กล้องวงจรปิด

รูปภาพของฉัน
บริการให้คำปรึกษา ออกแบบ ติดตั้ง รับประกันผลงานตลอดอายุการใช้งาน กล้องวงจรปิด รั้วไฟฟ้า สัญญาณกันขโมย สอบถามได้ที่ Line ID : @CctvBangkok.com

วันพุธที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2560

กล้องวงจรปิดมีหลายชนิดเราควรเลือกใช้แบบไหนดี


กล้องวงจรปิดมีหลายชนิดเราควรเลือกใช้แบบไหนดี

Analog CCTV

มีความคมชัดต่ำที่สุด จะส่งสัญญาณภาพในระบบอนาล็อค แบบสัญญาณ AV ของ TV กล้องระบบนี้จะสามารถต่อเข้าเข้า TV ช่อง AV ได้ทันที

จุดเด่นของกล้องวงจรปิดระบบอนาล็อค



ราคาถูก

ตัวกล้องมีหน้าที่แค่ส่งภาพไปเท่านั้นไม่มีการประมวลผลอะไรเลยจากกล้อง

ส่งสัญญาณได้ไกล

ส่งสัญญาณได้ไกล สามารถใช้ร่วมกับอุปกรณ์ขยายสัญญาณได้

ส่งสัญญาณมาตรฐาน PAL

สามารถใช้ร่วมกันกับยี่ห้ออื่นๆ ได้หมด ขอแค่เป็นระบบ PAL ด้วยกัน



จุดเสียของกล้องวงจรปิดระบบอนาล็อค

สัญญาณรบกวน

โอกาสสัญญาณรบกวนเกิดขึ้นได้ง่าย ทำให้ภาพเกิดการสั่น เป็นเส้นหยักๆ



ความละเอียดของภาพ

ความละเอียดเรียกเป็น TVL มากสุดอยู่ที่ 1,000 TVL ส่วนตัวเครื่องพัฒนาได้มากสุดไม่เกินนี้แล้ว



เลิกทำการผลิต

ด้วยขีดจำกัดของเทคโนโลยีที่พัฒนาไม่ได้ เลยเลิกพลิต หันไปใช้เทคโนโลยีใหม่กว่า ดีกว่า





HD CVI (High Definition Composite Video Interface)

ระบบนี้จะเหมาะกับ โรงงานอุตสาหกรรม หอพัก บริษัท ที่มีการเดินสายในระยะ 300m - 500m

หรือผู้ที่มีความประสงค์จะจับภาพทะเบียนรถ หรือต้องการกล้องความคมชัดสูงจับภาพใบหน้าได้อย่างชัดเจน



ทีมวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีของ Dahua มีความละเอียดอยู่สองแบบคือ

1.3 Megapixel และ 2.0 Megapixel



ข้อเด่นของกล้องวงจรปิดระบบ

ความละเอียดของภาพ

 สามารถเพิ่มความละเอียดของภาพได้ 1-2 ล้านพิเซล และแก้สัญญาณรบกวนจากภาพด้วยเทคนิคของดิจิตอล



ใช้สาย Coaxial (RG6)

สามารถใช้สายสัญญาณเก่าได้ไม่ต้องลงทุนเดินสายสัญญาณใหม่ หากต้องการได้ภาพที่คมชัดกว่าเดิม



ระบบการใช้งานที่ง่าย

สาย RG 6  เส้นเดียวสามารถสั่งควบคุมกล้องให้ก้มเงย หรือบันทึกเสียงได้ ไม่ต้องเดินสายเพิ่ม



ข้อเสียของกล้องวงจรปิดระบบ

ระยะทางการเดินสาย

 ระยะของสายสัญญาณมีข้อจำกัด เดินได้ไม่ไกลมาก เพราะหากเกิดไกล สัญญาณภาพจะไม่มาแสดง





ราคาที่สูงกว่าระบบอนาล็อค

ราคาสูงกว่าเพราะเป็นเทคโนโลยีใหม่ เลยทำให้สินค้ามีราคาสูงขึ้น



ผูกขาดด้วยผู้ผลิต

เป็นเทคโนโลยีผู้ผลิตรายเดียว ไม่สามารถใช้ร่วมกับกล้องวงจรปิดยี่ห้ออื่นได้





HD TVI (HD Transport Video Interface)

รับการส่งสัญญาณที่ความถี่ต่ำพร้อมกับสัญญาณแบนด์วิธที่มากขึ้น นำมาซึ่งคุณภาพของภาพที่ให้รายละเอียดได้มากยิ่งขึ้น 

และสีสันภาพที่ดีกว่าเดิม ส่งสัญญาณในลักษณะ 2 ทิศทาง ซึ่งสามารถใช้ในการควบคุมกล้องประเภท Speed Dome

และการปรับค่าพารามิเตอร์ต่างๆ





ผลิตโดยผู้ผลิตแบรนด์ชั้นนำของโลกคือ Techpoint ประเทศสหรัฐฯ เป็นผู้พัฒนา  ทำให้สามารถขยายการส่งภาพและปรับคุณภาพความคมชัดของวีดีโอได้ถึงระดับ 720P/1080P



Real Time

โดยสัญาณภาพ
  ไม่มีการบีบอัดจึงไม่มีการลดทอน  ของสัญญาณและภาพเป็น Real Time





ความละเอียดของภาพ

ความคมชัดของภาพเริ่มต้นที่ 1 ล้านพิกเซล และมีการพัฒนาที่มากขึ้นเรื่อยๆในอนาคต



ส่งสัญญาณด้วย

สาย RG6

ส่งสัญญาณ วีดีโอ/เสียงสัญญาณควบคุม ไปในสายเคเบิ้ลเส้นเดียว





จุดเสียของกล้องวงจรปิดระบบ

ราคาสูง

ราคาของตัวกล้องและเครื่องบันทึกสูงกว่าระบบอนาล็อค



มีผู้พัฒนาหลายค่าย

ด้วยการร่วมมือกันสร้างเทคโนโลยีนี้มาเลยทำให้ต่างคนต่างผลิตสินค้าออกมาในตลาดจำนวนมาก ทำให้ลูกค้าสับสนระบบของกล้อง



การใช้งาน

ระบบกล้องกล้อง HD CVI ไม่สามารถใช้งานร่วมกับระบบกล้อง HD TVI ได้





AHD (Analog High Definition)

เป็นระบบกล้องวงจรปิดอนาล็อกที่มีความละเอียดสูงสามารถส่งสัญญาณไปในสายเคเบิลได้ไกลถึง 500เมตร

บนสายเคเบิ้ลกล้องอนาล็อกทั่วไปที่รู้จักกันดีคือสาย RG โดยใช้เทคโนโลยีที่พัฒนาจากเทคโนโลยี Y/C

ของระบบภาพ TV, เทคโนโลยีการกรองสัญญาณ ,เทคโนโลยีการลดสัญญาณรบกวน 3D Noise



Chip ประมวลผลเป็น Next Chip ผู้ผลิตชั้นนำจาก เกาหลี



ข้อเด่นของกล้องวงจรปิดระบบ



ราคาถูก

 เพราะตัวกล้องมีหน้าที่แค่ส่งสัญญาณภาพเท่านั้น คล้ายๆ กับระบบอนาล็อคเก่า



ใช้สาย Coaxial (RG6)

สามารถใช้สายสัญญาณเก่าได้ไม่ต้องลงทุนเดินสายสัญญาณใหม่ หากต้องการได้ภาพที่คมชัดกว่าเดิม



Real-Time

ข้อมูลที่ ส่งไปยัง กล้อง DVR โดยไม่ต้องมีการบีบอัด ไม่มีการเข้ารหัส จึงได้ภาพที่มีความละเอียดสูงและ Real-Time



ข้อเสียของกล้องวงจรปิดระบบ



ระยสายสัญญาณ

 มีข้อจำกัดของสายสัญญาณที่ไม่สามารถเดินได้ไกลมาก



อุปกรณ์ส่งสัญญาณ

อุปกรณ์การส่งสัญญาณไกลๆ ยังมีให้เลือกใช้ไม่มาก



ความหลากหลาย

ของผู้ผลิต

ทำให้ลูกค้าสับสนกับสินค้าได้ง่ายว่าเป็นกล้อง AHD ของใคร





IP CAMERA

เป็นกล้องที่ส่งสัญญาณแบบดิจิตอล และมีระบบประมวลผลภาพภายในตัว ดังนั้น กล้องแบบนี้

จึงสามารถบันทึกภาพในตัว สามารถดูภาพได้โดยไม่ต้องมีเครื่องบันทึกภาพ



ระบบนี้จะมีมาตฐานรองรับคือ มาตรฐาน Onvif เป็นมาตรฐานกลาง





จุดเด่นของกล้องวงจรปิดระบบ



ความคมชัด

มีความคมชัดของภาพที่ไม่มีขีดจำกัด ด้วยระบบดิจิตอล



ใช้งานง่าย

เดินด้วยสายสัญญาณ UTP ไม่ต้องเดินสายไฟ ใช้อุปกรณ์ POE ในการจ่ายไฟ





เพิ่มจำนวนกล้อง

สามารถเพิ่มและขยายจำนวนกล้องได้ไม่จำกัด





จุดเสียของกล้องวงจรปิดระบบ



ราคาสูง

ราคาของตัวกล้องและเครื่องบันทึกสูงกว่าระบบอื่นๆ





สายสัญญาณ

เดินสายสัญญาณได้ไม่เกิน 100 เมตร หากมากกว่านี้ต้องใช้สาย Fiber Optic เข้ามาช่วย



การออกแบบ

ต้องใช้ผู้ชำนาญด้าน Network คำนวนการวิ่งของสัญญาณภาพ และเลือกอุปกรณ์

 


วันจันทร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2560

กล้องวงจรปิด CCTV กับสายไฟเบอร์ออฟติค (Fiber Optic)

กล้องวงจรปิด CCTV กับสายไฟเบอร์ออฟติค
สายไฟเบอร์ออฟติค (Fiber optic) ถูกนำมาประยุกต์ใช้กับงานโทรคมนาคมและการส่งสัญญาณก่อนนำมาใช้เพื่อส่งสัญญาณภาพ มันถูกคิดค้นมาใช้ในทศวรรษ 1920-1930 จนกระทั่งทศวรรษ 1950 เมื่อแคปะนี ได้ใช้ไฟเบอร์กระจกที่เรียกว่า Clad หรือ Glass-coated คำว่าไฟเบอร์ออฟติคจึงเกิดขึ้น ในการนำมาใช้งานจริงนั้นเกิดขึ้นเมื่อ เคซี เคา และ ยีเอฮอคแคม นักวิจัยจากห้องทดสอบมาตรฐานโทรคมนาคมของประเทศอังกฤษ ได้นำมาใช้ด้วยวิธีการเดียวกับเวฟไกด์ของสายอากาศ มีอัตราลดทอนสัญญาณ 0.001% ต่อกิโลเมตร หรือ 1000dB ต่อกิโลเมตร จนปี พ.ศ.2413 แคปรอน และมูเรอร์ ได้ผลิตไฟเบอร์ออปติค ที่ให้การลดทอนสัญญาณน้อยกว่า 20dB ต่อกิโลเมตร ทำให้สามารถส่งสัญญาณในระยะไกลและมีแบนด์วิดธ์กว้าง โดยส่งไปในรูปพลังงานแสง
กล้องวงจรปิดที่ใช้งานกับไฟเบอร์ออฟติคทำงานด้วยการหักเห (หรือสะท้อน) ของแสง คล้ายกับเมื่อแสงเดินทางจากอากาศไปยังน้ำที่เดการหักเห ในทางกลับกัน หากมองจากน้ำผ่านขึ้นมายังอากาศ เหมือนปลาที่จ้องฮุบแมงปอที่บินเหนือน้ำ ปลาจะเห็นแมลงปออยู่ในระดับต่ำกว่าปกติเมื่อมองขึ้นไปด้านบน แต่หากมุมของการมองไกลออกไปสายตาจะไม่สามารถมองทะลุออกไปในอากาศได้ แต่จะตกกลับลงมาที่ผืนน้ำ เช่นเดียวกันกับโครงสร้างของไฟเบอร์ออฟติค ที่มีชั้นในเป็นแกน (Core) ชั้นนอกเป็นตัวหุ้ม (Cladding) หากแสงมีมุมตกเป็นมุมแคบ แสงจะสูญหายเพราะหักเหออกไปในไฟเบอร์ตัวหุ้ม แต่หากมุมกว้างขึ้นแสงสะท้อนจะเคลื่อนที่ไปตามแกนในของสาย การจะให้ผลของแสงออกไปในปริมาณและรูปแบบใดขึ้นอยู่กับชนิดไฟเบอร์
ใยแก้วนำแสงโดยทั่วไปที่นิยมใช้กันมี 3 ชนิด
1.ชนิดสเต็ปอินเด็กซ์
2.ชนิดมัลติโหมดหรือเกรดอินเด็กซ์
3.ชนิดซิงเกิลโหมด
การทำงานของระบบภาพที่ส่งผ่านไฟเบอร์ออฟติค เริ่มจากระบบง่ายสุด ที่ภาพจากกล้องวงจรปิดส่งเข้าเครื่องส่งเข้าเครื่องส่งที่มีบล็อกไดอะแกรม (วงจรแผนผัง) ก่อนขับกระแสให้กับหลอดไดโอดเปล่งแสง (แอลอีดี) ส่งออกคอนเน็กเตอร์ (ที่มีค่าการสูญเสียน้อยๆ) ไปยังสายไฟเบอร์ออฟติค หรือสรุปได้ว่าเครื่องส่งทำหน้าที่แปลงสัญญาณภาพเป็นแสง เพื่อส่งไปตามสายไฟเบอร์ออฟติคแตกต่างจากกล้องวงจรปิดไร้สาย
ส่วนระบบของเครื่องรับเป็นไปตาม เครื่องรับรับสัญญาณจากสายไฟเบอร์ไปเข้าพิณไดโอดแปลงจากแสงเป็นสัญญาณไฟฟ้า ก่อนขยายสัญญาณให้มีความแรงเพียงพอต่อการต่อเข้ามอนิเตอร์
อุปกรณ์สำคัญของระบบเบื้องต้นนี้คือหลอดไดโอดเปล่งแสง (Light emitting diode หรือ LED) เพราะเป็นอุปกร์แปลงกระแสไฟฟ้าเป็นพลังงานแสง การเคลื่อนที่ของกระแสผ่านฟังชั่นของแอลอีดีทำให้มีการปล่อยพลังงานโฟตอนออกมาเป็นแสง แสงดังกล่าวต้องส่งผ่านเลนส์ ให้กระจายออกมาเป็นมุมรูปกรวย เพื่อบีบลำแสงก่อนส่งเข้าสายไฟเบอร์ออฟติค
แม้การใช้สายไฟเบอร์ออฟติคจะมีราคาแพงต่อการลงทุนในระยะแรก แต่ในระยะยาวถือว่าคุ้มค่าเพราะคุณภาพของสัญญาณดีกว่าสาย UTP หรือโคแอ็กเชียล ทั้งยังทำงานกับความถี่สูงได้ดีกว่า
สายไฟเบอร์ออฟติค (Fiber optic) ถูกนำมาประยุกต์ใช้กับงานกล้องวงจรปิดเพื่อส่งสัญญาณภาพ ถูกคิดค้นมาใช้ในทศวรรษที่ 1920-1930  โดยเคซี เคา และ ยีเอ ฮอคแคม



วันพฤหัสบดีที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2560

สายสัญญาณภาพกล้องวงจรปิด CCTV

สายนำสัญญาณ (Coaxial cable) เมื่อสัญญาณภาพมีทั้งเปลี่ยนแปลงช้า (ความถี่ต่ำ) และเปลี่ยนแปลงแปลงเร็ว (ความถี่สูง) สายนำสัญญาณจึงแยกออกเป็นชนิดต่างๆ หลายชนิด บางชนิดทำงานกับความถี่ต่ำ (20Hz จนถึงระดับ 1,000 Hz) สายแบบนี้มีคุณสมบัติเช่นเดียวกับสายโทรศัพท์ ขณะที่สายชนิดพิเศษสามารถทำงานได้กับความถี่ตั้งแต่ 20Hz ถึง 6 MHz โดยปราศจากการลดทอน
       ปกติสายนำสัญญาณระดับพื้นฐาน มีอยู่ 4 แบบด้วยกันคือ
       1.สายโคแอ็กเชียล 75 โอห์ม ใช้กับงานภายนอก
       2.สายโคแอ็กเชียล 75 โอห์ม ใช้กับงานภายใน
       3.สายทวินแอ็กเชียล 124 โอห์ม ใช้กับงานภายนอก
       4.สายทวินแอ็กเชียล 1245 โอห์ม ใช้กับงานภายใน
       สายโคแอ็กเชียลเป็นสัญญาณมีตัวนำอยู่ในสุด หุ้มด้วยโฟมเป็นฉนวนเพื่อรักษาค่าความต้านทานต่อสัญญาณ (อิมพีแดนซ์) ให้คงที่ตลอดเส้น หุ้มด้วยโพลีโพรไพลีนก่อนหุ้มทับอีกชั้นด้วยลวดถักเพื่อกันสัญญาณรบกวน (Shield) หุ้มกันกระแทกชั้นสุดท้ายด้วยวัสดุอ่อนตัว บางคนที่เป็นช่างโทรทัศน์อาจรู้จักสายสัญญาณวิทยุที่เรียกว่า RG6 แต่สำหรับระบบระบบภาพใช้สาย RG59/U เป็นสายสำหรับงานทั่วไป ใช้ในระยะทางไม่ไกลนัก มีอิมพีแดนซ์ 75 โอห์ม (RG59/U หมายถึงมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.25 นิ้ว) เข้าสายด้วยคอนเน็กเตอร์แบบ BNC นิยมใช้กับงานในระยะ 100 ฟุต (ระยะยาวสุด 750 ฟุต หรือ 230 เมตร) แต่หากมีวงจรขยายปรีแอมป์ระยะทางจะเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 4 เท่า
ตารางแสดงขีดความสามารถของสายโคแอ็กเชียล ต่อระยะทาง ทั้งที่ไม่มีวงจรขยายปรีแอมป์และมีวงจรขยายช่วย ตางรางนี้เป็นตัวช่วยในการออกแบบระบบภาพวงจรปิดให้ถูกต้อง

COAXIAL
TYPE

MAXIMUM RECOMMENDED CABLE LENGTH
CONDUCTOR
NOMINAL
DC RESISTANCE
(ohms/1000ft)
CABLE ONLY
CABLE WITH AMPLIFTER
FEETS
METER
FEETS
METER
RG59/U
750
230
3,400
1,035
22 SOLID COPPER
10.5
RG59 MINI
200
61
800
250
20 SOLID COPPER
41.0
RG6/U
1,500
455
4,800
1,465
18 SOLID COPPER
6.5
RG11/U
1,800
550
6,500
1,980
14 SOLID COPPER
1.24

      
ตารางแสดงการลดทอนของสายโคแอ็กเชียล เทียบระยะทาง
CABLE
TYPE
ATTENUATION (dB) @ 5-10 MHZ
100 ft
200 ft
300 ft
400 ft
500 ft
1000 ft
1500 ft
2000 ft
RG59/U
1.0
2.0
3.0
4.0
5.0
10.0
15.0
20.0
RG59 MINI
1.3
2.6
3.9
5.2
6.5
13.0
19.5
26.0
RG6/U
0.8
1.6
2.4
3.2
4.0
8.0
12.0
16.0
RG11/U
0.51
1.02
1.53
2.04
2.55
5.1
7.66
10.2
2422/ULI384*
3.96
7.9
11.9
18.8
19.8
39.6
59.4
79.2
2546*
1.82
3.6
5.5
7.3
9.1
18.2
27.3
36.4
RG179B/U
2.0
4.0
6.0
8.0
10.0
20.0
30.0
40.0
SIAMESE : RG59
(2) #22AWG
1.0
2.0
3.0
4.0
5.0
10.0
15.0
20.0

*MOGAMI
NOTE : IMPEDANCE FOR ALL CABLES = 75 ohms

dB LOSS
1
2
3
4.5
6
8
10.5
14
20
%  SIGNAL REMAINING
90
80
70
60
50
40
30
20
10

       สาย RG11/U มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.5 นิ้ว อิมพีแดนซ์ 75 โอห์มเข้าสายด้วยคอนเน็กเตอร์แบบ UHF ใช้กับการเดินสายในระยะไกลเป็นพันฟุต (ระยะยาวสุด 1,800 ฟุต หรือ 550 เมตร )
       ตัวอักษร U ที่เติมหลังชนิดของสาย เป็นการระบุว่าสายเส้นนั้นเป็นอันบาลานซ์ (Unbalanced) เพราะสายแบบบาลานซ์คือสายทวินแอ็กเชียล ที่มีอิมพีแดนซ์ 124 โอห์ม ซึ่งเป็นสายที่ใช้เพื่อแก้ปัญหาการฮัม ซึ่งเกิดเป็นริ้วดำในสัญญาณภาพ การใช้สายแบบนี้ต้องใช้หม้อแปลงอิมพีแดนซ์ของกล้องเป็น 124 โอห์มก่อน และปลายทางนั้นก็ต้องใช้หม้อแปลง แปลงอิมพีแดนซ์ลงให้เหลือเท่าเดิม
       สายตีเกลียวไม่มีชิลด์ (Unshieled twisted pair : UTP) เป็นเทคโนโลยีการส่งภาพและเสียงไปตาม 2 เส้น ที่เหมือนกับสายโทรศัพท์ อินเตอร์คอม หรืออื่นๆ เป็นระบบเก่าที่มีราคาไม่แพง วิธีการของ UTP คือวิธีการของเครื่องส่ง-รับ ด้วยความถี่สูง ระบบ UTP ที่ใช้กันมีหลายแบบ เช่น CAT-3 หรือ CAT-5e ที่ใช้เมื่อต้องส่งในระยะไกล ซึ่งมีทั้งแพสซีฟ (Passive ไม่มีภาคจ่ายไฟในตัว) และแอ็กตีฟ (Active มีภาคจ่ายไฟ 12VDC ในตัว สำหรับการส่งระยะไกล) รูปแบบเบื้องต้นของระบบส่งภาพ UTP
       UTP ระบบแพสซีฟใช้เครื่องส่งและรับขนาดเล็ก สำหรับส่งภาพในระยะ 100-3,000 ฟุต ในขณะ UTP ระบบแอ็กตีฟสามารถส่งสัญญาณภาพได้ในระยะทาง 8,000 ฟุต สำหรับภาพขาวดำ และ 5,000 ฟุต สำหรับภาพสี คุณภาพของสัญญาณที่ได้ใกล้เคียงกับการใช้สายโคแอ็กเชียล


สายสัญญาณภาพสำหรับใช้กับกล้องวงจรปิด มีอยู่ด้วยกันหลายชนิด เช่น สายโคแอ็กเชียล และทวินแอ็กเชียล RG6, RG59/U, BNC,RG11 และสายตีเกลียวไม่มีซิลด์ UTP