
-           มีช่องเชื่อมต่อระบบเครือข่าย  (Network  Interface)   แบบ 10/100   Base-T   หรือดีกว่า  และ  สามารถทำงานได้ตามมาตรฐาน  IEEE  802.3af  หรือ  IEEE  802.3at  (Power  over  Ethernet)  ในช่องเดียวกันได้
-           มีช่องสำหรับบันทึกข้อมูลลงหน่วยความจำแบบ  SD  Card  หรือ  MicroSD  Card    หรือ  MiNi  SD  Card
-           ได้รับมาตรฐานด้านความปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน
-           ผู้ผลิตต้องได้รับมาตรฐานด้านระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม
-           ผู้ผลิตต้องได้รับมาตรฐานด้านการบริหารจัดการหรือบริหารงานที่มีคุณภาพ
2.    กล้องโทรทัศน์วงจรปิดชนิดเครือข่าย   แบบมุมมองคงที่สำหรับติดตั้งภายในอาคาร  (Indoor   Fixed   Network   ว
        คุณลักษณะพื้นฐาน
-           มีความละเอียดของภาพสูงสุดไม่น้อยกว่า  1,280x720  pixel  หรือไม่น้อยกว่า  921,600  pixel
-           มี  frame  rate  ไม่น้อยกว่า  25  ภาพต่อวินาที  (frame  per  second)
-           ใช้เทคโนโลยี  IR-Cut  filter  หรือ  Infrared  Cut-off  Removable  (ICR)   สำหรับการบันทึกภาพได้ทั้งกลางวันและกลางคืนโดยอัตโนมัติ
-           มีความไวแสงน้อยสุด  ไม่มากกว่า  0.1  LUX  สำหรับการแสดงภาพสี  (Color)  และไม่มากกว่า  0.02  LUX  สำหรับการแสดงภาพขาวดำ  (Black/White)
-           มีขนาดตัวรับภาพ  (Image   Sensor)  ไม่น้อยกว่า  1/3  นิ้ว
-           มีผลต่างค่าความยาวโฟกัสต่ำสุดกับค่าความยาวโฟกัสสูงสุดไม่น้อยกว่า  4.5  มิลลิเมตร
-           มีข้อต่อเลนส์แบบ  C-Mount    หรือ  CS-Mount   ซึ่งสามารถถอดเปลี่ยนเลนส์ได้
-           สามารถตรวจจับความเคลื่อนไหวอัตโนมัติ  (Motion  Detection)  ได้
-           สามารถแสดงรายละเอียดของภาพที่มีความแตกต่างของแสงมาก  (Wide  dynamic  Rang  หรือ  Super 
-           สามารถส่งสัญญาณภาพ  (Streaming)  ไปแสดงได้อย่างน้อย  2  แหล่ง
-           ได้รับมาตรฐาน   Onvif  (Open  Network  Video  Interface  Forum)
-           สามารถส่งสัญญาณภาพได้ตามมาตรฐาน  H.264   เป็นอย่างน้อย
-           สามารถใช้งานตามมาตรฐาน  IPv4  และ  IPv6  ได้
-           มีช่องเชื่อมต่อระบบเครือข่าย  (Network  Interface)  แบบ   10/100   Base-T    หรือดีกว่า  และสามารถทำงานได้ตามมาตรฐาน  IEEE  802.3af   หรือ   IEEE  802.3af  (Power  over  Ethernet)   ในช่องเดียวกันได้ 
-           มีช่องสำหรับบันทึกข้อมูลลงหน่วยความจำแบบ   SD  Card  หรือ  MicroSD  Card  หรือ  Mini  SD Card
-           ได้รับมาตรฐานด้านความปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน
-           ผู้ผลิตต้องได้รับมาตรฐานด้านระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม
-           ผู้ผลิตต้องได้รับมาตรฐานด้านการบริหารจัดการหรือบริหารงานที่มีคุณภาพ
3. กล้องโทรทัศน์วงจรปิดชนิดเครือข่าย  แบบมุมมองคงที่สำหรับติดตั้งภายในอาคาร   (Indoor  Fixed  Network  Camere)  แบบที่  3   ราคา  35,000  บาท
     คุณลักษณะพื้นฐาน
-           มีความละเอียดของภาพสูงสุดไม่น้อยกว่า   1.920x1,080  pixel  หรือไม่น้อยกว่า  2,073,600  pixel
-           มี  frame  rat e  ไม่น้อยกว่า  25  ภาพต่อวินาที  (frame  per  second)
-           ใช้เทคโนโลยี   IR-Cut  filter   หรือ  Infrared  Cut-off  Removable  (ICR)  สำหรับการบันทึกภาพได้ทั้งกลางวันและกลางคืนโดยอัตโนมัติ
-           มีความไวแสงน้อยสุด  ไม่มากกว่า  0.1  LUX  สำหรับการแสดงภาพสี  (Color)  และไม่มากกว่า  0.01  LUX  สำหรับการแสดงภาพขาวดำ  (Black/White)
-           มีขนาดตัวรับภาพ   (Image  Sensor)  ไม่น้อยกว่า  1/3  นิ้ว
-           มีผลต่างค่าความยาวโฟกัสต่ำสุดกับค่าความยาวโฟกัสสูงสุดไม่น้อยกว่า  4.5  มิลลิเมตร
-           มีข้อต่อเลนส์แบบ   C-Mount  หรือ  CS-Mount   ซึ่งสามารถถอดเปลี่ยนเลนส์ได้
-           สามารถตรวจจับความเคลื่อนไหวอัตโนมัติ  (Motion  Detection)  ได้
-           สามารถแสดงรายละเอียดของภาพที่มีความแตกต่างของแสงมาก  (Wide  Dynamic  Range   หรือ    Super  Dynamic  Range)  ได้
-           สามารถส่งสัญญาณภาพ  (Streaming)  ไปแสดงได้อย่างน้อย  2  แหล่ง
-           ได้รับมาตรฐาน  Onvif  (Open  Network  Video  Interface   Forum)
-           สามารถส่งสัญญาณภาพได้ตามมาตรฐาน  H.264   เป็นอย่างน้อย
-           สามารถใช้งานตามมาตรฐาน  IPv6  ได้
-           มีช่องเชื่อมต่อระบบเครือข่าย  (Network  Interface)  แบบ 10/100   Base-T  หรือดีกว่า  และสามารถทำงานได้ตามมาตรฐาน  IEEE 802.3af  หรือ  IEEE  802.3af  (Power  over  Ethernet)  ในช่องเดียวกันได้
-           มีช่องสำหรับบันทึกข้อมูลลงหน่วยความจำแบบ  SD  Card   หรือ   MicroSD  Card   หรือ   Mini  SD  Card
-           ได้รับมาตรฐานด้านความปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน
-           ผู้ผลิตต้องได้รับมาตรฐานด้านระบบการจัดสิ่งแวดล้อม
-           ผู้ผลิตต้องได้รับมาตรฐานด้านการบริหารจัดการหรือบริหารงานที่มีคุณภาพ
4.กล้องโทรทัศน์วงจรปิดชนิดเครือข่าย   แบบปรับมุมมองสำหรับติดตั้งภายในอาคาร  (Indoor  PTZ  Network  Camera)  แบบที่  1   ราคา  50,000  บาท
       คุณลักษณะพื้นฐาน
-           สามารถทำการหมุน  (Pan)  ได้ไม่น้อยกว่า  350  องศา  การก้มเงย  (Tilt)  กับระนาบ  (Horizontal)  ได้ไม่น้อย 
-           มีความละเอียดของภาพสูงสุดไม่น้อยกว่า  640x480  pixel   หรือไม่น้อยกว่า   307,200  pixel
-           มี   frame  rate   ไม่น้อยกว่า  25  ภาพต่อวินาที  (frame per second)
-           ใช้เทคโนโลยี  IR-Cut  filter   หรือ   Infrared  Cut-off  Removable  (ICR)   สำหรับการบันทึกภาพได้ทั้งกลางวันและกลางคืนโดยอัตโนมัติ
-           มีความไวแสงน้อยสุด  ไม่มากกว่า  0.7  LUX  สำหรับการแสดงภาพสี  (Color)  และไม่มากกว่า  0.08  LUX  สำหรับการแสดงภาพขาวดำ  (Black/white)
-           มีขนาดตัวรับภาพ  (Image  Sensor)  ไม่น้อยกว่า  1/4  นิ้ว
-           มีความยาวโฟกัสต่ำสุดไม่มากกว่า  4.7  มิลลิเมตร
-           สามารถตรวจจับความเคลื่อนไหวอัตโนมัติ  (Motion  Detection)  ได้
-           สามารถส่งสัญญาณภาพ  (Streaming)  ไปแสดงได้อย่างน้อย  2  แหล่ง
-           ได้รับมาตรฐาน  Onvif  (Open  Network  Video  Interface  Forum)
-           สามารถส่งสัญญาณภาพได้ตามมาตรฐาน  H.264  เป็นอย่างน้อย
-           สามารถใช้งานตามมาตรฐาน  IPv6  ได้
-           มีช่องเชื่อมต่อระบบเครือข่าย  (Network  Interface)  แบบ  1/100  Base-T  หรือดีกว่า  และสามารถทำงานได้ตามมาตรฐาน  IEEE  802.3af   หรือ  IEEE  802.3at  (Power  over  Ethernet)   ในช่องเดียวกันได้
-           มีช่องสำหรับบันทึกข้อมูลลงหน่วยความจำแบบ  SD  Card   หรือ  MicroSD  Card   หรือ   Mini  SD  Card
-           ut
-           ผู้ผลิตต้องได้รับมาตรฐานด้านระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม
-           ผู้ผลิตต้องได้รับมาตรฐานด้านการบริหารจัดการหรือบริหารงานที่มีคุณภาพ
5.กล้องโทรทัศน์วงจรปิดชนิดเครือข่าย   แบบปรับมุมมองสำหรับติดตั้งภายในอาคาร    (Indoor  PTZ  Network  Camera)  แบบที่  2  ราคา  72,000  บาท
        คุณลักษณะพื้นฐาน
-           สามารถทำการหมุน  (Pan)  ได้ไม่น้อยกว่า  350  องศา  การก้มเงย (Tilt)  กับระนาบ  (Horizontal)  ได้ไม่น้อยกว่า  90  องศา  และการย่อขยาย  (Zoom)  แบบ  Optical  Zoom  ได้ไม่น้อยกว่า  18  เท่า  และ  แบบ  Digital  Zoom  ได้ไม่น้อยกว่า  12  เท่า
-           มีความละเอียดของภาพสูงสุดไม่น้อยกว่า  1,280x720  pixel   หรือไม่น้อยกว่า   921,000  pixel
-           มี  frame  rate  ไม่น้อยกว่า  25  ภาพต่อวินาที  (frame  per  second)
-           ใช้เทคโนโลยี  IR-Cut  filter  หรือ   Infrared  Cut-off  Removable  (ICR)  สำหรับการบันทึกภาพได้ทั้งกลางวันและกลางคืนโดยอัตโนมัติ
-           มีความไวแสงน้อยสุด  ไม่มากกว่า  0.5  LUX  สำหรับการแสดงภาพสี  (Color)  และไม่มากกว่า  0.06  LUX  สำหรับการแสดงภาพขาวดำ  (Black/White)
-           มีขนาดตัวรับภาพ  (Image  Sensor)  ไม่น้อยกว่า  1/3  นิ้ว
-           มีความยาวโฟกัสต่ำสุดไม่มากกว่า  4.7  มิลลิเมตร
-           สามารถตรวจจับความเคลื่อนไหวอัตโนมัติ  (Motion  Detection)  ได้
-           สามารถแสดงรายละเอียดของภาพที่มีความแตกต่างของแสงมาก  (Wide  Dynamic  Range)  หรือ  Super  Dynamic  Range)  ได้
-           สามารถส่งสัญญาณภาพ  (Streaming)  ไปแสดงได้อย่างน้อย  2  แหล่ง
-           ได้รับมาตรฐาน  Onvif  (Open  Network  Video  Interface  Forum)
-           สามารถส่งสัญญาณภาพได้มาตรฐาน  H.264  เป็นอย่างน้อย
-           สามารถใช้งานตามมาตรฐาน  IPv4  และ  IPv6  ได้
-           มีช่องเชื่อมต่อระบบเครือข่าย  (Network  Interface)  แบบ  10/100  Base-T   หรือดีกว่า  และสามารถทำงานได้ตามมาตรฐาน  IEEE  802.3af   หรือ   IEEE  802.3at  (Power  over  Ethernet)  ในช่องเดียวกันได้
-           มีช่องสำหรับบันทึกข้อมูลลงหน่วยความจำแบบ  SD  Card  หรือ   MicroSD  card  หรือ   Mini  SD  Card
-           ได้รับมาตรฐานด้านความปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน
-           ผู้ผลิตต้องได้รับมาตรฐานด้านระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม
-           ผู้ผลิตต้องได้รับมาตรฐานด้านการบริหารจัดการหรือบริหารงานที่มีคุณภาพ
6.กล้องโทรทัศน์วงจรปิดชนิดเครือข่าย  แบบมุมมองคงที่สำหรับติดตั้งภายนอกอาคาร  (Outdoor  Fixed  Network  Camera)  แบบที่  1  ราคา  22,000  บาท
        คุณลักษณะพื้นฐาน
-           มีความละเอียดของภาพสูงสุดไม่น้อยกว่า  1,280x720  pixel  หรือไม่น้อยกว่า  921,600  pixel
-           มี  frame  rate  ไม่น้อยกว่า  25  ภาพต่อวินาที  (frame  per  secono)
-           ใช้เทคโนโลยี  IR-Cut  filter  หรือ  Infrared  Cut-off  Removable  (ICR)  สำหรับการบันทึกภาพได้ทั้งกลางวันและกลางคืนโดยอัตโนมัติ
-           มีความไวแสงน้อยสุดไม่มากกว่า  0.35  LUX  สำหรับการแสดงภาพสี  (Color)  และไม่มากกว่า  0.07  LUX  สำหรับการแสดงภาพขาวดำ  (Black/White)
-           มีขนาดตัวรับภาพ  (Image  Sensor)  ไม่น้อยกว่า  1/3  นิ้ว
-           สามารถตรวจจับความเคลื่อนไหวอัตโนมัติ  (Motion  Detection)  ได้
-           สามารถแสดงรายละเอียดของภาพที่มีความแตกต่างของแสงมาก  (Wide  Dynamic  Range  หรือ  Super  Dynamic  Range)  ได้
-           สามารถส่งสัญญาณภาพ  (Streaming)  ไปแสดงได้อย่างน้อย  2  แหล่ง
-           ได้รับมาตรฐาน  Onvif  (Open  Network  Video  Interface  Forum)
-           สามารถส่งสัญญาณภาพได้ตามมาตรฐาน  H.264  เป็นอย่างน้อย
-           สามารถใช้งานตามมาตรฐาน  IPv4  และ  IPv6  ได้
-           มีช่องเชื่อมต่อระบบเครือข่าย  (Network  Interface)  แบบ  10/100  Base-T  หรือดีกว่า  และสามารถทำงานได้ตามมาตรฐาน  IEEE  802.3af  หรือ   IEEE  802.3at  (Power  over  Ethernet)  ในช่องเดียวกันได้
-           มีช่องสำหรับบันทึกข้อมูลลงหน่วยความจำ  SD  Card  หรือ  MicroSD  Card  หรือ  Mini  SD  Card
-           ตัวกล้องได้มาตรฐาน  IP66  หรือติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติมสำหรับหุ้มกล้อง  (Housing)  ที่ได้มาตรฐาน  IP66  หรือดีกว่า
-           ได้รับมาตรฐานด้านความปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน
-           ผู้ผลิตต้องได้รับมาตรฐานด้านระบบจัดการสิ่งแวดล้อม
-           ผู้ผลิตต้องได้รับมาตรฐานด้านการบริหารจัดการหรือบริหารที่มีคุณภาพ
7.กล้องโทรทัศน์วงจรปิดชนิดเครือข่าย   แบบมุมมองคงที่สำหรับติดตั้งภายนอกอาคาร   (Outdoor  Fixed  Network  Camera)  แบบที่  2  ราคา   35,000  บาท
        คุณลักษณะพื้นฐาน
-           มีความละเอียดของภาพสูงสุดไม่น้อยกว่า  1,280x720  pixel  หรือไม่น้อยกว่า  921,600  pixel
-           มี  frame  rate   ไม่น้อยกว่า  25  ภาพต่อวินาที  (frame  per  second)
-           ใช้เทคโนโลยี  IR-Cut  filter  หรือ  Infrared  Cut-off  Removable  (ICR)  สำหรับการบันทึกภาพได้ทั้งกลางวันและกลางคืนโดยอัตโนมัติ
-           มีความไวแสงน้อยที่สุด  ไม่มากกว่า  0.01  LUX    สำหรับการแสดงภาพสี  (Color)  และไม่น้อยกว่า  0.01  LUX  สำหรับการแสดงภาพขาวดำ   (Black/White)
-           มีขนาดตัวรับภาพ  (Image  Sensor)  ไม่น้อยกว่า  1/3  นิ้ว
-           มีผลต่างค่าความยาวโฟกัสต่ำสุดกับค่าความยาวโฟกัสสูงสุดไม่น้อยกว่า  4.5  มิลลิเมตร
-           มีข้อต่อเลนส์แบบ  C-Mount  หรือ  CS-Mount    ซึ่งสามารถถอดเปลี่ยนเลนส์ได้
-           สามารถตรวจจับความเคลื่อนไหวอัตโนมัติ  (Motion  Detction)  ได้
-           สามารถแสดงรายละเอียดของภาพที่มีความแตกต่างของแสงมาก  (Wide  Dynamic  Range)  หรือ  Super  Dynamic  Range)  ได้
-           สามารถส่งสัญญาณภาพ  (Streaming)  ไปแสดงได้อย่างน้อย  2  แหล่ง
-           ได้รับมาตรฐาน  Onvif  (Open  Network  Video  Interface  Forum)
-           สามารถส่งสัญญาณภาพได้ตามมาตรฐาน  H.264  เป็นอย่างน้อย
-           สามารถใช้งานตามมาตรฐาน  IPv4  และ   IPv6   ได้
-           มีช่องเชื่อมต่อระบบเครือข่าย  (Network  Interface )  แบบ  10/100  Base-T  หรือดีกว่า   และสามารถทำงานได้ตามมาตรฐาน   IEEE  802.3af  หรือ  IEEE  802.3at  (Power  over  Ethernet)  ในช่องเดียวกันได้
-           มีช่องสำหรับบันทึกข้อมูลลงหน่วยความจำแบบ  SD  Card  หรือ  MicroSD  Card   หรือ  Mini  SD  Card
-           ตัวกล้องได้มาตรฐาน  IP66  หรือติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติมสำหรับหุ้มกล้อง  (Housing)  ที่ได้มาตรฐาน  IP66  หรือดีกว่า
-           ได้รับมาตรฐานด้านความปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน
-           ผู้ผลิตต้องได้รับมาตรฐานด้านระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม
-           ผู้ผลิตต้องได้รับมาตรฐานด้านการบริหารจัดการหรือบริหารงานที่มีคุณภาพ
8.กล้องโทรทัศน์วงจรปิดชนิดเครือข่าย    แบบมุมมองคงที่สำหรับติดตั้งภายนอกอาคาร  (Outdoor  Fixed  Network  Camera)  แบบที่  3  ราคา  43,000  บาท
        คุณลักษณะพื้นฐาน
-           มีความละเอียดของภาพสูงสุดไม่น้อยกว่า  1,920x1,080  pixel  หรือไม่น้อยกว่า 2,073,600  pixel
-           มี  frame  rate  ไม่น้อยกว่า  25  ภาพต่อวินาที  (frame  per  second)
-           ใช้เทคโนโลยี  IR-Cut  filter  หรือ  Infrared  Cut-off  Removable  (ICR)   สำหรับการบันทึกภาพได้ทั้งกลางวันและกลางคืนโดยอัตโนมัติ
-           มีความไวแสงน้อยที่สุด  ไม่มากกว่า  0.12  LUX  สำหรับการแสดงภาพสี (Color)  และไม่มากกว่า   0.03  LUX  สำหรับการแสดงภาพขาวดำ (Black/White)
-           มีขนาดตัวรับภาพ  (Image  Sensor)   ไม่น้อยกว่า  1/3   นิ้ว
-           มีผลต่างค่าความยาวโฟกัสต่ำสุดกับค่าความยาวโฟกัสสูงสุดไม่น้อยกว่า  4.5  มิลลิเมตร
-           มีข้อต่อเลนส์แบบ  C-Mount   หรือ  CS-Mount   ซึ่งสามารถถอดเปลี่ยนเลนส์ได้
-           สามารถตรวจจับความเคลื่อนไหวอัตโนมัติ  (Motion  Detection)  ได้
-           สามารถแสดงรายละเอียดของภาพที่มีความแตกต่างของแสงมาก  (Wide  Dynamic  Range  หรือ  Super  Dynamic  Range)  ได้
-           สามารถส่งสัญญาณภาพ  (Streaming)  ไปแสดงได้อย่างน้อย  2  แหล่ง
-           ได้รับมาตรฐาน  Onvif  (Open  Network  Video  Interface  Forum)
-           สามารถส่งสัญญาณภาพได้ตามมาตรฐาน  H.264  เป็นอย่างน้อย
-           สามารถใช้งานตามมาตรฐาน  IPv4  และ  IPv6   ได้
-           มีช่องเชื่อมต่อระบบเครือข่าย  (Network  Interface)  แบบ  10/100  Base-T  หรือดีกว่า  และสามารถทำงานได้ตามมาตรฐาน  IEEE  802.3af   หรือ  IEEE  802.3at (Power  over  Ethernet)  ในช่องเดียวกันได้
-           มีช่องสำหรับบันทึกข้อมูลลงหน่วยความจำแบบ   SD  Card  หรือ   MicroSD  Card  หรือ   Mini  SD  Card 
-           ตัวกล้องได้มาตรฐาน  IP66  หรือติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติมสำหรับหุ้มกล้อง  (Housing)  ที่ได้มาตรฐาน  IP66  หรือดีกว่า
-           ได้รับมาตรฐานด้านความปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน
-           ผู้ผลิตต้องได้รับมาตรฐานด้านระบบจัดการสิ่งแวดล้อม
-           ผู้ผลิตต้องได้รับมาตรฐานด้านการบริการจัดการหรือบริหารงานที่มีคุณภาพ
9.กล้องโทรทัศน์วงจรปิดชนิดเครือข่าย   แบบปรับมุมมองสำหรับติดตั้งภายนอกอาคาร  (Outdoor  PTZ  Network  Camera)   แบบที่   1  ราคา   54,000   บาท
       คุณลักษณะพื้นฐาน
-           สามารถทำการหมุน  (Pan)   ได้ไม่น้อยกว่า  350  องศา  การก้มเงย  (Tilt)  กับระนาบ  (Horizontal) ได้ไม่น้อยกว่า  90  องศา  และการย่อขยาย  (Zoom)  แบบ  Optical  Zoom  ได้ไม่น้อยกว่า  12  เท่า
-           มีความละเอียดของภาพสูงสุดไม่น้อยกว่า  640x480  pixel   หรือไม่น้อย   307,200  pixel
-           มี   Frame  rate   ไม่น้อยกว่า  25  ภาพต่อวินาที   (frame per second)
-           ใช้เทคโนโลยี  IR-Cut  filter  หรือ  Infrared  Cut-off  Removable  (ICR)   สำหรับการบันทึกภาพได้ทั้งกลางวันและกลางคืนโดยอัตโนมัติ
-           มีความไวแสงน้อยสุด  ไม่มากกว่า  0.7  LUX  สำหรับการแสดงภาพสี  (Color)  และไม่มากกว่า  0.08  LUX  สำหรับการแสดงภาพขาวดำ  (Black/White)
-           มีขนาดตัวรับภาพ  (Image  Sensor)  ไม่น้อยกว่า  1/4  นิ้ว
-           มีความยาวโฟกัสต่ำสุดไม่มากกว่า  4.7   มิลลิเมตร
-           สามารถตรวจจับความเคลื่อนไหวอัตโนมัติ  (Motion  Detection)  ได้
-           สามารถส่งสัญญาณภาพ  (Streaming)   ไปแสดงได้อย่างน้อย  2  แหล่ง
-           ได้รับมาตรฐาน   Onvif  (Open  Network  Video  Interface  Forum)
-           สามารถส่งสัญญาณภาพได้ตามมาตรฐาน  H.264  เป็นอย่างน้อย
-           สามารถใช้งานตามมาตรฐาน   IPv4   และ   IPv6   ได้
-           มีช่องเชื่อมต่อระบบเครือข่าย  (Network  Interface)   แบบ   10/100  Base-T   หรือดีกว่า   และสามารถทำงานได้ตามมาตรฐาน   IEEE 802.3af    หรือ    IEEE  802.3at  (Power  over  Ethernet)   ในช่องเดียวกันได้
-           มีช่องสำหรับบันทึกข้อมูลลงหน่ายความจำแบบ  SD  Card    หรือ    MicroSD  Card    หรือ   Mini  SD  Card 
-           ตัวกล้องได้มาตรฐาน  IP66    หรือติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติมสำหรับหุ้มกล้อง  (Housing)  ที่ได้มาตรฐาน  IP66   หรือดีกว่า
-           ได้รับมาตรฐานด้นความปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน
-           ผู้ผลิตต้องได้รับมาตรฐานด้านระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม
-           ผู้ผลิตต้องได้รับมาตรฐานด้านการบริหารจัดการหรือบริหารงานที่มีคุณภาพ
10. กล้องโทรทัศน์วงจรปิดชนิดเครือข่าย   แบบปรับมุมมองสำหรับติดตั้งภายนอกอาคาร  (Outdoor  PTZ  Network  Camera)  แบบที่   2   ราคา   88,000   บาท           
        คุณลักษณะพื้นฐาน
-           สามารถทำการหมุน  (Pan)    ได้ไม่น้อย  350   องศา  การก้มเวย  (Tilt)  กับระนาบ  (Horizontal)   ได้ไม่น้อยกว่า   90  องศา  และการย่อขยาย  (Zoom)    แบบ  Optical  Zoom    ได้ไม่น้อยกว่า  18  เท่า และแบบ  Digital  Zoom   ได้ไม่น้อยกว่า  12 เท่า
-           มีความละเอียดของภาพสูงสุดไม่น้อยกว่า   1,280x720  pixel  หรือไม่น้อยกว่า   921,600  pixel   
-           มี  frame  rate  ไม่น้อยกว่า  25  ภาพต่อวินาที  (frame  per  second)
-           ใช้เทคโนโลยี  IR-Cut  filter  หรือ  Cut-off  Removable  (ICR)   สำหรับการบันทึกภาพได้ทั้งกลางวันและกลางคืนโดยอัตโนมัติ
-           มีความไวแสงน้อยสุดไม่มากกว่า  0.5  LUX   สำหรับการแสดงภาพสี  (Color)    และไม่มากกว่า   0.06  LUX   สำหรับการแสดงภาพขาวดำ   (Black/White)
-           มีขนาดตัวรับภาพ  (Image  Sensor)   ไม่น้อยกว่า  1/3  นิ้ว
-           มีความยาวโฟกัสต่ำสุดไม่มากกว่า  4.7  มิลลิเมตร
-           สามารถตรวจจับความเคลื่อนไหวอัตโนมัติ  (Motion  Detection)  ได้
-           สามารถแสดงรายละเอียดของภาพที่มีความแตกต่างของแสงมาก  (Wide  Dynamic  Range  หรือ Super  Dynamic  Range)  ได้
-           สามารถส่งสัญญาณภาพ  (Streaming)  ไปแสดงได้อย่างน้อย  2  แหล่ง
-           ได้รับมาตรฐาน  Onvif  (Open  Network  Video  Interface  Forum)
-           สามารถส่งสัญญาณภาพได้ตามมาตรฐาน  H.264  เป็นอย่างน้อย
-           สามารถใช้งานตามมาตรฐาน  IPv4   และ  IPv6  ได้
-           มีช่องเชื่อมต่อระบบเครือข่าย  (Network  Interface)    แบบ   10/100  Base-T   หรือดีกว่า   และสามารถทำงานได้ตามมาตรฐาน  IEEE  802.3af  หรือ  IEEE   802.3at (Power  over  Ethernet)  ในช่องเดียวกันได้
-           มีช่องสำหรับบันทึกข้อมูลลงหน่วยความจำแบบ  SD  Card  หรือ  MicroSD  Card  หรือ  Mini  SD  Card
-           ตัวกล้องได้มาตรฐาน  IP66  หรือติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติมสำหรับหุ้มกล้อง  (Housing)  ที่ได้รับมาตรฐาน  IP66  หรือดีกว่า
-           ได้รับมาตรฐานด้านความปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน
-           ผู้ผลิตต้องได้รับมาตรฐานด้านระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม
-           ผู้ผลิตต้องได้รับมาตรฐานด้านการบริหารจัดการหรือบริหารงานที่มีคุณภาพ
11. อุปกรณ์บันทึกภาพผ่านเครือข่าย  (Network  Video  Recorder)  แบบ  8  ช่อง  ราคา   24,000   บาท
       คุณลักษณะพื้นฐาน
-           เป็นอุปกรณ์ที่ผลิตมาเพื่อบันทึกภาพจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดโดยเฉพาะ
-           สามารถบันทึกและบีบอัดภาพได้ตามมาตรฐาน  MPEG4    หรือ  H.264   หรือดีกว่า
-           มีช่องเชื่อมต่อระบบเครือข่าย  (Network  Interface)  แบบ  10/100  Base-T  หรือดีกว่า  จำนวนไม่น้อยกว่า   1   ช่อง
-           สามารถบันทึกภาพและส่งภาพเพื่อแสดงผลที่ความละเอียดของภาพสูงสุดไม่น้อยกว่า  1,920x1,080  pixel   หรือไม่น้อยกว่า  2,073,600 pixel
-           สามารถใช้งานกับมาตรฐาน  HTTP, SMTP, “NTP  หรือ  SNTP”, TCP/IP  ได้เป็นอย่างน้อย
-           สามารถติดตั้งหน่วยจัดเก็บข้อมูล  (Hard  Disk)  จำนวนไม่น้อยกว่า   2   หน่วย
-           มีหน่วยจัดเก็บข้อมูลสำหรับกล้องวงจรปิดโดยเฉพาะ  (Surveillance  Hard  Disk)  ชนิด  SATA  ขนาดความจุรวมไม่น้อยกว่า  4TB
-           มีช่องเชื่อมต่อ  (Interface)  แบบ  USB  จำนวนไม่น้อยกว่า  2  ช่อง
-           สามารถใช้งานตามมาตรฐาน  IPv4   และ  IPv6  ได้            
-           สามารถแสดงภาพที่บันทึกจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดผ่านระบบเครือข่ายได้
-           ผู้ผลิตต้องได้รับมาตรฐานด้านการบริหารจัดการหรือบริหารงานที่มีคุณภาพ
12.  อุปกรณ์บันทึกภาพผ่านเครือข่าย   (Network  Video Recorder)  แบบ  16  ช่อง  ราคา  74,000  บาท
        คุณลักษณะพื้นฐาน
-           เป็นอุปกรณ์ที่ผลิตมาเพื่อบันทึกภาพจากกล้องวงจรปิดโดยเฉพาะ
-           สามารถบันทึกและบีบอัดภาพได้ตามมาตรฐาน  MPEG4  หรือ  H.264  หรือดีกว่า
-           มีช่องเชื่อมต่อระบบเครือข่าย  (Network  Interface)  แบบ  10/100  Base-T  หรือดีกว่า  จำนวนไม่น้อยกว่า  1  ช่อง
-           สามารถบันทึกภาพและส่งภาพเพื่อแสดงผลที่ความละเอียดของภาพสูงสุดไม่น้อยกว่า   1,920x1,080  pixel  หรือไม่น้อยกว่า  2,073,600  pixel
-           สามารถใช้งานกับมาตรฐาน  HTTP,  SMTP,  “NTP  หรือ  SNTP” , TCP/IP   ได้เป็นอย่างน้อย
-           สามารถติดตั้งจัดเก็บข้อมูล  (Hard  Disk)  จำนวนไม่น้อยกว่า   4ล้อ   หน่วย
-           มีหน่วยจัดเก็บข้อมูลสำหรับกล้องวงจรปิดโดยเฉพาะ  (Surveillance  Hard  Disk)  ชนิด  SATA   ขนาดความจุรวมไม่น้อยกว่า  8TB
-           มีช่องเชื่อมต่อ  (Interface)   แบบ   USB  จำนวนไม่น้อยกว่า  2  ช่อง
-           สามารถใช้งานตามมาตรฐาน  IPv4   และ  IPvD6  ได้
-           สามารถแสดงภาพที่บันทึกจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดผ่านระบบเครือข่ายได้
-           ผู้ผลิตต้องได้รับมาตรฐานด้านการบริหารจัดการหรือบริหารงานที่มีคุณภาพ
13.   อุปกรณ์กระจายสัญญาณแบบ  PoE  (PoE  L2  Switch)   ขนาด  8  ช่อง  ราคา  9,400  บาท
        คุณลักษณะพื้นฐาน
-           มีลักษณะการทำงานไม่น้อยกว่า  Layer  2  ของ  OSI  Model
-           มีช่องเชื่อมต่อระบบเครือข่าย  (Network  Interface)    แบบ  10/1000  Base-T   หรือดีกว่าและสามารถทำงานได้ตามมาตรฐาน  IEEE   802.3af    หรือ  IEEE  802.3at  (Power  over  Ethernet)    ในช่องเดียวกันได้  จำนวนไม่น้อยกว่า  8  ช่อง
-           มีสัญญาณไฟแสดงสถานะของการทำงานช่องเชื่อมต่อระบบเครือข่ายทุกช่อง
         ข้อปฏิบัติเพิ่มเติม
1.       ในกรณีที่หน่วยงานใดมีความประสงค์จะจัดหากล้องโทรทัศน์วงจรปิดชนิดอื่น   ซึ่งไม่ได้อยู่ในเกณฑ์ที่ราคากลางและคุณลักษณะพื้นฐานที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมกำหนดไว้   สามารถจัดหาได้ในกรณีที่มีเหตุผลความจำเป็นเท่านั้น  เช่น  ในกรณีหน่วยงานมีความจำเป็นต้องจัดซื้อกล้องโทรทัศน์วงจรปิดเพื่อเพิ่มเติม  หรือเพื่อทดแทนเฉพาะบางจุดที่ชำรุดใช้งานไม่ได้หรือใช้ในบริเวณพื้นที่ปิดเฉพาะที่ไม่ใช่บริเวณพื้นที่สาธารณะ   เป็นต้น
2.       ในกรณีที่หน่วยงานมีการจัดหาอุปกรณ์บันทึกภาพผ่านเครือข่าย  (Network  Video  Recorder)  จะต้องได้รับ  Software  Development  Kit  (SDK)  ในรูปแบบแผ่น  CD   หรือ  DVD  ทีมีลิขสิทธิ์ถูกต้องเพื่อรองรับการเชื่อมต่อกับระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิดส่วนกลางแบบบูรณาการในอนาคตได้
3.       หน่วยงานที่จัดหากล้องโทรทัศน์วงจรปิด   ให้กรอกรายละเอียดลงแบบฟอร์มรายงานผลการจัดหาระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด  (CCTV)   และส่งให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเมื่อดำเนินการติดตั้งแล้วเสร็จ   เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการบูรณาการระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิดต่อไป
4.       ระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิดที่จัดหา   ต้องทำการเทียบเวลาโดยอัตโนมัติกับระบบเทียบเวลามาตรฐาน   (NTP  Server)   ที่ได้เทียบเวลากับปุปกรณ์เทียบเวลามาตรฐาน  Stratum  1  ที่ให้บริการภายในประเทศไทย  ได้แก่  สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ  (time 1 nimt.or.th)   กรมอุทกศาสตร์กองทัพเรือ  (time.navy.mi.th)  และศูนย์เทคโนโลยีอีเล็กทริคและคอมพิวเตอร์แห่งชาติ  (clock.nectec.or.th)
         ข้อแนะนำประกอบการพิจารณา
1.       ในการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิดควรพิจารณาจุดติดตั้งไม่ให้ซ้ำซ้อนกับจุดติดตั้งของหน่วยงานภาครัฐอื่น
2.       เกณฑ์ราคากลางนี้เป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม  (7%)  แล้ว  และมีการับประกันผลิตภัณฑ์เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า  2  ปี
3.       เกณฑ์ราคากลางนี้เป็นราคาที่ไม่รวมค่าติดตั้งและวัสดุ/อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องอื่น  ๆ  เช่น  สายสื่อสัญญาณต่าง  ๆ  หรือ  เสาติดตั้งกล้อง   เป็นต้น
4.       คุณลักษณะพื้นฐานตามเกณฑ์ราคากลางนี้เป็นคุณลักษณะชั้นต่ำ  (Minimum  Requirement)  ภายในราคาที่กำหนด   ในการจัดซื้อควรกำหนดคุณลักษณะเฉพาะเพิ่มเติมให้ตรงตามความต้องการ
5.       ควรพิจารณากำหนดคุณลักษณะเพิ่มเติมของอุปกรณ์ที่จัดหาให้สอดคล้องกับความต้องการของหน่วยงาน  เช่น  ค่า  F-stop  ค่า   IRE   หรือสามารถปรับภาพให้มีความคมชัดทั้งกลางวันและกลางคืน  เป็นต้น
6.       ควรพิจารณาจัดหาอุปกรณ์ผลิตที่ได้รับมาตรฐานด้านระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมตัวอย่างเช่น  มอก.,  International  Organization  for  Standardization  (ISO)   เป็นต้น
7.       ควรพิจารณาจัดหาอุปกรณ์ดังกล่าวข้างต้น  จากผู้ผลิตที่ได้รับมาตรฐานด้านการบริหารจัดการหรือบริหารงานที่มีคุณภาพ  ตัวอย่างเช่น   มอก.,  International  Organization  for  Standardization  (ISO)   เป็นต้น
8.       ในการพิจารณาจัดหาอุปกรณ์ดังกล่าวข้างต้น  ให้คำนึงถึงผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในด้านต่าง  ๆ  เช่น  การลดหรือเลิกใช้วัสดุที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม  (Reduction/Elimination  of  Environmentally  Sensitive  Materials),  การเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม  (Material   Selection),  การออกแบบเพื่อง่ายต่อการจัดการซากเครื่องใช้ที่หมดอายุ   (Design   for  End  of  Life),  การยืดอายุการใช้งาน  (Product  Longevity/Life  Cycle  Extension),  การอนุรักษ์พลังงาน  (Energy  Conservation),    การบริหารจัดการซาก  (End  of  Life  Management),  สมรรถนะด้านสิ่งแวดล้อมขององค์กร  (Corporate  Performance)  หรือ  บรรจุภัณฑ์  (Packaging)  เป็นต้น
9.       ควรพิจารณาจัดหาอุปกรณ์ดังกล่าวข้างต้น  ที่ได้รับมาตรฐานด้านการป้องกันการรบกวนของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่จะไปรบกวนอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่น  ๆ  ตัวอย่างเช่น  มอก.,  Federal  Communications  Commission  (FCC)  เป็นต้น
10.   ควรพิจารณาจัดหาอุปกรณ์ดังกล่าวข้างต้น   ที่ได้รับมาตรฐานด้านความปลอดภัยต่อผู้ใช้งานตัวอย่างเช่น  มอก., Underwriters’  Laboratories  Inc.  (UL),  Conformite  Eurpeene  (CE),  Canadian  Standsrds   Association  (CSA)  เป็นต้น
11.   การตรวจสอบผลิตภัณฑ์ได้รับมาตรฐาน  Onvif  สามารถตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์  http://www.onvif.org
12.   การนำเกณฑ์คุณลักษณะพื้นฐาน  ข้อปฏิบัติเพิ่มเติม  และข้อแนะนำประกอบการพิจารณานี้ไปใช้ในการจัดหา   ให้พิจารณาจัดทำรายละเอียดที่มีผลิตภัณฑ์สามารถเข้าแข่งขันการเสนอราคาอย่างเป็นธรรมได้อย่างน้อย  3  ผลิตภัณฑ์

           หมายเหตุ   ลักษณะการใช้งานของกล้องโทรทัศน์วงจรปิดแต่ละประเภท
                          ประเภทของกล้องวงจรปิด                                                          ลักษณะการใช้งาน
1.กล้องโทรทัศน์วงจรปิดชนิดเครือข่าย  แบบมุมมอง                    1.  ตรวจจับความเคลื่อนไหวทั่วไป  ของบุคคล  หรือ
    คงที่สำหรับติดตั้งภายในอาคาร  (Indoor  Fixed                         ยานพาหนะ
     Network  Camera) แบบที่  1  และ  แบบที่  2                      2. ตรวจจับความเร็วของยานพาหนะ
2.กล้องโทรทัศน์วงจรปิดชนิดเครือข่าย  แบบมุมมอง                     3. รักษาความปลอดภัยของสำนักงาน
   คงที่สำหรับติดตั้งภายนอกอาคาร  (Outdoor  Fixed                4. ตรวจสอบรายละเอียดของ  วัตถุ  หรือลักษณะทาง
   Network  Camera)  แบบที่  1  และ  แบบที่  2                            กายภาพของบุคคล  เช่น  เพศ  สีผิว  รูปร่าง  เสื้อ
                                                                                                              ผ้าที่สวมใส่  เป็นต้น
1.กล้องโทรทัศน์วงจรปิดชนิดเครือข่าย  แบบมุมมองคงที่                1.วิเคราะห์เปรียบเทียบใบหน้าบุคคล  หรือวัตถุ 
   สำหรับติดตั้งภายในอาคาร  (Indoor  Fixed  Network                  สงสัย
   Camera  แบบที่  3                                                                     2.ตรวจแผ่นป้ายทะเบียนยานพาหนะ
2.กล้องโทรทัศน์วงจรปิดชนิดเครือข่าย  แบบมุมมองคงที่                   3.ตรวจจับภาพอื่น  ๆที่ต้องการภาพความละ
  สำหรับติดตั้งภายนอก  (Outdoor  Fixed  Network                        เอียดสูง
  Camera)   แบบที่  3
1.กล้องโทรทัศน์วงจรปิดชนิดเครือข่าย  แบบปรับมุมมอง                    1.ตรวจจับความเคลื่อนไหวในพื้นที่บริเวณ
สำหรับติดตั้งภายในอาคาร  (Indoor  PTZ  Network                           กว้าง
Camera)   แบบที่ 1                                                                          2. ตรวจจับภาพโดยสามารถปรับมุมมอง  หรือ
                                                                                                             ขยายภาพได้ตามความต้องการ    
2.กล้องโทรทัศน์วงจรปิดชนิดเครือข่าย  แบบปรับมุมมอง
สำหรับติดตั้งภายนอกอาคาร  (Outdoor  PTZ  Network
 Camera)  แบบที่  1
1.กล้องโทรทัศน์วงจรปิดชนิดเครือข่าย  แบบปรับมุมมอง                   1.  ตรวจจับความเคลื่อนไหวในพื้นที่บริเวณ
สำหรับติดตั้งภายในอาคาร  (Indoor  PTZ  Network                           กว้างที่ต้องการภาพความละเอียดสูง     
Camera)  แบบที่ 2                                                                          2. ตรวจจับภาพความละเอียดสูงโดยสามารถ
2.กล้องโทรทัศน์วงจรปิดชนิดเครือข่าย  แบบปรับมุมมอง                         ปรับมุมมอง  หรือขยายภาพได้ตามความ
สำหรับติดตั้งภายนอกอาคาร  (Outdoor  PTZ  Network                       ต้องการ
  Camera)  แบบที่  2
 









วันจันทร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ช่างกล้องวงจรปิด กับการใช้สว่านเจาะ

ช่างกล้องวงจรปิด กับการใช้สว่านเจาะ
การเจาะหมายถึงการทำให้เกิดรูบนชิ้นงานด้วยการใช้ดอกสว่าน ซึ่งเป็นวิธีพื้นฐานอย่างหนึ่งของช่างกล้องวงจรปิดโดยทั่วๆ ไป หรือการเจาะเป็นกระบวนการตัดซึ่งใช้ดอกสว่านเพื่อตัดหรือขยายรูในวัสดุแข็ง โดยดอกสว่านมีหลายความคมที่ปลายดอก เมื่อใช้แรงกดไปที่ดอกสว่านเข้าไปในชิ้นงาน

ดอกสว่าน  (Twist Drills)
ดอกสว่านใช้ในการเจาะรู ลักษณะของดอกสว่านจะมีร่องเอียงเลื้อย 2 ร่องไปตามความยาวของดอกสว่าน ดอกสว่านใช้ในงานช่างกลโรงงาน ทำด้วยเหล็กกล้ารอบสูงและเหล็กกล้าคาร์บอน โดยดอกสว่านที่ทำด้วยเหล็กกล้ารอบสูงจะมีตัวอักษรบนก้านสว่านคือ "HS"  หรือ  "HSS"


ส่วนประกอบของดอกสว่าน

ก้านดอกสว่าน (Shank) มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่เกิน 1/2 นิ้ว หรือ 13 มิลลิเมตร  สำหรับใช้กับเครื่องเจาะ โดยมีก้านตรงและถ้าเป็นดอกสว่านที่ใหญ่จะมีก้านเรียว ดอกสว่านก้านตรง ใช้กับหัวจับดอกสว่าน ส่วนดอกสว่านก้านเรียวใช้กับรูเพลาเจาะของเครื่องเจาะซึ่งมีลักษณะเรียวภายใน และกั่นจะอยู่ส่วนปลายต่อจากเรียวของดอกสว่าน มีหน้าที่ป้องกันดอกสว่างลื่นในขณะทำการเจาะรู และเป็นส่วนที่ถอนดอกสว่านออกจากรูเพลาของเครื่องเจาะ โดยการนำลิ่มตอกออกจากเพลาเจาะโดยไม่ทำลายดอกสว่าน

ลำตัว (Body)  เป็นส่วนของดอกสว่านที่อยู่ระหว่างก้านและปลายของดอกสว่านประกอบด้วยส่วนที่สำคัญในการเจาะให้มีประสิทธิภาพ คือ ร่องของดอกสว่านมี 2 ร่องหรือมากกว่า 2 ร่อง เลื้อยเอียงรอบๆ ลำตัวของดอกสว่านลักษณะของร่องออกแบบมาเพื่อให้เศษโลหะออกจากรูเจาะขณะทำการเจาะ ความลึกในการเจาะวัดจากความยาวของล่อง  มาร์จิ้น คือ คมตามขอบข้างลำตัวของดอกสว่าน ทำหน้าที่ประคองการเจาะรูของดอกสว่านและทำให้รูเจาะเรียบ

แก้มใน (Lip Clearance) เป็นส่วนของลำตัวอยู่ระหว่างมาร์จิ้นและร่อง ทำหน้าที่ในการลดแรงเสียดทานระหว่างดอกสว่านและรูระหว่างการเจาะ

แกนกลาง (Web) เป็นส่วนที่อยู่ตรงศูนย์กลางของดอกสว่านตามความยาวร่องของดอกสว่าน ส่วนนี้ทำให้เกิดคมจิกที่ปลายคมตัดของดอกสว่าน แกนกลางนี้จะเพิ่มความหนาทีละน้อยไปยังก้านสว่าน เพื่อทำให้ดอกสว่านแข็งแรง

คมจิก (Chisel Edge) คือส่วนที่สัมผัสชิ้นงานก่อนส่วนอื่นๆ ของดอกสว่านเมื่อเจาะเข้าเนื้อวัสดุ

คมตัด (Cutting Lip) เกิดจากการตัดของร่อง 2 ร่องเลื้อยตามตัวของดอกสว่าน คมตัดสองข้างต้องเท่ากัน และมีมุมเท่ากัน เพื่อให้การเจาะเที่ยงตรง และไม่ทำให้รูเจาะใหญ่กว่าขนาดของดอกสว่าน

ทั้งหมดนี้เป็นแค่ส่วนหนึ่งของงานการติดตั้งกล้องวงจรปิดที่ช่างติดตั้งต้องเข้าใจในรายละเอียดของเครื่องมือที่ใช้สำหรับงานติดตั้งกล้องวงจรปิด  สนใจติดตั้งกล้องวงจรปิดสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ บจก.  มีเดีย เสิร์ซ     Tel. 02 888 3507-8,  081 700 4715

วันศุกร์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ช่างกล้องวงจรปิด กับอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล

ช่างกล้องวงจรปิด กับอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล

อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล หมายถึงเสื้อผ้า หมวก แว่นตา รองเท้า และที่อุดหู ที่ถูกออกแบบเพื่อป้องกันผู้ส่วมใส่จากการได้รับอันตรายได้รับบาดเจ็บในขณะปฎิบัติงาน ไม่ว่าจะเป็นอันตรายที่เกิดจากกระแสไฟฟ้า อันตรายจากการโดนสารเคมี อันตรายที่ทำงานใกล้ความร้อน  อันตรายจากเชื้อโรค หรือการเข้าไปทำงานในโรงงาน สิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการทำงานเพื่อความปลอดภัยของผู้ปฎิบัติงานคือ  ต้องมีอุปกรณ์ป้องกันอันตรายจากการทำงาน เพราะช่างติดตั้งกล้องวงจรปิดเป็นทรัพยากรที่สำคัญสำหรับงานที่เราจะทำ หากเกิดอุบัติเหตุขึ้นกับผู้ปฎิบัติงาน จะสูญเสียทั้งเวลา เงิน วัสดุ และอุปกรณ์ที่เป็นหัวใจในการผลิต อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลมีอยู่ด้วยกันหลายอย่างตัวอย่างเช่น




1. หมวกนิรภัย  หรือเรียกอีกอย่าง่หนึ่งว่า หมวดแข็งใช้ในสถานที่ทำงาน เช่น สถานที่ก่อสร้างในโรงงานอุตสาหกรรมเพื่อป้องกันการกระแทก การเจาะ และป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าโดยช่วยลดแรงกระแทก ไม่สามารถป้องกันอย่างสมบูรณ์เมื่อมีแรงกระแทกอย่างรุนแรงแต่จะป้องกันศรีษะจากการได้รับบาดเจ็บในกรณีที่มีวัสดุตกใส่หัว เช่น น็อต สกรู เศษไม้

2. แว่นตานิรภัย  หมายถึงอุปกรณ์ป้องกันดวงตาจากสารเคมีหรือวัสดุอื่นๆ ขณะปฎิบัติงาน ซึ่งอาจกระเด็นเข้าตาทำให้ตาบอดได้ โดยปรกติแว่นตานิรภัยใช้ในวงการอุตสาหกรรมเคมีอุตสาหกรรมงานไม้ อุตสาหกรรมเครื่องมือ เครื่องจักร งานเชื่อมไฟฟ้า และงานเชื่อมแก๊ส โดยแว่นตานิรภัยทำมาจากพลาสติกหรือกระจกนิรภัยที่ไม่แตกกระเด็นเข้าตาผู้ทำงาน

3. รองเท้านิรภัย  เป็นอุปกรณ์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อต้านทานแรงกระแทกและแรงบีบป้อ งกันกระดูกส่วนบน ป้องกันอันตรายจากระแสไฟฟ้า ป้องกันการเจาะทะลุที่พื้นรองเท้า กระจายไฟฟ้าสถิต  ลักษณะของรองเท้านิรภัยคือ ที่หัวรองเท้าจะป้องกันแรงกระแทก ผ่านการทดสอบแรงบีบ พื้นรองเท้าป้องกันน้ำมัน ส่วนบนป้องกันน้ำซึมเข้ารองเท้า

4. ที่อุดหู เป็นอุปกรณ์ป้องกันหูจากเสียงที่ดังเกินกว่ามาตรฐาน โดยปรกติที่อุดหูใช้ในงานที่มีเสียงดังไม่เกิน 100 เดซิเบล ที่อุดหูทำจากพลาสติกหรือยาง

สนใจสอบถามข้อมูลงานติดตั้งกล้องวงจรปิดโดยเจ้าหน้าที่ผู้ชำนาญงานได้เลยครับ

 Tel. 081 700 4715
www.CctvBangkok.com

วันพุธที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

กล้องวงจรปิดกับทฤษฎีด้านประชากรศาสตร์


กล้องวงจรปิดกับทฤษฎีด้านประชากรศาสตร์
1. ความหมายของประชากรศาสตร์
ประชากรศาสตร์ หมายถึง ลักษณะความแตกต่างของแต่ละบุคคล เป็นการหาความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับมนุษย์ทางด้านพฤติกรรมของประชากรและการเปลี่ยนแปลงในปรากฎการณ์ทางประชากรจะมีอิทธิพลต่อการสื่อสาร (สันทัด  เสริมศรี. 2541 : 6-7)  อันได้แก่ จำนวนประชากรความหนาแน่นต่อพื้นที่ การกระจายของอายุ ผิวพรรณ อัตราการเกิด อัตราการตายและการแต่งงาน(อัจจิมา  เศรษฐบุตร 2544) หรือเป็นการศึกษาเกี่ยวกับประชากรมนุษย์ในรูปขนาด ความหนาแน่น ถิ่นที่อยู่ อายุ เพศ เชื้อชาติ และข้อมูลสถิติด้านอื่นๆ (Kotler, 2003) หรือเป็นกลุ่มของปัจจัยที่ประกอบด้วยการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างด้านอายุของประชากรศาสตร์ของสังคมในด้านอายุการศึกษาโครงสร้างทางครอบครัวการย้ายถิ่นฐานของประชากร (วิทวัส รุ่งเรืองผล, 2545)

   ดังนั้นประชากรศาสตร์มีผลต่อการดำเนินการทางการตลาดของกิจการเราต้อง ติดตามศึกษาอย่างต่อเนื่อง โดยใช้หลักการตามศึกษาสภาพแวดล้อมที่สำคัญ ได้แก่

 
 1. การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างด้านอายุ มักแสดงถึงความต้องการบริโภคสินค้า และบริการของตลาด เพราะแต่ละช่วงอายุที่เปลี่ยนแปลงย่อมจะมีความต้องการสินค้าและบริการและรวมถึงพฤติกรรมของลูกค้าในการซื้อที่แตกต่างกัน นักการตลาดจึงควรศึกษาถึงจำนวนประชากรในแต่ละช่วงอายุ เพื่อพยากรณ์ทิศทางการดำเนินงานทางการตลาดให้ถูกต้องตรงกับความต้องการของลูกค้าหรือของประชากรในแต่ละช่วงอายุให้มากที่สุด เช่น จากสำนักงานสถิติแห่งชาติได้ทำการสำรวจจำนวนประชากรจากทะเบียนของประเทศไทย ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงในแต่ละปีที่ทำการสำรวจอยู่ตลอดย่อมมีผลต่อการเพิ่มหรือขยายโอกาสทางการตลาดให้แก่สินค้า สำหรับผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ เช่น สินค้าที่ เกี่ยวกับสุขภาพ สปา เครื่องออกกำลังกายในขณะที่ตลาดของสินค้าเกี่ยวกับเด็กจะลดขนาดลงไป เช่นสินค้าของบริษัทจอห์นสันแอนด์จอนห์สันผู้ผลิตสินค้าเด็กซึ่งเดิมจะผลิตสินค้าสำหรับเด็ก โดยเฉพาะแต่ในปัจจุบันได้เปลี่ยนกลยุทธ์ทางการตลาดใหม่ โดยหันไปโฆษณาเพื่อจูงใจผู้ใหญ่มาใช้สินค้ามากขึ้นนับเป็นการขยายตลาดนอกเหนือไปจากตลาดเด็กเดิมซึ่งมีแนวโน้มลดลง (วิทวัส รุ่งเรืองผล, 2545)
 
2. การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างด้านระดับการศึกษา การที่ประชากรที่ดีขึ้นย่อมหมายถึงความสามารถในการประกอบอาชีพที่ดีขึ้นและมีรายได้เพิ่มสูงขึ้นอำนาจซื้อในตลาดที่เพิ่มขึ้นนั่นเองพร้อมกับพิถีพิถันในการเลือกซื้อสินค้าหรือบริการความต้องการและรสนิยมที่ดีขึ้นด้วยมี ผลให้เกิดธุรกิจประเภทต่างๆขึ้นใหม่เช่นการขายของออนไลน์เป็นการตอบสนองความต้องการของประชากรที่เปลี่ยนไป

3.การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางครอบครัวของไทยนั้นจะสามารถสังเกตการณ์ การเปลี่ยนแปลงได้สองด้าน คือ ด้านอายุของคู่สมรสและด้านขนาดของครอบครัว เป็นผลจากค่านิยมในปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เช่น มีลูกน้อยแต่งงานช้าหรือแม่บ้านออกไปทำงานนอกบ้านมากขึ้น ไม่รอสามีเลี้ยงอย่างเดียว ซึ่งการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ มีผลต่อการดำเนินกิจกรรมทางการตลาดของธุรกิจหลายประเภท เช่น การบริการ ส่งสินค้าถึงบ้าน

4. การย้ายถิ่นฐานของประชากรในสังคม เป็นอีกปัจจัยที่สามารถส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานทางการตลาดของกิจการได้ โดยในช่วงที่ผ่านมาได้มีการอพยพย้ายถิ่นฐานของคนในต่างจังหวัดเพื่อมาประกอบอาชีพในเมืองหลวง เช่น กรุงเทพฯและปริมณฑลมากขึ้น จึงทำให้ในเมือง ดังกล่าวมีขนาดและมีอำนาจซื้อมากกว่าในเขตต่างจังหวัด อย่างไรก็ตามในปัจจุบันหน่วยธุรกิจเริ่มขยับขยายออกไปตั้งกิจการหรือสาขาแห่งใหม่ในจังหวัดใหญ่ๆ นอกกรุงเทพฯมากขึ้นเช่น ภูเก็ต เชียงใหม่ อุดรธานี นครศรีธรรมราช การเปลี่ยนแปลงที่อยู่ของประชากรทำให้ลักษณะการทำงานต้องมีการเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย ทำให้สินค้าและบริการที่ใช้เทคโนโลยีการสื่อสารทั้งโทรศัพท์ แฟกซ์ อินเตอร์เน็ต มีโอกาสทางการตลาดเพิ่มขึ้น (วรเวศม์  สุวรรณระดา, 2553)

  2. แนวคิดเกี่ยวกับประชากรศาสตร์
แนวความคิดเกี่ยวกับประชากรในประเทศไทยเป็นที่ยอมรับกันมาตั้งแต่สมัย   กรุงสุโขทัย โดยเฉพาะในด้านที่เป็นประโยชน์ต่อการทหารและทางเศรษฐกิจของประเทศ เห็นได้จากการแยก ประชากรให้ทำหน้าที่สำคัญอย่างใดอย่างหนึ่ง คือทำหน้าที่ทางเศรษฐกิจเพื่อนำรายได้ให้รัฐเพื่อใช้ในกิจการป้องกันประเทศหรือมิฉะนั้นก็รับราชการทหาร ทำหน้าที่ป้องกันประเทศจากการรุกรานของ ศัตรู พอถึงสมัยรัตนโกสินทร์ความสนใจของรัฐบาลในด้านประชากรได้เริ่มขึ้นประมาณปี พ.ศ. 2446ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 5 กรมมหาดไทยได้เริ่มการทำสำมะโนประชากรขึ้นเพื่อประโยชน์ของการเกณฑ์ประชาชนชาวไทยให้เป็นทหาร ใช้เวลาในการทำประมาณ 7 ปี สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ เสนาบดีกระทรวงมหาดไทยทรงสนพระทัยเรื่องประชากรของประเทศไทยเป็นอย่างมาก ท่านเห็นว่า เมืองไทยนั้นกว้างขวางมากแต่ประชากรมีน้อย จะมีการเพิ่มประชากรให้มากขึ้นเป็น 5-6 เท่าก็คิดว่าจะไม่แออัด และทรงเน้นว่าความเจริญของชาติบ้านเมืองก็ขึ้นอยู่กับประชากรด้วยเช่นกัน ถ้าประชากรของไทยมีมากก็ทำให้ประชากรที่เป็นทหารมีมากด้วยเช่นกัน กิจการที่ทำการค้าขายก็จะมีมากขึ้นด้วยเหมือนกันเงินภาษีที่เก็บได้ก็จะมีมากตามไปด้วย ทั้งได้ทรงเห็นว่าประชากรในไทยมีการเกิดมากแต่ประชากรก็มีการตายที่มากด้วยเช่นเดียวกัน จึงเป็นเหตุให้ประชากรมีการเพิ่มจำนวนที่ไม่มากพอสมควรเท่าไรนักแต่การสาธารณสุขจะช่วยทำให้เด็กที่เกิดมาไม่ตายและดำเนินชีวิตต่อไปจนชราภาพ อันเป็นเหตุให้ประชากรมากขึ้นได้  (เพ็ญพร  ธีระสัวสดิ์, 2539)
  พระราชดำริของสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ พ.ศ. 2446 นี้จัดว่าเป็นแนว ความคิดที่เกี่ยวข้องกับประชากรที่สำคัญของประเทศไทยและจัดว่าเป็นนโยบายสำคัญที่เกี่ยวข้องกับประชากรในประเทศไทย เพราะมีการดำเนินการให้เป็นไปตามแนวคิดนั้น ได้ทำการปรับปรุงขยายงานของ สาธารณสุขออกไปอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในสมัยสมเด็จกรมพระยาดำรงราชา   นุภาพดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย งานสาธารณสุขได้มีความก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วและได้ผลซึ่งมีจุดประสงค์สำคัญอันหนึ่งคือ การลดอัตราการตายของประชากรเพื่อที่เพิ่มประชากรของประเทศให้มากขึ้นในสมัยนั้น ปรากฏว่าผลเป็นไปตามแนวคิดของท่าน ในปี พ.ศ.2473 ประชากรของประเทศไทยเพิ่มขึ้น และการตายได้ลดลงอย่างเห็นได้ชัด

3. ทฤษฏีเกี่ยวกับประชากรศาสตร์
ไพบูลย์  ช่างเรียน (2515 : 5-8) กล่าวไว้ว่า ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับประชากรของประเทศต่างๆ แตกต่างกันออกไปตามภาวะเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง แต่มีแนวคิดและทฤษฏีที่สำคัญที่เกี่ยวกับประชากรในอดีตอย่างเช่นนักปราชญ์   สมัยโบราณมีแนวคิดเกี่ยวกับประชากรมุ่งเน้นไปทางด้านการเมือง ต่อมาภายหลังได้มุ่งเน้นไปทางด้านเศรษฐกิจและสังคม แนวความคิดที่จัดว่าดั้งเดิมที่สุด ได้แก่ แนวความคิดของขงฟูจื้อนักปรัชญาชาวจีนมีความเห็นว่าประชากรที่เพิ่มมากจนเกินไป อาจจะทำให้ผลผลิตต่อคนทำงานลดลงได้ และอาจมีผลกระทบกระเทือนให้ระดับการครองชีพใช้ชีวิตต่ำไปด้วย นักปราชญ์จีนยุคนั้นได้ศึกษาถึงขนาดของประชากรของเขาในเขตที่มีประชากรหนาแน่นไปสู่ที่มีประชากรเบาบางน้อยลงไป จึงเห็นได้ว่านักปราชญ์จีนยุคนั้น ได้พิจารณาเห็นว่ารัฐบาลมีหน้าที่ที่จะต้องดำเนินมาตรการต่างๆ เกี่ยวกับประชากรซึ่งเป็นแนวความคิดที่ไม่แตกต่างกับแนวความคิดของผู้บริหารและนักวิชาการในอีก หลายๆ ประเทศทำให้รัฐบาลเข้ามามีบทบาทโดยตรงในการแก้ปัญหา นักปราชญ์จีนยุคนั้นยังได้มีความเห็นว่าการเพิ่มประชากรในยุคนั้นอาจถูกยับยั้งได้โดยสาเหตุต่างๆ หลายประการ เช่น ในขณะที่มีการขาดแคลนอาหารอัตราการตายได้เพิ่มขึ้น ทำให้การเพิ่มของประชากรช้าลง หรือพิธีสมรสซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงทำให้มีการสมรสน้อยลง หรือสงครามทำให้การเพิ่มน้อยลง
  เพลโตและอริสโตเติล นักปราชญ์สมัยกรีกทั้งสองท่านได้พิจารณาถึงขนาดประชากรที่เหมาะสมที่สุดสำหรับ “นครรัฐ” ของกรีกสมัยนั้นเพลโตเห็นว่าจำนวนประชากร 5,040 คนเหมาะ ที่สุดสำหรับนครรัฐทุกแห่ง ทั้งในยามสงบและในยามสงคราม ส่วนอีกท่านคืออริสโตเติล ไม่ได้ระบุถึงจำนวนที่แน่นอนของประชากรที่เหมาะสมที่สุดของนครรัฐ แต่ได้ให้ความเห็นว่าหากไม่จำกัดขนาดของประชากรแล้วก็จะเกิดความยากจนขึ้นได้
  ซิเซโร นักปราชญ์สมัยโรมันได้ศึกษาสาเหตุที่ยับยั้งการเพิ่มของประชากรและเห็นว่า สาเหตุที่สำคัญ ได้แก่ อุทกภัย โรคระบาด ขาดแคลนอาหาร สัตว์ร้าย  ความอดยากสงคราม และการปฏิวัติ สำหรับชาวโรมันคนอื่นๆได้พิจารณาประชากรแตกต่างไป จากชาวกรีกซึ่งพิจารณาขนาดของประชากรที่เหมาะสมกับนครรัฐของตน แต่ชาวโรมันพิจารณาประชากรที่เหมาะสมกับอาณาจักรของตนเอง จึงมุ่งไปในทางที่จะเพิ่มประชากรให้มากขึ้นอย่างรวดเร็วเพื่อกำลังและอำนาจ
  เมอร์แคนทิลิสต์ นักเศรษฐศาสตร์ในคริสศตวรรษที่17 และ18 ได้ให้แนวความคิดว่าประชากรยิ่งมีจำนวนมากเท่าใดและเพิ่มขึ้นรวดเร็วเท่าใดก็ยิ่งเป็นประโยชน์ต่อทางด้านเศรษฐกิจและการทหารมากขึ้นเท่านั้น และมุ่งแต่เพียงในการที่จะเพิ่มอำนาจและความมั่งคงให้รัฐที่เป็นส่วนรวม มิได้มีความมุ่งหมายที่จะเพิ่มรายได้เฉลี่ยต่อหัวของประชากรแต่ละคน แนวความคิดนี้เห็นว่าการเพิ่มของประชากรจะทำให้รายได้ประชาชาติสูงขึ้น แต่จะทำให้ค่าจ้างแรงงานต่อชั่วโมงลดลงไป ซึ่งจะเป็นเหตุให้คนงานแต่ละคนต้องเพิ่มชั่วโมงเวลาทำงานของตัวเองให้มากขึ้นไปอีก จึงทำให้มีการพิจารณาหาหนทางและสนับสนุนในการที่จะกระตุ้นให้ประชากรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แนวคิดนี้จัดว่าเป็นที่มาของความคิดในปัจจุบันของผู้ที่สนใจในด้านประชากรบางกลุ่มที่ว่าประชากรยิ่งมีขนาดใหญ่เท่าใดก็จะเพิ่มกำลังอำนาจของประเทศขึ้นเท่านั้น แนวความคิดนี้ถือว่าเหมาะสมกับประเทศในยุโรปขณะนั้น ซึ่งทำการขยายอาณานิคมอย่างกว้างขวาง
  โทมัส มัลทัส (1766) กล่าวไว้ว่า ได้กระตุ้นให้เกิดความสนใจอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับการเพิ่มจำนวนประชากรและผลที่เกิดขึ้น มัลทัสมีความเห็นว่ามนุษย์มีความสามารถที่จะเพิ่มผลผลิตที่จำเป็นสำหรับชีวิตได้ช้ากว่าการเพิ่มประชากร อธิบายว่าการเพิ่มผลผลิตของสิ่งที่จำเป็นสำหรับชีวิตเพิ่มขึ้นด้วยอัตราเลขาคณิต คือ จาก 1 เป็น 2, 3, 4 ตามลำดับ แต่ประชากรเพิ่มขึ้นด้วยอัตราเรขาคณิต คือ เพิ่มจาก 1 เป็น 2, 4, 8 ตามลำดับ และการเพิ่มของประชากรถูกยับยั้งด้วยสาเหตุบางประการ เช่น การอดยาก ขาดแคลนอาหาร
  จอห์น มิลล์ (1806) กล่าวไว้ว่า นักเศรษฐศาสตร์กลุ่มคลาสสิคเห็นว่าจำเป็นต้อง   มีการควบคุมการเพิ่มของจำนวน ประชากร เพราะอาหารที่ได้มาจากประเทศที่ส่งอาหารให้เป็นสินค้าออกนั้นมีจำนวนจำกัดและ ประชากรของประเทศที่ส่งอาหารให้ก็มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นทุกปี
  คาร์ล มาร์คซ์ (2361) กล่าวไว้ว่า นักเศรษฐศาสตร์กลุ่มสังคมนิยม ได้เสนอแนวความคิดเห็นของเขาว่า การที่มีประชากร มากจนเกินไปนั้นจะมีผลเกิดขึ้นก็เฉพาะในระบบการผลิตตามระบบนายทุนเท่านั้น ทั้งนี้เพราะทุนเพิ่มขึ้นประกอบกับการเพิ่มของประชากรจึงเกิดการว่างงาน การที่มีประชากรล้นงานจัดว่าเป็นสิ่งที่เกิดควบคู่กันอยู่แล้ว ในระบบเศรษฐกิจระบบทุนนิยม  นักสังคมนิยมคนอื่นๆ ในสมัยนั้นต่อมาก็มีความเห็นคล้ายคลึงกันซึ่งไม่เห็นด้วยกับแนวความคิดของมัลทัสแต่เมื่อดูจากข้อมูลเท็จจริง ในปัจจุบันก็จะเห็นคำกล่าวของมาร์คซ์ได้ว่ายังไม่ถูกต้องเพราะแม้ประเทศคอมมิวนิสต์ในปัจจุบันก็ได้พยายามที่จะยับยั้งการเพิ่มประชากรในประเทศอยู่

4. ทฤษฏีการขยายตัวของเมืองและการเพิ่มประชากรในกรุงเทพมหานคร
  การขยายตัวของกรุงเทพฯได้อย่างลึก ซึ่งเราจึงควรทำความเข้าใจ ทฤษฏีการขยายตัวของกรุงเทพฯ โดยทั่วไปเพื่อเป็นแนวทางการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคได้ในการขยายตัวเพื่อหาแบบอย่าง (Model) ของการขยายตัวในที่นี้ทฤษฏีที่มีชื่อเสียงมากคือ
              1.    Burgess,
              2.    Hoyt
              3.    Mckenzie


1. ย่านธุรกิจใจกลางเมือง      
2. โซนของกาเรปลี่ยนแปลง
3. โซนบ้านชนชั้นแรงงาน   
4. โซนของที่อยู่อาศัยที่ดีขึ้น ชนชั้นกลาง
5. โซนของผู้ที่อาศัยเดินทางไปกลับ เช้า - เย็น


แผนภูมิที่  2 โมเดลการขยายตัว Central Business District
ที่มา:ไพบูลย์ช่างเรียน. (2515) อ้างอิงจากสันนิบาตแห่งประเทศไทย, เอกสารประกอบความรู้เนื่องในการประชุมใหญ่ ส.ท.ท. ครั้งที่ 7, เล่มที่ 1 2509, หน้า 74
  Concentric Zone Theory เป็นทฤษฏีของ Ernest W. Burgess ถือว่าเมืองมีลักษณะการ ขยายตัวเป็นวงกลม หรือส่วนของวงกลมออกจากจุดศูนย์กลางของวงกลมเป็นลำดับ เช่น วงกลมที่ 1 เป็นย่านธุรกิจกลางที่เรียกว่า CBD (Central Business District) เป็นแกนกลางของเมืองหลวงวงกลมที่ 2 เป็น Transition Zone มีการผสมระหว่าง CBD และบริเวณที่อยู่อาศัยของชนชั้นแรงงานที่ประกอบด้วยวงกลมที่ 3และวงกลมที่ 4 เป็นย่านที่อยู่อาศัยของชนชั้นกลางวงกลมที่ 5 เป็นย่านที่อยู่อาศัยของผู้เดินทางไปกลับเช้าเย็นมายังเมือง จากทฤษฏีนี้กรุงเทพฯ ควรมีลักษณะของการขยายตัวเป็นเขตต่างๆ ดังรูป


 แผนภูมิที่ 3 โมเดลการขยายตัวแบบ Concentrice Zone Theory
ที่มา:ไพบูลย์ช่างเรียน.(2515) อ้างอิงจากสันนิบาตแห่งประเทศไทย, เอกสารประกอบความรู้เนื่องในการประชุมใหญ่ ส.ท.ท. ครั้งที่ 7, เล่มที่ 1 2509, หน้า 74

               Sector Theory เป็นทฤษฎีที่ตั้งขึ้นโดย Homer Hoyt โดยมีหลักการเน้นถึงการใช้ที่ดิน ประเภทอยู่อาศัยว่าเป็นไปในลักษณะลิ่มอันมีหัวแหลมเป็นศูนย์กลางของเมืองหลวงและบานปลาย ออกไปตามแนวเส้นทางคมนาคมบ่งบอกถึงกลุ่มชนชั้นที่มีรายได้ต่างๆ ไม่เหมือนกัน มีการอาศัยอยู่ เป็นเขตต่างๆ กันในลักษณะของส่วนวงกลมที่ตัดออกมานี้ โดยเส้นรัศมีมี 2 เส้นด้วยกันจาก CBN (Central Business District) ออกไปทฤษฏีนี้เมืองหลวงจึงควรมีลักษณะการขยาย ตัวออกเป็นดังรูป

1. ย่านธุรกิจใจกลางเมือง
2. ย่านธุรกิจขายส่ง
3. ย่านใช้แรงงาน
4. ย่านชนชั้นกลางรายได้ดีขึ้น
5. ย่านชนชั้นสูงรายได้ดี
6. ย่านที่มีการผลิตเป็นโรงงาน
7. ย่านธุรกิจที่ห่างไกล
8. ย่านชานเมือง
9. ย่านเมืองอุตสาหกรรม


แผนภูมิที่ 4 โมเดลการขยายตัวแบบ Sector Theory
 ที่มา:ไพบูลย์ช่างเรียน.(2515) อ้างอิงจากสันนิบาตแห่งประเทศไทย, เอกสารประกอบความรู้เนื่องในการประชุมใหญ่ ส.ท.ท. ครั้งที่ 7, เล่มที่ 1 2509, หน้า 74
              Multiple Nuclei Concept เป็นทฤษฏีที่เริ่มขึ้นโดย R.D. Mckenzie กล่าวไว้ว่าลักษณะของเมืองนั้นหาได้มีศูนย์กลางอยู่แห่งเดียวเหมือนที่สองทฤษฏีแรกกล่าวเอาไว้แต่ต้น หากแต่จะมีศูนย์กลางของเมือง (Mucleus) อยู่หลายแห่งซึ่งศูนย์กลางเหล่านี้อาจจะเป็นศูนย์อุตสาหกรรม ศูนย์การค้าส่ง ศูนย์การค้าปลีก ศูนย์การศึกษาระดับมหาวิทยาลัยลักษณะ ของการขยายตัวของเมืองตามทฤษฏีนี้  จึงมีลักษณะดังนี้
เมื่อเราเอาทฤษฏีทั้ง 3 แบบมาตั้งเป็น Model ในการเปรียบเทียบลักษณะการขยายตัวของเมือง      ในกรุงเทพฯ จะมองเห็นได้ว่าทฤษฏีสุดท้ายของ R.D. Mckenzie Multiple Nuclei Concept มีความ ใกล้เคียงมากที่สุด เพราะเขตเมือง (Urbanized Area) ของกรุงเทพฯ ได้ขยายตัวออกไปอย่างกว้างขวาง โดยมีแหล่งชุมชนหลายจุด ศูนย์กลางการค้าที่เคยมีเพียงแค่เขตบางรัก เขตบางลำพู ก็จะไม่พอแก่การบริการ ทำให้ศูนย์การค้าใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้นในปัจจุบันจากการขยายตัวของชุมชน ภายในกรุงเทพฯ มีลักษณะที่มีแหล่งชุมชนหลายจุดตามลักษณะใกล้เคียงกับทฤษฏี Multiple Nuclei Concept ที่เคยกล่าวมาแล้วนั้น แต่แหล่งชุมชนย่อยๆ หลายจุดนั้นก็อยู่ห่างกันไม่มากนัก เมื่อพิจารณาโดยส่วนรวมแล้ว เมื่อดูลักษณะทั่วไปของแหล่งชุมชนทั้งหมดในเมืองหลวงกรุงเทพฯ รวมๆ กันจะปรากฏลักษณะใหม่ของการขยายตัวของกรุงเทพฯ คือเขตมืองซึ่งเริ่มขึ้น ณ บริเวณมหาราชวังแล้วค่อยๆ ขยายออกไปในลักษณะคล้ายรูปตัววี ออกไปทางทิศเหนือ ทิศใต้  (ไพบูลย์  ช่างเรียน, 2515)
 

สาเหตุการขยายตัวของกรุงเทพฯ ถ้าพิจารณาในด้านทฤษฏีแล้วจะพบว่าสาเหตุของการ ขยายตัว ของกรุงเทพฯ มีขึ้นอย่างรวดเร็วมีสาเหตุมาจากปัจจัยในด้านต่างๆ ดังนี้
1.สาเหตุของการเพิ่มประชากรอย่างรวดเร็วเนื่องจากเขตกรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลาง รวบรวมของความเจริญไว้ทุกด้าน ตลอดจนศูนย์รวมของอาชีพทำให้ผู้คนประชาชนอพยพเข้ามาประกอบอาชีพเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และยิ่งอัตราการเกิดของคนในกรุงเทพฯ มีอัตราการเกิดไม่สูง อัตราการตายต่ำ จึงทำให้ประชากรเพิ่มขึ้นในสัดส่วนไม่มาก มีผู้คำนวณว่าถ้าหากอัตราการเกิดของประชากรยังคงเป็นอยู่อย่างขณะนี้ กรุงเทพฯ จะมีอัตราการเพิ่มที่ไม่มากนัก
2. การเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจและสังคม ความเจริญก้าวหน้าในด้านเครื่อง จักรกลและวิทยาการแผนใหม่ยังได้เปลี่ยนแปลงลักษณะเศรษฐกิจของเราแบบชนบทเป็นระบบ เศรษฐกิจแบบเมือง เปลี่ยนระบบการเพาะปลูกมาเป็นระบบอุตสาหกรรม ทำให้เราต้องการพนักงาน แรงงานเพิ่มมากขึ้นในเขตเมืองหลวง นอกจากนั้นยังมีที่ดินที่เคยทำการเพาะปลูกผักข้าว  ก็จะกลายเป็นเขตอุตสาหกรรมไป ย่านธุรกิจการค้าทำให้ชาวบ้านที่เคยอยู่อาศัยในบริเวณนั้นต้องอพยพไปหาแหล่งอาศัยใหม่ที่อยู่นอกเมืองออกไป ทำให้เกิดการขยายตัวของเมืองมากขึ้น

3.ความเสื่อมโทรมในตัวเมืองกรุงเทพฯ ปัจจุบันสภาพแวดล้อมของกรุงเทพฯ       มีความยุ่งยากและก่อให้เกิดปัญหาในเรื่องที่อยู่อาศัย ปัญหาในการแบ่งโซน ปัญหาสุขภาพอนามัย ปัญหาด้านโจรผู้ร้ายและปัญหาด้านอื่นๆ อีกมากมาย อันเป็นการทำลายความสงบเรียบร้อย ความ      สงบสุขก่อให้เกิดความเสื่อมโทรมข้างในด้านจิตใจแก่ผู้ที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะประชาชนที่มี รายได้ปานกลาง จึงมีความพยายามดิ้นรนออกไปอยู่ในเขตชานเมืองด้วยการหาซื้อที่ผ่อนส่งจากการจัดสรรที่ดิน บ้านจัดสรร อันเป็นเหตุให้มีการขยายตัว ของชุมชนเกิดใหม่  (เกื้อ  วงศ์บุญสิน, 2545)

สาเหตุการขยายตัวของชานเมืองกรุงเทพฯ มากขึ้นทำให้เราต้องการความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินมากขึ้น ควรมีกล้องวงจรปิดเอาไว้ใช้งาน มีลักษณะสำคัญดังนี้

1.ปัจจัยทางด้านการคมนาคม (Mass Communication) จากการที่ทางรัฐบาล ด้วยกรมทางหลวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีโครงการสร้างทางรถไฟฟ้า ทางหลวงตัดใหม่ต่างๆ ทำให้การคมนาคมติดต่อระหว่างชานเมืองกับตัวเมือง หรือศูนย์กลางของตัวเมืองเกิดความสะดวกสบายรวดเร็วในการคมนาคม ก่อให้เกิดการเคลื่อนไหว (Mobility) ไปมาได้รวดเร็ว ทั้งยานพาหนะชนิดต่างๆทำให้มีความเจริญเกิดขึ้นได้รวดเร็ว เห็นได้จากสภาพของชุมชนที่เกิดขึ้นตามสองข้างทางที่มีถนนตัดผ่านหรือสร้างถนนใหม่ๆ จะมีรถประจำทางหลายสายผ่าน 

2. ปัจจัยด้านที่อยู่อาศัย จากปรากฎการณ์ที่ประชาชนในตัวเมืองได้พากันอพยพออกไปอยู่ตามชานเมืองตามเส้นทางที่มีการคมนาคมสะดวกมากขึ้นนั้น ยังมีสาเหตุอีกประการหนึ่ง เกิดขึ้นจากความจำเป็นในด้านที่อยู่อาศัยการออกไปจัดหาที่ดินหรือที่อยู่อาศัยในบริเวณชานเมืองหลวงนั้นสามารถที่จะมีบริเวณบ้านได้อย่างกว้างขวางถูกสุขลักษณะทำให้ประชาชนที่มีอาชีพรายได้ ปานกลางสามารถหาซื้อเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยไม่แพงมากเหมือนบ้านที่อยู่ในตัวเมืองที่นอกจากจะแพงมากแล้วยังมีความแออัดมีความเสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัยและปัญหาสุขภาพจิตเป็นอย่างมาก ส่วนมากบุคคลที่อพยพออกไปสู่ชานเมืองโดยทั่วไปจะเป็นผู้ที่มีรายได้ระดับปานกลางหรือข้าราชการที่พอจะมีเงินหรือสำหรับค่าที่ดินพอจะผ่อนส่งได้ ศาสตราจารย์อัน นิมมานเหมินทร์ ท่านได้เคยกล่าวเอาไว้จากสภาพแวดล้อมจริงในปัจจุบันนี้ว่า “ในอนาคตนั้นผู้ที่จะอาศัยอยู่ในตัวเมืองก็คงจะได้แก่พวกมหาเศรษฐีหรือผู้ที่ยากจนจริงๆ เท่านั้นส่วนผู้ที่มีรายได้ปานกลางจะหนีไปอยู่ตามแถบชานเมืองกันหมด”

3. ปัจจัยในด้านที่ตั้ง (Location) ปัจจัยในด้านที่ตั้งของโรงงานอุตสาหกรรมและที่ทำการของรัฐบาล สืบเนื่องมาจากนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของภาครัฐ จึงทำให้เกิดมีโรงงานอุตสาหกรรมขึ้นในแถบชานเมือง เช่น บริเวณด้านสำโรง พระประแดง รังสิต บางแคปทุมธานี ฉะนั้นเมื่อเกิดย่านอุตสาหกรรมขึ้นแล้วก็จำเป็นต้องมีคนงานหรือกรรมกรเข้าทำงานในโรงงานอุตสาหกรรม จึงทำให้เกิดแหล่งที่อยู่อาศัยใกล้ๆ กับเขตอุตสาหกรรมเหล่านั้นเพื่อความสะดวกในการทำงาน เช่น ในย่านบางแค พบว่าหลังจากที่ได้เกิดโรงงานอุตสหกรรมขึ้นแล้วธุรกิจการค้าตลาดก็จะเกิดขึ้นตามไปด้วยสำหรับประเด็นที่น่าพิจารณคือ Location คือ การสร้างที่ทำการรัฐบาลจะมีส่วนช่วยชุมชนเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะว่าประชาชนเห็นว่าเมื่อมีที่ตั้งของรัฐบาลแล้ว การบริการสาธารณะต่างๆ เช่น ไฟฟ้า น้ำประปา อินเตอร์เน็ต ถนนหนทางและความปลอดภัยก็จะตามมาทำให้ประชาชนได้อาศัยที่ตั้งของรัฐบาลเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยติดตามมาด้วย (ไพบูลย์ ช่างเรียน, 2515)
               
4. ปัจจัยในด้านการลงทุนของนักจัดสรรที่อยู่อาศัย จากสมัยก่อนจนถึงปัจจุบันเกิด Mobility จากการ ทำถนนหนทางเพิ่มมากขึ้น มีรถไฟฟ้าตัดผ่าน ความสะดวกในการสัญจร   ไปมาดีขึ้น รวดเร็วขึ้นทำให้มีนักเก็ง กำไรในการจัดสรรที่ดินเกิดขึ้น เพราะเป็นการมองเห็นลู่ทาง  ที่จะได้ผลกำไรจากความต้องการของประชาชน ในด้านความต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง    ได้ทำการจัดสรรที่ดิน บ้านสำเร็จรูป จัดทำสิ่งอำนวยความ สะดวกต่างๆ ขึ้น เช่น ไฟฟ้า น้ำประปา ถนนเชื่อมต่อ อินเตอร์เน็ต เพื่อเป็นการจูงใจให้ประชาชนจับจองเป็น เจ้าของที่อยู่อาศัย ประชาชนซึ่งมีบทบาททำให้เกิดชุมชนการรวมตัวเพื่ออยู่อาศัยกันมากขึ้นในปัจจุบัน

5. ปัจจัยในด้านบทบาทของ Commuter เป็นแนวความคิดในด้านปัจจัยการขยายตัวของชานเมืองที่ เกี่ยวข้องกับเรื่อง Commuter หมายความว่า “บุคคลที่อาศัยอยู่ตามชานเมืองที่ห่างออกไป แต่ได้อาศัยผลจากความสะดวกรวดเร็วและการคมนาคมเข้ามาทำงานและอาศัยบริการต่างๆ ในตัวเมืองแล้วกลับออกไปในตอนเย็น” (อัน นิมมานเหมินทร์, op.cit.)   ซึ่งแนวความคิดดังกล่าวนี้ในปัจจุบันได้ก่อให้เกิดการอพยพผู้ที่อาศัยอยู่ในตัวเมืองออกไปอยู่ในแถมชานเมืองมากขึ้นเรื่อยๆ เช่น ย่านบางบัวทอง ย่านทวีวัฒนา บางแค  (สุชาดา  ทวีสิทธิ์, 2556)